×

BREAKING: ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง เตรียมนั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47

โดย THE STANDARD TEAM
06.11.2024

โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน คว้าชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เหนือ คามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต โดยกวาดจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) เกิน 270 คะแนนแล้ว แม้การนับคะแนนในหลายรัฐยังดำเนินอยู่ การเลือกตั้งครั้งนี้ทรัมป์สามารถชนะในรัฐ Swing State หรือรัฐสมรภูมิสำคัญ (Battleground State) อย่างเพนซิลเวเนีย, นอร์ทแคโรไลนา, จอร์เจีย และวิสคอนซิน พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดี 2 สมัยแบบไม่ติดต่อกันเป็นคนที่ 2 ของสหรัฐฯ

 

ทรัมป์ในวัย 78 ปี เกิดในนิวยอร์กซิตี้ รัฐนิวยอร์ก เป็นลูกคนที่ 4 จากลูกทั้งหมด 5 คนของ เฟรเดอริก นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ แมรี ทรัมป์ ไฮโซและนักการกุศลชาวนิวยอร์ก

 

เส้นทางชีวิตของเขาเปี่ยมไปด้วยสีสันและความโลดโผน จากมหาเศรษฐีผู้มีบุคลิกเฉพาะตัว อดีตดาวดังแห่งเรียลิตี้โชว์ สู่ผู้นำทำเนียบขาว

 

หลังสำเร็จการศึกษา ทรัมป์รับสืบทอดบริษัทต่อจากพ่อ โดยมีส่วนช่วยบริหารโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในนิวยอร์ก และได้อำนาจบริหารบริษัทเต็มตัวในปี 1971 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น The Trump Organization ซึ่งภายใต้การบริหารของทรัมป์ได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจของครอบครัวจากโครงการที่พักอาศัยระดับกลางในย่านบรูกลินและควีนส์มาเป็นโครงการหรูหราในแมนฮัตตัน โดยถนน Fifth Avenue กลายมาเป็นที่ตั้งของ Trump Tower ซึ่งต่อมาเป็นทั้งบ้านและทรัพย์สินที่มีชื่อเสียงที่สุดของทรัมป์

 

ในการหาเสียงทรัมป์ยังคงชูนโยบาย ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ โดยจะขึ้นกำแพงภาษีสินค้าทั่วโลก โดยเฉพาะกับจีน เพื่อปกป้องแรงงานและฟื้นภาคการผลิตในประเทศ นอกจากนี้ เขายังประกาศว่าจะเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ในวันแรกของการทำงานที่ทำเนียบขาว

 

โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมลงคะแนนโหวตอย่างเป็นทางการของคณะผู้เลือกตั้ง และทรัมป์จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 2025

 

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 โดยเอาชนะ ฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งปี 2016 แต่เขาแพ้ให้ โจ ไบเดน ในปี 2020 ซึ่งทรัมป์กล่าวหาเดโมแครตว่าโกงการเลือกตั้ง และพยายามจะพลิกผลการเลือกตั้งในบางรัฐ

 

ด้วยนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน การกลับมาของทรัมป์จึงทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามการค้ากับจีนอาจทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ เขายังต่อต้านโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ โดยไม่สนับสนุนความร่วมมือระดับพหุภาคี ขณะที่ NATO ก็จับตานโยบายของทรัมป์ว่าจะส่งผลต่อพันธมิตรหรือไม่ แต่ในอีกด้านหนึ่งทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่าหากเขาได้เป็นประธานาธิบดีในปี 2020 ก็อาจไม่เกิดสงครามในยูเครนหรือในตะวันออกกลาง ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าทรัมป์จะมีบทบาทอย่างไรในการยุติสงครามในยูเครนและตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อหลายปีในยุครัฐบาลเดโมแครต

 

สำหรับ เมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาของทรัมป์ จะได้เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอีกสมัย ขณะที่ เจ.ดี. แวนซ์ จะก้าวขึ้นมาเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่


READ MORE





Latest Stories