×

แค่คิดจะ ‘หางานใหม่’ ก็หมดแรง ผลสำรวจชี้วัยทำงานใน สหรัฐฯ เลือกกอดงานแน่น หลังตลาดจ้างงานซบเซา

15.01.2026
  • LOADING...
แค่คิดจะ ‘หางานใหม่’ ก็หมดแรง ผลสำรวจชี้วัยทำงานใน สหรัฐฯ เลือกกอดงานแน่น หลังตลาดจ้างงานซบเซา

เพียงแค่คิดจะเริ่ม ‘หางานใหม่’ ก็ทำให้วัยทำงานจำนวนมากรู้สึกหมดแรงตั้งแต่ยังไม่ก้าวออกจากจุดเดิม ท่ามกลางตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังซบเซา และ ไร้สัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งมีส่วนให้กระบวนการสมัครงานยืดเยื้อ บวกกับการแข่งขันสูง และ ความไม่แน่นอนของโอกาสจ้างงาน กลายเป็นแรงกดดันที่ค่อยๆ บั่นทอนกำลังใจของผู้สมัคร จนทำให้วัยทำงานจำนวนไม่น้อยตัดสินใจพักแผนการหางานใหม่อย่างไม่มีกำหนด แม้จะยังเผชิญความกังวลด้านรายได้ และ ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

 

สะท้อนจากผลสำรวจของ Monster แพลตฟอร์มหางานรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้สำรวจแรงงาน 1,504 คน โดยมีเพียง 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ามีแผนจะหางานใหม่ในปี 2026 ถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 93% ที่เคยสำรวจเอาไว้ในปีก่อนหน้า โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงจิตวิทยาของแรงงาน จากเดิมที่เคยเปิดรับโอกาสใหม่ กลับกลายเป็นความระมัดระวัง และ ถอยกลับมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากขึ้น

 

วิกกี ซาเลมี ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพจาก Monster กล่าวว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา แนวโน้มการเปลี่ยนงาน ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสดใส และ ใกล้เคียงกับช่วง Great Resignation หรือยุคลาออกครั้งใหญ่ โดยวัยทำงานจำนวนมากมองว่าค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นแรงผลักดันให้ต้องมองหางานใหม่ที่ให้ค่าตอบแทนดีกว่า

 

อย่างไรก็ตาม ภาพในปี 2026 กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แรงงานยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและภาวะเงินเฟ้อเช่นเดิม แต่ความเชื่อมั่นในการหางานใหม่กลับลดลงอย่างมาก หลายคนไม่มั่นใจว่าจะสามารถหางานใหม่ได้และไม่มั่นใจว่างานที่ใหม่จะให้รายได้สูงกว่าเดิม

 

นักเศรษฐศาสตร์บางรายประเมินว่า สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะ Hiring Recession หรือภาวะถดถอยด้านการจ้างงาน โดยข้อมูลระบุว่าปี 2025 เป็นปีที่มีการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานใหม่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2003 หากไม่นับรวมช่วงเศรษฐกิจถดถอย ในภาวะดังกล่าวได้ซ้ำเติมความกังวลของแรงงาน และทำให้บรรยากาศในตลาดงานเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

 

โดยผลพวงจากสถานการณ์นี้ ทำให้คนในวัยทำงานจำนวนมากเลือกกอดงานไว้แน่น หรือที่เรียกว่า Job Hugging คือการยึดติดกับงานปัจจุบัน แม้จะไม่พึงพอใจมากนัก แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงออกไปเผชิญความไม่แน่นอนในตลาดแรงงาน ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ Monster รายงานว่า 52% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าการเลิกจ้างทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นในปี 2026 ขณะที่ 40% มองว่าตลาดแรงงานจะย่ำแย่ลง และอีก 40% เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย

 

ในทิศทางเดียวกัน รายงานอีกฉบับของ Monster เมื่อเดือนตุลาคม 2025 พบว่า พนักงานถึง 75% วางแผนจะอยู่กับงานปัจจุบันอย่างน้อยจนถึงปี 2027 สะท้อนการตัดสินใจเชิงป้องกันความเสี่ยง และการให้ความสำคัญกับเสถียรภาพมากกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด และเมื่อโอกาสงานใหม่มีจำกัด คนทำงานจำนวนไม่น้อยหันไปมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงทางการเงิน

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพจาก Monster มองว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนลำดับความสำคัญของแรงงาน จากการไล่ล่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ไปสู่การปกป้องรายได้และความมั่นคงในระยะยาว ที่สำคัญคนในวัยทำงานเลือกค่อยๆ สร้างอาชีพเสริม เรียนรู้ทักษะใหม่ และมองหาโอกาสอย่างรอบคอบมากขึ้น และเพื่อรองรับอนาคต หากตลาดแรงงานกลับมาฟื้นตัว การเติบโตของอาชีพเสริมอาจกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนงานอีกครั้ง เนื่องจากช่วยเปิดโอกาสให้แรงงานได้ทดลองเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ สร้างเครือข่าย และอาจพัฒนาเป็นงานประจำในระยะยาว

 

พร้อมย้ำว่า แม้ภาพรวมจะดูซบเซา แต่คนในวัยทำงานไม่ได้หมดใจหรือเลิกสนใจเส้นทางอาชีพของตนเอง หากแต่กำลังวางแผนระยะยาวมากขึ้น โดยแนะนำให้ใช้โอกาสจากงานปัจจุบันให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการอาสาทำ โปรเจกต์ ใหม่ การพัฒนาทักษะเพิ่มเติม การสร้างเครือข่ายทั้งภายในองค์กรและในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมถึงการพูดคุยกับหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเส้นทางการเติบโต การขึ้นเงินเดือน หรือการเลื่อนตำแหน่ง

 

ส่วนคนที่ตั้งใจจะหางานใหม่ในปีนี้ แนะนำให้ปรับเรซูเม่ให้ตรงกับแต่ละตำแหน่ง ใช้คีย์เวิร์ดให้สอดคล้องกับประกาศงาน เน้นทักษะที่สามารถถ่ายโอนได้ และมองหาโอกาสในอุตสาหกรรมที่ยังขาดแคลนแรงงาน เช่น ภาคสาธารณสุข เป็นต้น

 

ภาพ: eamesBot/shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising