×

‘AI Power Play’ เจาะลึกเกมอำนาจที่ไม่มี ‘กรรมการ’ เมื่อยักษ์ใหญ่คุมกฎ และประเทศเล็กต้องดิ้นรนเพื่อไม่ให้ถูกกลืน

21.01.2026
  • LOADING...
AI Power Play

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ถูกพูดถึงในฐานะเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก แต่บนเวที World Economic Forum ปี 2026 ภาพของ AI ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมว่า มันไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ หากแต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมืออำนาจ” รูปแบบใหม่ของโลกยุคศตวรรษที่ 21

 

เวทีเสวนาในหัวข้อ AI Power Play, No Referees สะท้อนความจริงสำคัญข้อหนึ่งว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันด้าน AI โดยไม่มีกรรมการ ไม่มีองค์กรกลาง และไม่มีกติกาที่ทุกประเทศยอมรับร่วมกัน เหลือเพียงคำถามว่า ใครจะขึ้นนำ และใครจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

 

AI เปลี่ยนดุลอำนาจโลกอย่างไร

 

มุมมองจาก IMF ชี้ชัดว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ประเทศต่างๆ ไม่ได้อยู่ในจุดเริ่มต้นเดียวกัน และความแตกต่างนี้กำลังขยายตัวออกเหมือน “หีบเพลงแห่งโอกาส” ที่เปิดกว้างในบางประเทศ แต่หดแคบลงในอีกหลายพื้นที่ของโลก

 

IMF แบ่งประเทศออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้นำที่สามารถทำให้ AI เกิดขึ้นจริงในระบบเศรษฐกิจ กลุ่มที่ยังทำได้เพียงเฝ้าดู และกลุ่มที่ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า AI กำลังเปลี่ยนเกมอะไรอยู่

 

ความเสี่ยงสำคัญคือ หาก AI ไม่ถูกนำไปใช้จริงในภาคเศรษฐกิจ ผลลัพธ์จะไม่ต่างจากนวัตกรรมที่ถูกกักอยู่ในห้องทดลอง

 

สงคราม AI ไม่ได้แข่งกันที่ ‘ใครเก่งที่สุด’

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวทีนี้คือ การแข่งขันด้าน AI มีสองระดับ ระดับแรกคือการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นชิป โมเดล หรือพลังประมวลผล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ และจีนกำลังขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น

 

แต่ระดับที่สอง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าสำคัญกว่าในระยะยาว คือ “การแพร่กระจายของ AI” หรือ Diffusion นั่นคือใครสามารถทำให้ AI ถูกนำไปใช้จริงในองค์กร ภาคธุรกิจ ภาคบริการ และชีวิตประจำวันได้มากกว่ากัน

 

ชัยชนะในเกมนี้ไม่ได้วัดจากขนาดของโมเดล แต่จากผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

 

อินเดีย – ซาอุฯ โมเดลใหม่ของประเทศกำลังพัฒนา

 

กรณีของอินเดียสะท้อนแนวคิดที่น่าสนใจว่า งานส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องใช้โมเดล AI ขนาดยักษ์ การลงทุนในโมเดลขนาดกลาง ต้นทุนต่ำ แต่ตอบโจทย์การใช้งานจริง อาจสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

 

ซาอุดีอาระเบียเองก็มอง AI ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก” คล้ายบทบาทพลังงานในศตวรรษที่ผ่านมา เป้าหมายไม่ใช่การครอบครองเทคโนโลยี แต่คือการสร้างทางเลือก (Optionality) ให้ประเทศสามารถเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลกได้จากหลายขั้วอำนาจ

 

AI กับแรงสั่นสะเทือนตลาดแรงงาน

 

IMF ประเมินว่า 40% ของงานทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจาก AI ไม่ว่าจะในรูปแบบการเสริมประสิทธิภาพ การเปลี่ยนบทบาท หรือการถูกแทนที่โดยตรง โดยประเทศพัฒนาแล้วได้รับผลกระทบมากที่สุด

 

กลุ่มที่เปราะบางที่สุดไม่ใช่แรงงานทักษะต่ำ แต่คือแรงงานระดับกลางและคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน นี่คือแรงสั่นสะเทือนทางสังคมที่อาจนำไปสู่ความไม่พอใจ ความเหลื่อมล้ำ และการเมืองแบบประชานิยมระลอกใหม่ หากการเปลี่ยนผ่านไม่ถูกบริหารอย่างรอบคอบ

 

ช่องว่างโลกเหนือ – โลกใต้กำลังขยาย

 

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า Generative AI ถูกใช้งานแล้วกว่า 25% ในประเทศพัฒนาแล้ว แต่ยังต่ำกว่า 15% ในประเทศกำลังพัฒนา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของคน แต่อยู่ที่โครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงพลังประมวลผล

 

หากโลกไม่ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างจริงจัง ช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศจะยิ่งถ่างกว้างขึ้นในทศวรรษหน้า

 

แล้วไทยอยู่ตรงไหนในเกมนี้

 

บทเรียนจากเวทีนี้ชี้ชัดว่า ประเทศที่ได้เปรียบในยุค AI ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีระดับโลก แต่ต้องเป็นประเทศที่สามารถนำ AI ไปยกระดับผลิตภาพทั้งระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ SMEs ภาคบริการ การศึกษา ไปจนถึงภาครัฐ

 

คำถามสำคัญสำหรับไทยจึงไม่ใช่ “เราจะสร้างโมเดลใหญ่แค่ไหน” แต่คือ “เราจะทำให้ AI ถูกใช้งานจริงในเศรษฐกิจไทยได้เร็วแค่ไหน”

 

ในโลกที่ไม่มีกรรมการและไม่มีกติกากลาง ประเทศที่ลังเลอาจไม่แพ้เพราะทำผิด แต่แพ้เพราะช้าเกินไป

 

และนี่อาจเป็นเกมอำนาจครั้งสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจโลกในยุคเรา

 

ภาพ: Jonathan Raa/NurPhoto via Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising