×

ทำไมค่าไฟถึงสำคัญกว่าอัลกอริทึม? สรุปมุมมองสุดล้ำจาก CEO Microsoft ใน Davos 2026

21.01.2026
  • LOADING...
satya-nadella-wef-2026-davos-ai-energy-competition

ใครไฟฟ้าถูกกว่า คนนั้นชนะ AI

 

ผมได้ฟังเซสชันที่น่าสนใจใน World Economic Forum 2026 ที่ดาวอส โดยคุณสัตยา นาเดลลา CEO ของ Microsoft  ขอสรุปเป็นข้อๆ อ่านสะดวกครับ

 

1. โลกกำลังถกเถียงผิดจุด

 

วันนี้ทั้งโลกกำลังเถียงกันว่า ใครจะเป็นผู้นำ AI ระหว่างสหรัฐฯ จีน หรือยุโรป แต่สัตยา นาเดลลา เสนอกรอบคิดที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง การแข่งขัน AI อาจไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครมีโมเดลเก่งกว่า แต่กำลังถูกตัดสินด้วยคำถามที่พื้นฐานกว่านั้นมาก คือ “ใครมีไฟฟ้าถูกกว่า”

 

2. AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก

 

ในอดีต ไฟฟ้า ถนน ท่าเรือ คือโครงสร้างพื้นฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจ วันนี้ AI กำลังยืนอยู่ในจุดเดียวกัน ต้นทุนพลังงานจึงไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่าย แต่กลายเป็นตัวแปรเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอีกสิบปีข้างหน้า

 

3. หัวใจของยุคนี้คือ AI Diffusion ไม่ใช่ AI Invention

 

นาเดลลาย้ำว่าโจทย์สำคัญไม่ใช่การสร้าง AI ให้เก่งขึ้นอีกนิด แต่คือทำอย่างไรให้ AI “กระจายตัว” ได้เร็วพอ ให้โมเดล ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานเข้าถึงได้ในวงกว้าง เพื่อสร้าง “ส่วนเกิน” ทางเศรษฐกิจในทุกอุตสาหกรรม ทุกบริษัท และทุกประเทศ

 

4. นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันคือวิวัฒนาการของการคำนวณ

 

หากมองย้อนกลับไป เมนเฟรม อินเทอร์เน็ต คลาวด์ ล้วนเป็นความพยายามเดียวกันของมนุษย์ คือการเปลี่ยนผู้คน สถานที่ และสิ่งของให้เป็นดิจิทัล เพื่อให้ซอฟต์แวร์ช่วยเราเข้าใจโลกได้ดีขึ้น AI จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่คือการเปลี่ยนแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ระดับเดียวกับอินเทอร์เน็ต หรืออาจใหญ่กว่านั้น

 

5. คำถามสำคัญคือ ใช้ได้เร็วแค่ไหน ไม่ใช่เก่งแค่ไหน

 

นาเดลลายกตัวอย่าง งานที่เคยใช้เวลา 12 ชั่วโมง วันนี้เหลือเพียงไม่กี่นาที หากไม่มี AI หลายองค์กรอาจไม่สามารถทำงานในสเกลเดิมได้อีกต่อไป เป้าหมายของยุคนี้จึงไม่ใช่การโชว์เทคโนโลยี แต่คือการนำ AI ไปใช้จริงในชีวิตประจำวันขององค์กร

 

6. โลกกำลังก้าวเข้าสู่ Token Economy

 

เศรษฐกิจ AI ถูกขับเคลื่อนด้วย “โทเคน” ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลพื้นฐานที่ผู้ใช้ต้องซื้อ ไม่ต่างจากน้ำมันในศตวรรษที่ 20 หรือข้อมูลในยุคอินเทอร์เน็ต โทเคนกำลังกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ใหม่ของโลกดิจิทัล

 

7. ตัวชี้วัดใหม่ของโลก AI คือ tokens per dollar per watt

 

นาเดลลานิยามความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศและองค์กรใหม่ทั้งหมด วัดจากความสามารถในการผลิตหน่วยประมวลผล AI ให้ได้มากที่สุด ภายใต้ต้นทุนเงินและพลังงานที่ต่ำที่สุด เพราะถ้าพลังงานถูกกว่า เศรษฐกิจก็ขยายได้เร็วกว่า และต้นทุนโทเคนจะลดลงอย่างรวดเร็ว

 

8. นี่คือเหตุผลที่ AI ผูกกับโรงไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์

 

AI ไม่ได้อยู่แค่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่มันผูกกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า กริดพลังงาน ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ โลกกำลังก่อร่าง “Intelligence Grid” หรือโครงข่ายปัญญาที่ต้องเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา

 

9. ประเทศที่สร้างกริดนี้ได้ก่อน จะได้เปรียบก่อน

 

ใครลงทุนก่อน สร้างโครงสร้างพื้นฐานได้เร็วกว่า จะสามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจได้ก่อน นี่คือการแข่งขันเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การแข่งขันเชิงแอปพลิเคชัน

 

10. แต่ AI จะไปต่อได้ ต้องมี social permission

 

นาเดลลาเตือนว่า หาก AI ไม่สามารถสร้างประโยชน์จริง สังคมจะไม่ยอมรับ เพราะ AI ใช้พลังงานมหาศาล หากมันไม่ช่วยให้สาธารณสุขดีขึ้น ไม่ยกระดับการศึกษา ไม่เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ และไม่ทำให้ธุรกิจแข่งขันได้ดีขึ้น โลกอาจไม่ยินยอมให้ใช้พลังงานเพื่อ AI อีกต่อไป

 

11. นี่คือเส้นแบ่งระหว่าง “การเติบโตจริง” กับ “ฟองสบู่”

 

นาเดลลาตอบคำถามเรื่อง AI bubble อย่างชัดเจนว่า หากเราพูดถึงแต่บริษัทเทคโนโลยี นั่นอาจเป็นฟองสบู่ แต่ถ้าเราพูดถึงบริษัทยาที่ประสบความสำเร็จเพราะ AI ช่วยเร่งการทดลองยา หรือแก้ปัญหาโลกจริง นั่นไม่ใช่ฟองสบู่

 

12. อธิปไตยในยุค AI ไม่ได้อยู่ที่ข้อมูลอย่างเดียว

 

Data Sovereignty ในโลก AI ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลไว้ในประเทศ แต่คือความสามารถขององค์กรในการฝังความรู้เฉพาะทางของตนเองลงในระบบ AI หากองค์กรไม่สามารถผสานโมเดลกับบริบทและความรู้ของตนได้ มูลค่าทางเศรษฐกิจจะค่อยๆ ไหลออกไปสู่เจ้าของแพลตฟอร์ม

 

13. บริษัทใหญ่–เล็ก แข่งขันกันในรูปแบบบาร์เบล

 

บริษัทเล็กได้เปรียบเพราะไม่มีภาระเดิม ปรับตัวได้เร็ว ขณะที่บริษัทใหญ่มีความได้เปรียบด้านข้อมูลและความสัมพันธ์ แต่หากขยับช้า ก็มีโอกาสถูกบริษัทเล็กแซงหน้าอย่างรวดเร็ว

 

14. โลกไม่ได้มุ่งสู่ AI หนึ่งเดียว แต่สู่ Multi-model world

 

อนาคตจะไม่ใช่โลกที่มีโมเดลเดียวครองตลาด แต่เป็นโลกที่มีทั้งโมเดลเปิด ปิด ใหญ่ และเฉพาะทาง ความได้เปรียบจะไม่อยู่ที่ใครมีโมเดลใหญ่ที่สุด แต่อยู่ที่ใครสามารถผสมผสานโมเดลเหล่านั้นเข้ากับข้อมูลและบริบทของตนเองได้ดีที่สุด

 

15. ทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ ไม่ใช่โมเดล แต่คือการจัดการมัน

 

นาเดลลาทิ้งท้ายว่า IP ที่แท้จริงขององค์กรในยุค AI คือความสามารถในการใช้โมเดลหลากหลายร่วมกับข้อมูลเฉพาะทาง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ใช่การเป็นเจ้าของโมเดลเพียงอย่างเดียว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising