×

เปิดเส้นทางหลบหนีของ ‘โบลโซนาโร’ ฝ่าคำสั่งศาลถึงสหรัฐฯ ได้อย่างไร ก่อนประกาศตนเป็นผู้นำบราซิล?

29.10.2026
ภาพ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ขณะเดินทางออกนอกประเทศหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล

ฟลาวิโอ โบลโซนาโร สมาชิกวุฒิสภาและอดีตผู้สมัครประธานาธิบดีบราซิล เดินทางถึงเมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา ก่อนประกาศตนเป็นผู้นำที่ชอบธรรมของบราซิล พร้อมกล่าวหาว่า ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล และศาลสูงสุดร่วมกันก่อรัฐประหารผ่านกระบวนการเลือกตั้งเพื่อแย่งชิงชัยชนะของเขา แม้ลูลาจะชนะการเลือกตั้งระดับประเทศ ด้วยคะแนนเสียงมากกว่าราว 4.4 ล้านคะแนนก็ตาม

 

 

อนึ่ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังโบลโซนาโรปฏิเสธปฏิบัติตามคำสั่งศาลสูงสุดที่ให้ส่งมอบหนังสือเดินทาง หลังอยู่ระหว่างการสอบสวนคดีฟอกเงินและการนำเงินตราออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย ก่อนจะเดินทางออกจากบราซิลอย่างลับๆ พร้อมภรรยาและบุตรสาว 2 คน ผ่านอาร์เจนตินาและเอกวาดอร์ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ฆาเบียร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา และรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

Reuters รายงานว่า หลังเดินทางถึงสหรัฐฯ ในเมื่อคืนนี้ (28 ตุลาคม) โบลโซนาโรเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกผ่านแพลตฟอร์ม X โดยในฉบับแรกประกาศตนเป็น ‘ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้ง’ ก่อนลบข้อความดังกล่าว และเผยแพร่จดหมายฉบับใหม่ที่เปลี่ยนถ้อยคำเป็น ‘ผู้นำ’ ของบราซิล

 

“ผมต้องการบอกผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 60 ล้านคนที่ลงคะแนนให้ผม รวมถึงประชาชนชาวบราซิลทุกคนว่า ผมคือผู้นำ และอาชญากรที่ขโมยชัยชนะในการเลือกตั้งของบราซิลเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมที่สถาปนาระบอบทรราชขึ้นมา” โบลโซนาโรระบุในจดหมาย พร้อมกล่าวหาว่า ตนกำลังตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งทางการเมืองจากรัฐบาลลูลาและศาลสูงสุด

 

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้แสดงหลักฐานที่พิสูจน์ว่า มีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น ขณะที่ศาลเลือกตั้งบราซิล ผู้นำต่างประเทศ ผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศ รวมถึงพรรคเสรีนิยม (Liberal Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของโบลโซนาโร ต่างยอมรับผลการเลือกตั้งที่ลูลาได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 51.8% ต่อ 48.2%

 

ข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตการเลือกตั้งของโบลโซนาโร มีจุดเริ่มต้นจากคำสั่งของศาลสูงสุดที่ขยายเวลาลงคะแนนเสียงออกไปอีก 2 ชั่วโมง โดยเขาอ้างว่า ผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งโดยลูลา ใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายรัฐบาล

 

คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้น หลังทีมหาเสียงของลูลาร้องเรียนเรื่องการขัดขวางประชาชนออกไปใช้สิทธิในรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของฝ่ายซ้าย ขณะที่ทีมหาเสียงของโบลโซนาโรเองก็ร้องขอให้ขยายเวลาลงคะแนนเสียง เนื่องจากฝนตกหนักในรัฐทางตอนใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงของฝ่ายอนุรักษนิยมเช่นกัน

 

อนึ่ง ข้อมูลจาก เปโดร บูร์โกส ศาสตราจารย์จากสถาบัน Insper ระบุว่า มีผู้ลงคะแนนเสียงเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ขยายออกไปไม่ถึง 35,000 คะแนน คิดเป็นประมาณ 0.03% ของคะแนนทั้งหมด เทียบกับผลต่างคะแนนเสียงที่ลูลาชนะมากกว่า 4.4 ล้านคะแนน

 

ขณะที่หน่วยงานจัดการเลือกตั้งยืนยันว่า การขยายเวลาดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง และนักวิเคราะห์ประเมินว่า ความพยายามขอให้เพิกถอนผลการเลือกตั้งของโบลโซนาโรมีโอกาสประสบความสำเร็จน้อยมาก

 

นอกจากนี้ โบลโซนาโรยังกล่าวหาว่า ลูลาใช้เงินของรัฐบาลสร้างความได้เปรียบในการหาเสียง โดยอ้างถึงการปรับเพิ่มเงินสวัสดิการในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลูลาชี้แจงว่า การปรับเพิ่มดังกล่าวเป็นการชดเชยเงินเฟ้อที่ดำเนินการล่าช้ากว่ากำหนด

 

เปิดเส้นทางออกจากบราซิล หลังถูกสอบคดีฟอกเงินพันล้านดอลลาร์

 

The New York Times รายงานว่า โบลโซนาโรหายตัวไปจากสายตาสาธารณชนราว 24 ชั่วโมง หลัง อเล็กซานเดร เดอ โมราเอส ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของบราซิล มีคำสั่งให้เขาส่งมอบหนังสือเดินทางทั้งแบบปกติและทางการทูตภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากกังวลว่า เขาอาจเดินทางหลบหนีระหว่างการสอบสวนคดีฟอกเงินและการนำเงินตราออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย

 

หนึ่งในคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างโบลโซนาโร กับ วิลเลอร์ โทมาซ ทนายความชาวบราซิล ซึ่งถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านธุรกิจการพนันออนไลน์ โดย Al Jazeera รายงานอ้างสื่อท้องถิ่นว่า โทมาซเดินทางไปไมอามีก่อนหน้านี้ราว 2 สัปดาห์

 

นอกจากนี้ โบลโซนาโรยังถูกตำรวจสอบสวนกรณีระดมทุนหลายล้านดอลลาร์จากนายธนาคารที่พัวพันคดีทุจริตครั้งใหญ่ เพื่อนำไปสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ชีวประวัติของ ฌาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีและบิดาของเขา ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 27 ปีจากความผิดฐานพยายามก่อรัฐประหาร หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2022 โดยปัจจุบันรับโทษภายใต้การควบคุมตัวที่บ้าน

 

ก่อนหน้านี้ ฟลาวิโอเคยประกาศผ่านวิดีโอบนโซเชียลมีเดียว่า จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลและไม่เคยคิดเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมแสดงความตั้งใจที่จะใช้ฐานเสียงจากการเลือกตั้งเป็นกำลังสำคัญในการนำฝ่ายค้านต่อสู้กับรัฐบาลลูลา

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดในวันที่ 27 ตุลาคม เขากลับไม่ส่งมอบหนังสือเดินทาง ทำให้ทางการบราซิลยกเลิกเอกสารเดินทางและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเดินทางออกนอกประเทศ

 

แต่ในคืนวันเดียวกัน โบลโซนาโรและครอบครัวกลับสามารถเดินทางข้ามพรมแดนจากเมืองฟอสโดอีกวาซูทางตอนใต้ของบราซิล ไปยังเมืองปวยร์โตอีกวาซูของอาร์เจนตินา ผ่านสะพานเชื่อมพรมแดนระหว่างสองประเทศได้สำเร็จ

 

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาร์เจนตินายืนยันว่า เขาและครอบครัวเดินทางเข้าประเทศเมื่อเวลา 22.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้เอกสารเดินทางที่ยังมีผลบังคับใช้ และไม่มีข้อห้ามทางกฎหมายในการเข้าประเทศ

 

จากนั้นประมาณ 40 นาที โบลโซนาโรและครอบครัวขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของบริษัท Baires Fly ซึ่งเคยให้บริการแก่ประธานาธิบดีมิเลย์ เดินทางไปยังเมืองกวายากิล ประเทศเอกวาดอร์ ก่อนต่อเครื่องไปยังสหรัฐฯ และเดินทางถึงสนามบิน Opa-Locka Executive Airport ใกล้เมืองไมอามี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ตุลาคม

 

The New York Times รายงานเพิ่มเติมว่า ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า โบลโซนาโรอาจเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยใช้หนังสือเดินทางทางการทูตของบราซิลที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ขณะที่ตำรวจสหพันธ์บราซิลระบุว่า ไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศของเขา และกำลังตรวจสอบว่า เหตุใดจึงสามารถเดินทางออกจากบราซิลได้ แม้มีคำสั่งจำกัดการเดินทาง

 

อย่างไรก็ตาม ตำรวจชี้แจงว่า การฝ่าฝืนข้อจำกัดด้านการเดินทางยังไม่ได้ทำให้โบลโซนาโรมีสถานะเป็นผู้ต้องหาหลบหนีโดยอัตโนมัติ และยังไม่ถือเป็นเหตุให้จับกุมเขาได้ทันที

 

จับตาการเมืองฝ่ายขวาบราซิล หลังตระกูลโบลโซนาโรเสียอำนาจ?

 

การเดินทางออกนอกประเทศอย่างกะทันหันของโบลโซนาโร สร้างความประหลาดใจให้แก่พันธมิตรทางการเมือง โดยเฉพาะหลังพรรคเสรีนิยมยอมรับผลการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้เขาใช้ฐานเสียงที่ได้รับจากการเลือกตั้งเป็นกำลังสำคัญในการนำฝ่ายค้านต่อสู้กับรัฐบาลลูลา

 

แม้ฟลาวิโอจะพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่พรรคของเขากลับประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งรัฐสภา หลังกลายเป็นพรรคที่ครองจำนวนที่นั่งมากที่สุดทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา อีกทั้งสมาชิกครอบครัวโบลโซนาโรหลายคน ยังได้รับเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภา รวมถึง คาร์ลอส โบลโซนาโร น้องชายของฟลาวิโอ และ มิเชลล์ โบลโซนาโร ภรรยาของอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์

 

ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ ฟลาวิโอเคยประกาศว่า จะใช้ชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภาของพรรคเปลี่ยนสภานิติบัญญัติให้เป็น ‘ป้อมปราการ’ เพื่อสกัดกั้นนโยบายของรัฐบาลลูลา แต่การเดินทางไปสหรัฐฯ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับบทบาทผู้นำฝ่ายค้านของเขาในอนาคต

 

Al Jazeera รายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจนำไปสู่การแข่งขันชิงอำนาจภายในฝ่ายขวาบราซิลครั้งใหม่ หลังตระกูลโบลโซนาโรครองอิทธิพลในการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมมาอย่างยาวนาน

 

เปาโล โรแบร์โต เดอ ซูซา นักวิเคราะห์การเมืองจากสถาบัน Democracy in Check ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า การเดินทางออกนอกประเทศของฟลาวิโออาจเปิดโอกาสให้กลุ่มอนุรักษนิยมเริ่มแข่งขันกันเพื่อสืบทอดฐานอำนาจทางการเมืองของตระกูลโบลโซนาโร โดยมองว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อสถานะทางการเมืองของครอบครัว

 

เขาชี้ว่า ในปี 2022 ฌาอีร์ โบลโซนาโร กลายเป็นประธานาธิบดีบราซิลคนแรกที่แพ้การเลือกตั้งขณะดำรงตำแหน่ง ขณะที่ในปี 2026 ฟลาวิโอกลายเป็นผู้สมัครคนแรกที่นำคะแนนในรอบแรก แต่กลับพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรอบตัดสิน ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดของอิทธิพลทางการเมืองของตระกูลโบลโซนาโร

 

หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองคือ ทาร์ซิซิโอ เด เฟรตัส ผู้ว่าการรัฐเซาเปาโล ซึ่งเพิ่งชนะการเลือกตั้งอีกสมัยตั้งแต่รอบแรก และเคยได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองฝ่ายขวาบางส่วน รวมถึงผู้นำกลุ่มคริสเตียนอีแวนเจลิคัล ให้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

 

หลังทราบผลการเลือกตั้ง ทาร์ซิซิโอเผยแพร่วิดีโอความยาว 2 นาทีผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อนำเสนอแนวทางการเมืองของตนเอง โดยกล่าวถึงฟลาวิโอเพียงครั้งเดียว ซึ่งถูกจับตามองว่า เป็นสัญญาณของการสร้างบทบาททางการเมืองที่เป็นอิสระมากขึ้น

 

เดอ ซูซามองว่า ทาร์ซิซิโออาจมีบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างอำนาจฝ่ายขวาบราซิล แต่ยังต้องรักษาสมดุลระหว่างการสร้างฐานการเมืองของตนเองกับการรักษาความสนับสนุนจากกลุ่มผู้ภักดีต่อตระกูลโบลโซนาโร โดยเขาประเมินว่า ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2030 สมาชิกตระกูลโบลโซนาโรอาจมีบทบาทในฐานะผู้สนับสนุนผู้สมัคร มากกว่าการลงแข่งขันด้วยตนเอง

 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนยังมองว่า ตระกูลโบลโซนาโรจะพยายามรักษาอิทธิพลทางการเมืองต่อไป หลังสมาชิกครอบครัวหลายคนยังได้รับเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภา ขณะที่ประชาชนบางส่วนแสดงความไม่พอใจต่อการเดินทางออกนอกประเทศของฟลาวิโอ โดยมองว่า เขาพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรม

 

ทรัมป์เปิดทางเข้าสหรัฐฯ เสี่ยงเพิ่มความตึงเครียดกับบราซิล

 

การอนุญาตให้โบลโซนาโรและครอบครัวเดินทางเข้าสหรัฐฯ ยังอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับลูลา ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยกล่าวหาว่า วอชิงตันพยายามแทรกแซงกิจการภายในบราซิล เพื่อสนับสนุนการกลับคืนสู่อำนาจของตระกูลโบลโซนาโร

 

Reuters รายงานก่อนการเลือกตั้งว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีความพยายามสนับสนุนการกลับคืนสู่อำนาจของครอบครัวดังกล่าว แม้รัฐบาลวอชิงตันจะปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงก็ตาม

 

ขณะที่ทรัมป์และมิเลย์เป็นหนึ่งในผู้นำต่างประเทศที่ยังไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งบราซิล โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า การเลือกตั้งอาจถูกจัดฉากหรือบิดเบือนผล ก่อนปรับท่าทีเมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ฟลาวิโอเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้อย่างไร

 

“เราอนุญาตให้เขาเข้าประเทศแล้ว ดังนั้นก็คงต้องรอดูกันต่อไป แต่ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว มันเป็นการเลือกตั้งที่แปลกประหลาดมากอย่างแน่นอน” ทรัมป์กล่าว

 

ทั้งนี้ การเดินทางไปสหรัฐฯ ของฟลาวิโอมีลักษณะคล้ายกับกรณีของฌาอีร์ โบลโซนาโร ผู้เป็นบิดา ซึ่งเคยเดินทางไปสหรัฐฯ หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีให้ลูลาในปี 2022 ก่อนกลับบราซิลและถูกดำเนินคดีฐานพยายามก่อรัฐประหาร

 

สำหรับฟลาวิโอ แม้จะถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศระหว่างถูกสอบสวนคดีฟอกเงิน แต่เขายืนยันว่า ไม่ได้หลบหนีจากบราซิล และตัดสินใจเดินทางออกมาเพื่อปกป้องตนเองและครอบครัวจากการถูกดำเนินคดีทางการเมือง พร้อมประกาศ ว่าจะเดินหน้านำฝ่ายค้านต่อสู้กับรัฐบาลลูลาจากสหรัฐฯ

 

“ผมต้องการยืนยันให้ชัดเจนว่า ผมไม่ได้หลบหนีจากบราซิล ผมเดินทางออกจากบราซิล แต่ผมไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนชาวบราซิล” โบลโซนาโรกล่าว

 

ภาพ: Agustin Marcarian / Reuters

 

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories