วานนี้ (12 มกราคม) The Active ไทยพีบีเอส จับมือภาคีเครือข่ายกว่า 40 องค์กร เปิดเวที Policy Watch Connect 2026 เชื่อมโยงเสียงประชาชนสู่ผู้ออกแบบนโยบาย มุ่งกลั่นกรองปัญหาประเทศเป็นข้อเสนอที่จับต้องได้จริง พร้อมส่งมอบพรรคการเมืองล่วงหน้าก่อนศึกเลือกตั้งกุมภาพันธ์นี้ ย้ำนโยบายต้องเริ่มจากฐานราก ไม่ใช่รอรับฟังจากนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว
เปลี่ยนบทบาทประชาชน: จากผู้รับฟัง สู่ ผู้ริเริ่มนโยบาย
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งและประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจของประเทศ งาน Policy Watch Connect 2026 จึงถูกจัดขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมให้ประชาชนส่งเสียงถึงพรรคการเมือง
“ในอดีต ประชาชนมักเป็นเพียงผู้รับฟังคำหาเสียงของพรรคการเมือง แต่ครั้งนี้เราต้องการเปลี่ยนให้ประชาชนเป็นผู้ริเริ่มและออกแบบนโยบายเอง ข้อเสนอทั้งหมดจาก 12 เวทีเสวนาจะถูกรวบรวมเป็น ‘สมุดปกขาว’ และนำเสนอใน ‘ตลาดนัดนโยบาย’ เพื่อให้ภาคประชาสังคมได้ตั้งคำถาม ติดตาม และทวงถามความชัดเจนจากพรรคการเมืองอย่างเป็นระบบ” นรเศรษฐ์ กล่าว
ถอดบทเรียนสิงคโปร์ ชี้พลังประชาชนคือทางออกวิกฤตความเชื่อมั่น
ด้าน วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ Thai PBS ระบุว่า พลังประชาธิปไตยที่เข้มแข็งจะเกิดขึ้นได้หากพรรคการเมืองนำปณิธานของประชาชนไปปฏิบัติจริง โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของประเทศสิงคโปร์ที่สามารถแก้ปัญหามลพิษหมอกควันได้จากการกดดันและข้อเสนอแนะที่เข้มข้นของภาคประชาสังคม จนนำไปสู่การออกกฎหมายบังคับใช้กับภาคธุรกิจอย่างจริงจัง
ขณะที่ รศ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สว. และกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ย้ำถึงสภาวะวิกฤตในปัจจุบัน ทั้งด้านประชาธิปไตย เศรษฐกิจ และรัฐสวัสดิการ โดยชูโมเดล นโยบายจากฐานราก เช่น นวัตกรรมการจัดการที่อยู่อาศัยคนจนเมืองในรูปแบบการเช่าแทนการเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่เปลี่ยนฐานคิดเดิมและมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
แนะรัฐ-ราชการ ปล่อยวางอำนาจ เปิดพื้นที่ร่วมแก้ปัญหาซับซ้อน
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ให้ความเห็นว่า ปัญหาสังคมในปัจจุบันมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ระบบราชการจะจัดการได้โดยลำพัง ภาครัฐและฝ่ายการเมืองจึงต้องปล่อยวาง อำนาจบางส่วน และดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการขยายผลโมเดลต้นแบบจากประชาชนสู่ระดับนโยบายชาติ
สอดคล้องกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่ย้ำว่านโยบายสาธารณะที่ดีต้องเกิดจากการมีส่วนร่วม (Participatory Public Policy) เพื่อสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิต และสังคม อันเป็นรากฐานของประชาธิปไตยที่กินได้
3 ความหวัง สู่หมุดหมายใหม่ของประเทศไทย
ในช่วงท้าย ณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้สรุปถึงความคาดหวังสำคัญ 3 ประการต่อกระบวนการจัดทำนโยบายในครั้งนี้:
1. ความโปร่งใส: การเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม และตรวจสอบได้
2. นโยบายเพื่อคนตัวเล็ก: ข้อเสนอของประชาชนต้องไปอยู่บนโต๊ะตัดสินใจของพรรคการเมือง
3. กลไกติดตาม: ภาคประชาสังคมต้องมีบทบาทในการประเมินและทวงถามสัญญาประชาคมหลังการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ งาน Policy Watch Connect 2026 จะดำเนินต่อเนื่องเพื่อรวบรวมเจตจำนงของประชาชนให้เป็นเอกภาพ ก่อนจะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อตัวแทนพรรคการเมืองในลำดับถัดไป


