×

7 Things We Love About Naomi Campbell ซูเปอร์โมเดลตัวแม่ ผู้ผลักดันให้แฟชั่นหลากหลายมากยิ่งขึ้น

08.01.2023
  • LOADING...

หนึ่งในซูเปอร์โมเดลที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังที่สุดของโลกต้องมีชื่อของ Naomi Campbell อยู่แน่นอน นางแบบผิวดำชาวอังกฤษกับฉายา ‘ซูเปอร์โมเดล’ ยุคแรกของวงการแฟชั่น นอกจากรูปร่างหน้าตาที่คมคายแล้วนั้น เธอยังมีท่วงท่าการเดินแบบสุดไอคอนิกบนรันเวย์ที่ยากจะเลียนแบบ และยังกวาดหน้านิตยสารชั้นนำทั่วโลก รวมถึงแคมเปญโฆษณาใหญ่มาตั้งแต่ยุค 80 จนปัจจุบันนี้ 

 

นอกจากความแม่ในพาร์ตแฟชั่นแล้วนั้น Naomi ยังได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่คอยสนับสนุนนางแบบรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนางแบบผิวดำที่มักถูกมองข้ามและไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม เธอเป็นกระบอกเสียงและยังเป็นแม่ดันช่วยเหลือนางแบบรุ่นใหม่เหล่านั้นให้เฉิดฉาย และยังคอยผลักดันเรื่องความเท่าเทียมของคนทุกเพศทุกเชื้อชาติผ่านงานการกุศลที่เธอตั้งใจระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นอีกมากมาย 

 

วันนี้ THE STANDARD POP จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับซูเปอร์โมเดลใจกว้างคนนี้มากขึ้น กับ 7 ปัจจัยที่ทำให้เธอทรงอิทธิพลและเป็นตำนานในวงการแฟชั่นจวบจนทุกวันนี้ 

 

 

BEING BLACK AND FABULOUS  

 

Naomi Campbell เกิดและโตที่ประเทศอังกฤษในเมืองบริกซ์ตัน ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของลอนดอน เธอเริ่มต้นอาชีพจากการเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอให้กับศิลปิน Bob Marley ก่อนจะเซ็นสัญญาเข้าโมเดลลิ่งด้วยอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น และได้ขึ้นปกนิตยสาร ELLE ครั้งแรกตอนอายุ 16 ปี ซึ่งในช่วงเวลานั้นเธอยังได้เดินแบบให้กับกูตูริเยร์ระดับตำนานอย่าง Azzedine Alaïa และได้กลายเป็นมิวส์ให้กับแบรนด์ในเวลาต่อมา 

 

Naomi Campbell ได้รับความนิยมในวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาสุดเฟียร์ซ ลีลาการเดินที่มั่นใจ และรูปร่างสุดเพอร์เฟกต์ของเธอที่สามารถสวมใส่อะไรก็ได้ แม้จะเก๋แค่ไหนก็ไม่วายที่เธอจะถูดเหยียดเพราะเป็นคนผิวดำอยู่ดี Yves Saint Laurent เคยขู่จะถอดโฆษณาทั้งหมดออกจาก Vogue Paris หากไม่ยอมให้ผู้หญิงผิวดำได้ขึ้นปก และนั่นเองทำให้ Naomi Campbell กลายเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ขึ้นปก Vogue Paris ไม่ใช่แค่นั้น เพื่อนนางแบบตัวท็อปของเธออย่าง Linda Evangelista และ Christy Turlington เคยบอกไว้กับแบรนด์ว่าถ้าไม่เห็น Naomi อยู่บนรันเวย์ อย่าหวังจะเห็นเราสองคนเช่นกัน

 

 

ORIGINAL SUPERMODEL

 

Naomi Campbell, Linda Evangelista และ Christy Turlington ถูกขนานนามว่า The Trinity สามสาวซูเปอร์โมเดลตัวแม่ที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ในยุคที่นักแสดงเลือกที่จะเก็บตัวเพราะอยากให้ภาพลักษณ์ดูโปรและมีออร่าแบบนักแสดงมากกว่าเซเลบริตี้ แต่วงการแฟชั่นต้องมีตัวขับเคลื่อน นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า ‘ซูเปอร์โมเดล’ โดยนอกจากรันเวย์แบรนด์ดังทั่วโลกแล้วนั้น พวกเธอยังปรากฏตัวตามปาร์ตี้ พรมแดง และอีเวนต์สำคัญๆ ทั่วโลก รวมถึงมิวสิกวิดีโอ โดยเฉพาะ Freedom ที่ขับร้องโดย George Michael ไม่ใช่แค่เพลงที่ดังพลุแตก แต่ใบหน้าของพวกเธอก็ถูกจดจำไปทั้งโลกเช่นกัน 

 

Naomi Campbell สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแฟชั่นมากมาย โดยนอกจาก Vogue Paris แล้วนั้น เธอยังเป็นนางแบบผิวดำคนแรกที่ขึ้นปกนิตยสารเดียวกันของประเทศอังกฤษอีกด้วย และเป็นคนดำคนแรกที่ได้ขึ้นปก September Issue ของนิตยสาร Vogue อเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นเล่มสำคัญที่สุดของนิตยสารแฟชั่น เธอร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมายของโลก ปรากฏตัวบนแคมเปญโฆษณานับไม่ถ้วน ในปี 2018 ทาง CFDA ได้มอบรางวัล Fashion Icon Award ให้กับเธอ เพื่อเป็นการตอกย้ำฐานะของซูเปอร์โมเดลที่ถูกจดจำมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

 

 

KILLER WALK

 

อีกหนึ่งซิกเนเจอร์สำคัญของ Naomi Campbell คือลีลาการเดินแบบบนรันเวย์ของเธอ ที่เราขอใช้คำว่า ‘สะกด’ ทุกสายตายามเธอปรากฏตัวทุกครั้ง ลักษณะการเดินของ Naomi นั้นเร็ว เหวี่ยงแขน และบิดตัวไปมาแบบมีจังหวะ ถือเป็นจังหวะการเดินที่ยากจะหาใครเลียนแบบจนกลายเป็นตำนานไปเลย วิธีการเดินสุดเฟียร์ซของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้นางแบบรุ่นหลังอย่างมาก เช่น Gigi Hadid ที่ได้ Naomi Campbell มาช่วยเทรนการเดินแบบ จนปัจจุบัน Gigi Hadid จัดว่าเป็นนางแบบที่เดินเฟียร์ซอีกคนของวงการ แถมในเพลงของ Beyonce ชื่อ Get Me Bodied ยังมีท่อนร้อง ‘Naomi Campbell Walk’ ถือเป็นการสดุดีท่าเดินระดับตำนานของเธออย่างแท้จริง

 

 

ALAÏA FOREVER MUSE

 

เห็นเฟียร์ซๆ แบบนี้ แต่ Naomi Campbell เป็นนางแบบที่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงานอย่างมาก โดยเฉพาะกับเหล่าดีไซเนอร์ที่เธอร่วมงานด้วย โดยเธอและ Azzedine Alaïa พบกันครั้งแรกตอนเธออายุได้เพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น ซึ่ง Azzedine Alaïa ก็กลายเป็นเหมือนพ่อบุญธรรมของ Naomi Campbell ในขณะที่เธอก็ให้ชื่อกับเล่นกับเขาว่า Papa หรือพ่อนั่นเอง ทั้งสองทำงานด้วยกันมาอย่างยาวนาน และเธอยังเป็นมิวส์คนสำคัญให้กับแบรนด์ Alaïa มาโดยตลอด แต่ในปี 2017 ดีไซเนอร์คนดังจากโลกนี้ไปอย่างสงบและสร้างความโศกเศร้าให้กับเธอเป็นอย่างมาก และเพื่อเป็นการไว้อาลัยพ่อที่รัก Naomi Campbell ก็กลับมาเดินแบบอีกครั้งในคอลเล็กชันสุดท้ายในปี 2018 ของ Azzedine Alaïa ที่ดีไซน์ทิ้งไว้ก่อนจากไป 

 

 

CONTRIBUTING EDITOR

 

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ Naomi Campbell คือการเป็นบรรณาธิการรับเชิญให้กับนิตยสาร Vogue, GQ และ Interview ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้คนมากมาย เธอมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้นำของประเทศเกี่ยวกับปัญหาในแต่ละพื้นที่ของประเทศนั้นๆ และวิธีการแก้ไข โดยใช้ความเป็นคนดังของเธอเข้าถึงตัวบุคคลทรงอิทธิพลเหล่านั้น เพื่อสร้างความตระหนักให้พวกเขาได้รับทราบและเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น Hugo Chavez ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา, Vladimir Putin ประธานาธิบดีรัสเซีย รวมถึง Barack Obama อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 

 

ในพาร์ตของแฟชั่น เธอได้พูดคุยและทำคอนเทนต์กับดีไซเนอร์เจนใหม่มากมาย โดยเฉพาะดีไซเนอร์ผิวดำ ที่เธออยากช่วยให้พวกเขาได้ถูกสปอตไลต์ส่องลงมาบ้าง Naomi Campbell จึงเป็นบุคคลตัวอย่างที่น่าชื่นชมในการใช้ความโด่งดังของตัวเองสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อผู้อื่นอยู่เสมอ

 

 

GODMOTHER ROLE

 

ไม่ใช่แค่ตัวแม่เท่านั้น แต่ Naomi Campbell ยังทำหน้าที่เหมือนแม่บุญธรรมให้กับนางแบบรุ่นใหม่หลายต่อหลายคน ทั้ง Gigi Hadid ที่เธอช่วยสอนเดินแบบ ไปจนถึง Kaia Gerber ลูกสาวของ Cindy Crawford อีกหนึ่งซูเปอร์โมเดลยุค 80 ในเรื่องการใช้ชีวิตและการเป็นนางแบบที่ดี ยังไม่หมดเท่านี้ เธอยังช่วย Adut Akech นางแบบผู้ลี้ภัยจากประเทศซูดาน ในฐานะของเมนเทอร์ให้คำปรึกษาในการเป็นนางแบบ และนายแบบ Alton Mason ด้วยเช่นกัน โดยทั้งสองต่างก็กล่าวว่า Naomi Campbell นั้นเปรียบเสมือนแม่ของพวกเขา

 

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังสนับสนุนดีไซเนอร์ผิวดำรุ่นใหม่ในวงการเช่นกัน ในปี 2021 เธอปรากฏตัวบนรันเวย์เดินฟินาเล่ให้กับแบรนด์ของ Kenneth Ize ดีไซเนอร์ชาวไนจีเรีย ที่กล่าวว่าเธอนั้นคอยซัพพอร์ตงานของเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาทำแบรนด์ จวบจนถึงวันนี้ที่เธอยอมมาเดินฟินาเล่ให้กับโชว์ของเขา 

 

 

FASHION FOR RELIEF

 

อีกหนึ่งโปรเจกต์แฟชั่นระดมทุนเพื่อซัพพอร์ตปัญหาด้านต่างๆ ที่ก่อตั้งและริเริ่มโดย Naomi Campbell นั่นก็คือ Fashion for Relief ซึ่งโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2005 โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเฮอริเคนแคทรีนา หรือปี 2009 กับเหยื่อจากผู้ก่อการร้ายในประเทศอินเดีย เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2011 และอีกมากมาย จนในปี 2022 เธอได้ร่วมมือกับประเทศกาตาร์ จัดตั้งโปรแกรมที่ชื่อ EMERGE ทำแฟชั่นโชว์ระดมทุนให้กับนักเรียนแฟชั่นที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษางานครีเอทีฟแบบเต็มรูปแบบ โดยมีซูเปอร์โมเดลของยุคอย่าง Bella Hadid มาช่วยเป็นแม่งานอีกแรง ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์แฟชั่นที่ทั้งเปรี้ยวและยังสร้างประโยชน์ในคราวเดียว

 

ภาพ: Getty Images

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising