วันนี้ (15 มกราคม) เวลา 11.10 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ต่อมาวานนี้ (15 มกราคม) เกิดเหตุเครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 พื้นที่ จ.สมุทรสาครถล่ม ว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (16 มกราคม) จะลงพื้นที่พระราม 2 ซึ่งพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารกระทรวง กำลังประชุมเพื่อรับข้อสั่งการของรัฐบาลไปดำเนินการ
เมื่อถามว่า หลังจากการประชุมวานนี้ (15 มกราคม) บริษัทเอกชนมีการสะท้อนความเห็นอย่างไรกลับมาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการสะท้อนกลับมาที่ตนเลย ตนไม่ได้เป็นคู่กรณีหรือคู่สัญญา แต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้สั่งการไป เนื่องจากเกิดเหตุซ้ำซาก ที่สำคัญเกิดเหตุสองครั้งติดกัน มีผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง
ดังนั้น คงคุยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เราต้องใช้อำนาจทางปกครอง ในการสั่งให้หน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาไปบอกเลิกสัญญา ขอย้ำว่า ใช้คำว่าบอกเลิกสัญญา ไม่ใช่ยกเลิกสัญญา เพราะคำว่ายกเลิกสัญญาต้องมาดูว่าใครผิดใครถูก แต่ถ้าบอกเลิกสัญญา คือรัฐเห็นว่าหากกระทำเช่นนี้ต่อไปจะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ จึงต้องใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญา
เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่เงียบหายไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการกระทรวงคมนาคมแล้ว ตนไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ
ส่วนบริษัทเอกชนจะมีช่องทางฟ้องกลับรัฐบาลได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องได้หมด รัฐบาล และหน่วยงาน ต้องมีความมั่นใจ ซึ่งการประชุมวานนี้ (15 มกราคม) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอัยการสูงสุด ได้ร่วมหารือด้วย ทุกอย่างความเรียบร้อย และมีความเห็นตรงกัน หากทำเพื่อประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชน และคนที่กระทำผิดจะฟ้องกลับ เราก็ต้องต่อสู้ในฐานะรัฐ
ส่วนเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วได้ผู้รับเหมารายใหม่ มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของหน่วยงานเจ้าของโครงการ นี่คือรัฐเป็นอันตราย เห็นว่าประชาชนของรัฐเป็นอันตราย รัฐก็แจ้งให้เจ้าของโครงการดำเนินการเพื่อหยุดความเป็นอันตราย
เมื่อจะถามว่า การขึ้นบัญชีดำจะมีระยะเวลานานเท่าไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วก็มีขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้เป็นหมวดคำว่าทิ้งงาน ซึ่งมีคำจำกัดความอยู่ เป็นเรื่องที่กรมบัญชีกลางรับไว้แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็รับทราบ และดำเนินการ
ส่วนโครงการอื่นๆ ของบริษัทผู้รับเหมารายนี้ จะต้องมีการมารายงานอย่างไรบ้างนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้อง ตนไม่ใช่เจ้าของงาน แต่สั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ที่เห็นสิ่งที่เป็นภัยอันตรายต่อประชาชน เมื่อสั่งแล้วก็ต้องไปปฏิบัติ
ส่วนกรณีที่ในโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ว่าพรรคภูมิใจไทย ดูแลกระทรวงคมนาคมมาเป็น 10 ปี หากจะเลือกกลับมาอีก ประชาชนก็ต้องยอมรับความเสี่ยง อนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าใครโพสต์และเจตนารมย์เป็นอย่างไร ขออย่าถามเอาข่าว ถามให้โต้เถียงกันไปมา ผู้สื่อข่าวรู้คำตอบดี รู้ว่าใครโพสต์ การทำสิ่งเหล่านี้เป็นการทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ด้อยค่า ซึ่งการใช้ชีวิตของตน และการทำงานไม่เชื่อเรื่องแบบนี้
เมื่อถามย้ำว่า แต่ในช่วงการเลือกตั้งอาจจะถูกหยิบโยงไปดิสเครดิตทางการเมือง อนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหา การจะดิสเครดิตได้หรือไม่ได้ อยู่ที่น้องประชาชนจะตัดสินใจ
เมื่อย้ำอีกว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ อนุทินตอบกลับว่า “รำคาญมากกว่า ไม่ได้กังวล และทำไม่ได้ รำคาญไปก็หายใจลึกๆ 2-3 ครั้ง และแผ่เมตตาไปเท่านั้น“
ส่วนจะทนได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีร้องโอ้โห แล้วบอกว่า เรื่องของความทนก็มาวัดกันสิ พร้อมกล่าวต่อว่าไม่มีอะไรหรอก แผ่เมตตา และแนะนำให้ผู้สื่อข่าวใช้วิธีนี้ด้วยเวลาอารมณ์ไม่ดี แค่หายใจเข้าออกลึกๆ พุธโธ ๆ รับรองว่าไม่เกิน 10 ครั้ง ถ้าไม่หลับก็หายโกรธ สำหรับตนส่วนใหญ่จะหลับ พุทโธครั้งที่ 6 ก็หลับแล้ว


