วันนี้ (15 มกราคม) สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ‘มุมมองของคนไทยต่อนโยบายแจกเงินของพรรคการเมือง’ จากการสำรวจของศูนย์สำรวจความคิดเห็น KPI Poll ครั้งที่ 4 โดย รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll ระบุว่า การทำ KPI Poll มุ่งเป็นโพลเชิงวิชาการที่สะท้อนความจริงทางการเมืองอย่างเป็นกลาง เป็นจริง และเป็นประโยชน์ ไม่ชี้นำทางการเมือง แต่ทำหน้าที่ ฟังเสียงประชาชน เพื่อเป็นฐานความรู้สำคัญในการทำความเข้าใจความคาดหวังของสังคมไทย และเป็นคลังสมองทางประชาธิปไตย
การสำรวจดังกล่าวจัดทำระหว่างวันที่ 26–29 ธันวาคม 2568 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1. คนไทย 2 ใน 3 ไม่เชื่อ และไม่คล้อยตาม นโยบายแจกเงิน
- 67.1% ระบุว่าไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง (สำรวจโดย x LINE TODAY)
- 66.4% ไม่เชื่อมั่น นโยบายแจกเงิน
- 58.6% มองว่าเป็นนโยบายเพื่อหาเสียง
- 66.6% เห็นว่าช่วยพัฒนาประเทศได้น้อยหรือแทบไม่ช่วยเลย
ทั้งนี้ สะท้อนว่า สังคมค่อนข้างไม่เชื่อนโยบายแจกเงิน ประชาชนเริ่มแยกออก และตีความเป็น กลยุทธ์หาเสียง มากกว่านโยบายพัฒนา พลังทางการเมืองของนโยบายนี้กำลังถดถอย
2. ความไม่เชื่อต่อนโยบายแจกเงินกระจายทั่วประเทศ แต่หนักต่างกัน
- ภาคใต้ (80.5%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
- ภาคตะวันออก (72.5%) ภาคกลาง (70.2%)
- ภาคเหนือ (55.3%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (54.5%) ใกล้เคียงกัน
- กรุงเทพมหานคร (44.7%) ต่ำที่สุด
ทั้งนี้ ความไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินกระจายทั่วประเทศแต่ ภาคใต้ และภาคกลาง มีท่าทีปฏิเสธชัดเจนที่สุด ในขณะที่ คนกรุงเทพฯ ไม่ศรัทธาคำพูดทางการเมือง แต่ยังเปิดรับการทดลองเชิงนโยบาย
3. ทุกระดับการศึกษา เห็นตรงกันเกินครึ่ง นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการตัดสินใจ
- สูงกว่าปริญญาตรี (73.3%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
- ปริญญาตรี (67.75%) มัธยม/อาชีวศึกษา (60%)
- ประถมหรือต่ำกว่า (51.8%) ต่ำที่สุด
ทั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ทุกกลุ่มการศึกษาต้องการ เหตุผล ผลลัพธ์ และความคุ้มค่า มากกว่าสโลแกนหรือนโยบายขายฝัน
4. กลุ่มข้าราชการ–รัฐวิสาหกิจ ไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินมากที่สุด
- ข้าราชการ/พนักงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ (70.3%) สูงที่สุด
- แม่บ้าน/ผู้เกษียณ/ไม่มีอาชีพ (65.1%) เจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบการ/ค้าขาย (63.9%)
- นักเรียน / นักศึกษา (61.4%) ต่ำที่สุด
ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ รู้ว่าเงินทุกบาทมีต้นทุนและมีผลกระทบระยะยาว”แม้กระทั่งกลุ่มอาชีพอื่น ๆ และ นักเรียน/นักศึกษา ก็ยังเห็นไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่า การเมืองที่หวังชนะด้วยเงิน กำลังไม่ตอบโจทย์ทั้งคนในระบบ และคนรุ่นใหม่ เงินระยะสั้นไม่ตอบโจทย์ระยะยาวของชีวิต
ทั้งนี้ ผลสำรวจชี้ชัดว่า นโยบายแจกเงินไม่ใช่ตัวชี้ขาดทางการเมืองอีกต่อไป และยังสร้างความไม่น่าเชื่อถือในสายตาประชาชน พรรคการเมืองจำเป็นต้องปรับแนวทาง เสนอนโยบายที่ไม่ใช่ประชานิยม และตอบคำถามต่อสังคมให้ชัดเจนว่า เงินมาจากไหน ใครควรได้รับ ใช้แล้วเกิดผลกระทบอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ และจะวัดผลสำเร็จอย่างไร


