×

กฤษฎีกาเร่งดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต

30.11.2025
  • LOADING...
กฤษฎีกาเร่งดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule of adding a space before proper nouns that follow a verb. * ดัน (verb) is followed by ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป (proper noun phrase). There is already a space after ดัน. * ปลดล็อก (verb) is followed by กฎหมาย (common noun, not a proper noun). Therefore, no space is added. * เปิดทาง (verb phrase) is followed by ให้ธุรกิจเติบโต (contains common nouns, not proper nouns). Therefore, no space is added. So, the headline remains unchanged.

ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อภาครัฐโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เดินหน้าผลักดัน ‘ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป’ เพื่อทลายข้อจำกัดทางกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนมาอย่างยาวนาน สอดรับกับข้อมูลล่าสุดจากภาคเอกชนที่ชี้ให้เห็นถึง ‘ช่องว่างเงินทุน’ และกระแสเงินทุนไทยที่กำลังไหลออกไปลงทุนนอกประเทศ

 

พิชยามนต์ จารึกสุนทรสกุล นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือการแก้ไขข้อจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เดิมที่ไม่เอื้อต่อรูปแบบการทำธุรกิจของสตาร์ตอัปยุคใหม่ โดยกฎหมายใหม่จะเปิดทางให้ทำในสิ่งที่เคยทำไม่ได้ ให้ทำได้เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน

 

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของกฎหมายฉบับใหม่นี้ อาทิเช่น รองรับการออกหุ้นกู้ที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนยอดนิยมของสตาร์ตอัประดับโลก

 

อนุญาตให้บริษัทจำกัดสามารถถือหุ้นของตนเอง (Treasury Stock) เพื่อนำมาจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจให้กับพนักงานหรือกรรมการ ช่วยดึงดูด Talent คนเก่งๆ เข้ามาร่วมงาน

 

รวมทั้งการรองรับการเปลี่ยนหนี้สินให้กลายเป็นทุนจดทะเบียน เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงิน

 

จากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ พบว่าภาคเอกชนกว่า 97.2% เห็นด้วยกับหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยจะมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน และใช้ระบบการจดทะเบียนแบบรับรองตนเอง (Self-declared) เพื่อความรวดเร็ว

 

เจาะลึกไส้ใน VC ไทย เงินไหลออกนอก และช่องว่างเงินทุน

 

ในขณะที่ภาครัฐกำลังเร่งเครื่องด้านกฎหมาย รายงาน ‘INSIDE THE DEAL FLOW 2024’ จากสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) ได้สะท้อนภาพความเป็นจริงของการลงทุนในปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดการลงทุนรวมกว่า 1.4 พันล้านบาท จาก 53 ดีล

 

โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองคือเงินทุนไหลออก (Outbound Investment) แม้การลงทุนในประเทศจะยังมีสัดส่วนหลักที่ 57% (30 ดีล) แต่พบว่ามีเม็ดเงินถึง 43% (23 ดีล) ที่ไหลออกไปลงทุนในสตาร์ตอัปต่างประเทศ สะท้อนว่านักลงทุนไทยกำลังมองหาโอกาสเติบโตในเวทีโลก หรืออาจสะท้อนถึงข้อจำกัดของตัวเลือกในประเทศ

 

นอกจากนี้ การลงทุนกระจุกตัวอยู่ที่ดีลขนาดเล็ก มูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท และดีลขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ มูลค่า 20-50 ล้านบาท แต่กลับพบช่องว่างเงินทุน (Funding Gap) ที่น่ากังวลในช่วงวงเงิน 10-20 ล้านบาท (Pre-A Round) ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 11.3% เท่านั้น นี่คือช่วงรอยต่อสำคัญที่สตาร์ตอัปไทยหลายรายมักไปไม่ถึงฝั่งฝัน

 

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ดึงดูดเม็ดเงินได้มากที่สุดยังคงเป็น Digital Platform และ FinTech ในขณะที่ HealthTech เป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในประเทศแบบ 100% ส่วน ClimateTech นั้น เงินทุนไทยมักไหลไปลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด

 

การผลักดันกฎหมายใหม่ของกฤษฎีกา จึงเปรียบเสมือนการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย ให้รองรับเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ เพื่อปิดช่องว่างเงินทุนและดึงดูดให้เม็ดเงินทั้งจากในและต่างประเทศไหลกลับเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจเทคโนโลยีของไทยมากขึ้น

 

TVCA ระบุว่า “ทุนไทยพร้อมที่จะก้าวสู่ระดับโลก แต่โอกาสที่แท้จริงคือการ Scaling บริษัทของเราและการแข่งขันบนเวทีโลก” ซึ่งการปลดล็อกกฎหมายในครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สตาร์ตอัปไทยมีความคล่องตัวและเข้มแข็งพอที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นได้

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising