×

One Size Fits All ไม่ใช่คำตอบอีกแล้ว 7-Eleven ในญี่ปุ่นยอมให้ร้านค้าปรับเลย์เอาต์ได้อิสระ เพื่อรับกับลูกค้าในยุค New Normal

20.07.2020
  • LOADING...

การระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค สำหรับธุรกิจแล้วนี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งปรับเปลี่ยนให้ทันกับ New Normal ของผู้บริโภค จุดนี้เองกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ 7-Eleven เชนร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้เริ่มทำการรีวิวครั้งใหญ่เกี่ยวกับลักษณะร้านค้าทั่วไป

 

Nikkei Asian Review ได้ออกรายงานว่า แทนที่จะใช้โมเดล ‘One Size Fits All’ หรือการออกแบบครั้งเดียวแล้วใช้รูปแบบนั้นในทุกสาขาทั่วประเทศ แต่ผลจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ 7-Eleven ยอมให้อิสระมากขึ้นในแต่ละร้าน เพื่อออกแบบร้านเพื่อรองรับลูกค้าในท้องถิ่นของตัวเอง 

 

นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่สำหรับร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน เพื่อทำให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมีการใช้ลักษณะนี้มาตลอดครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่เปิดร้าน 7-Eleven แห่งแรก

 

ที่ร้าน 7-Eleven ในเขตอิตาบาชิของโตเกียว จำนวนผู้บริโภคที่ซื้ออาหารแช่แข็งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ผู้จัดการร้านอธิบายว่า “เนื่องจากโรคระบาดทำให้ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการนั้นลูกค้าเดินเข้าร้านน้อยลง แต่กลับพบผู้คนเข้ามาซื้ออาหารแช่แข็งจำนวนมาก” 

 

ร้าน 7-Eleven ทั่วแดนซามูไรกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนรูปแบบ ความหวาดกลัวการติดเชื้อจากการรับประทานอาหารภายในร้านอาหารและการเข้าแถวในซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันที่ร้านสะดวกซื้อใกล้เคียง ทำให้แม้ข้าวปั้นและแซนด์วิชมียอดขายที่ชะลอลง ทว่าสุรา อาหารแช่แข็ง และขนมหวานกำลังเติบโต

 

เจ้าของร้านได้รับไฟเขียวเพื่อเปลี่ยนเลย์เอาต์ของร้านค้า แต่ใช่ว่าจะได้รับอิสระทั้งหมด 7-Eleven เองได้เตรียมคำแนะนำสำหรับจัดร้านค้าที่มีหลายรูปแบบมากขึ้น แยกตามที่ตั้งของร้านค้าโดยร้านที่อยู่ริมถนนและในทำเลที่อยู่อาศัยจะได้รับพิมพ์เขียวที่แตกต่างกัน เจ้าของแฟรนไชส์สามารถเลือกจากคำแนะนำเหล่านี้และทำการปรับปรุงตามดุลยพินิจของตัวเอง

 

ร้านค้าบางแห่งได้เริ่มปรับปรุงบ้างแล้ว และคาดว่าจะมีร้านอีกว่า 8,000 แห่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในปีงบประมาณนี้สิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 จากปัจจุบัน 7-Eleven มีร้านค้าทั่วญี่ปุ่นกว่า 20,000 สาขา 

 

นอกเหนือจากเรื่องเลย์เอาต์ของร้านแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงในสายผลิตภัณฑ์ขึ้นเช่นกัน แต่เดิมนั้นสำนักงานใหญ่โตเกียวจะเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ต่อไปทีมพัฒนาในแต่ละภูมิภาคจะพัฒนาสินค้าของตัวเองที่มุ่งเจาะตลาดท้องถิ่นมากขึ้น ที่ผ่านมาสินค้าที่พัฒนาโดยสำนักงานในแต่ละภูมิภาคมีสัดส่วนอยู่ราว 30-40% ของสินค้าที่วางขายทั้งหมด แต่ต่อไปจะเพิ่มเป็น 50% 

 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ใช่ว่าจะมาจากวิกฤตโควิด-19 ทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อเผชิญกับความจริงของความอิ่มตัว เดิมนั้นร้านสะดวกซื้อพยายามเปิดสาขาใหม่จำนวนมาก และลดต้นทุนด้วยการสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ แต่การให้อิสระในเรื่องของการปรับปรุงร้านย่อมนำมาซึ่งต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ 7-Eleven กล่าวว่า จะพยายามดูดซับต้นทุนดังกล่าวในการปรับการขนส่งให้เหมาะสมที่สุด

 

อีกเรื่องที่เชนร้านสะดวกซื้อกำลังเจอคือ อัตราการเกิดลดลง ทำให้ร้านหาพนักงานได้ยากมากขึ้น ดังนั้นการขยายสาขาอย่างรวดเร็วดังเช่นที่ผ่านมาจึงเป็นไปได้ยาก การขยายสาขาใหม่ของยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อ 3 รายในญี่ปุ่นได้แก่ 7-Eleven, FamilyMart และ Lawson อยู่ที่ระหว่าง 300-400 สาขาในปีงบประมาณนี้ นี่ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา 

 

ขณะเดียวกันผลจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ยอดขายสาขาเดิมลดลงอย่างมากในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อ 3 รายได้ออกมาประเมินว่า กำไรทั้งปีจะต้องลดลงอย่างแน่นอน 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories