วันนี้ (5 มกราคม) เวลา 12.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ว่า ได้เข้าเฝ้าเพื่อขอความเป็นสิริมงคลจากสมเด็จพระสังฆราชฯ พร้อมถวายพระพรให้พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงเป็นมิ่งขวัญของพุทธศาสนิกชนตราบนานเท่านาน
เมื่อถูกถามว่าสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ประทานพรใดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้ประทานน้ำมนต์ให้กับทุกคน ซึ่งถือเป็นความสิริมงคล เพราะเพียงได้กราบและได้เห็น ก็รู้สึกได้ถึงความเป็นมงคลแล้ว
ส่วนกรณีที่ได้พบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า องคมนตรีเข้าเฝ้ากราบสมเด็จพระสังฆราชฯ ก่อนหน้าคณะของตน จึงได้เข้าไปกราบสวัสดีปีใหม่ ซึ่งท่านได้ให้กำลังใจ พร้อมกันนี้ตนได้รายงานสถานการณ์บ้านเมืองโดยสังเขปให้พล.อ.ประยุทธ์รับทราบ เนื่องจากท่านมีความเป็นห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และได้แนะนำแนวทางที่เป็นประโยชน์ พร้อมขอให้อดทน และให้พร
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้อวยพรให้เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยหน้าหรือไม่ นายกรัฐมนตรีเพียงยิ้มและหัวเราะ โดยไม่ได้ตอบคำถาม
อนุทิน ยังเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยว่า ได้มอบนโยบายให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งปี 2569 โดยคำว่าความเป็นกลางหมายถึง ไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใด ไม่ช่วยเหลือ หรือไม่กดดันใครในฐานะข้าราชการ ส่วนเรื่องส่วนตัวนั้นไม่สามารถไปบังคับกันได้
เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมืองเริ่มนำบุตรหลานมาช่วยหาเสียง จะพิจารณานำบุตรชายของตนเข้าสู่การเมืองหรือไม่ อนุทินยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน เนื่องจากครอบครัวต่างคนต่างดูแลตัวเอง และบุตรชายยังไม่ได้แสดงท่าทีทางการเมือง
เมื่อถามถึงหมัดเด็ดหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยในช่วงโค้งสุดท้าย อนุทินกล่าวว่า พรรคจริงจังและจริงใจ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า หากเลือกพรรคภูมิใจไทย จะสามารถทำงานให้ประชาชนได้จริง พร้อมย้ำว่า “ไม่ต้องมีหมัดเด็ด ไม่ต้องไปชกกับใคร พอแล้ว”
เมื่อถามถึงการหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ อนุทินระบุว่า จะนำเสนอนโยบาย “พูดแล้วทำ พลัส” ต่อไป ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ชายแดน ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี และปทุมธานี พร้อมระบุว่าจะกวาด สส.ในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นฐานของพรรคภูมิใจไทยนั้น อนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะทุกพรรคต่างหวังเป็นที่ 1 เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย แต่ยืนยันว่าไม่คิดสู้กับใคร เพียงต้องการเข้าไปรับใช้บ้านเมืองและทำงานให้ประชาชน
เมื่อถามถึงกรณี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกแคมเปญหาเสียงระบุว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีกว่านายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีกล่าวเพียงว่า ไม่ทราบ และไม่เคยชมตัวเอง ขณะเดียวกันยังเห็นด้วยกับกรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ระบุว่า หากรอบนี้ไม่ได้ อีก 4 ปีข้างหน้าไม่ต้องมาเลือกแล้ว โดยกล่าวว่า “ท่านก็พูดถูก”
เมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าปัญหาชายแดนไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นนโยบายหาเสียงนั้น อนุทินไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์


