×

ยศชนัน-นิกร ลงพื้นที่เชียงใหม่ ผลักดันห้องปลอดฝุ่นฝีมือคนไทย ต้นทุน 3,600 บาท นำร่องช่วยกลุ่มเปราะบาง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคหนือ

โดย THE STANDARD TEAM
18.04.2026
  • LOADING...
ศ.ดร.ยศชนัน และ นิกร ลงพื้นที่ เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นนวัตกรรมไทยเพื่อสู้ PM 2.5

วันนี้ (18 เมษายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำคณะ ลงพื้นที่เปิดตัวและเดินเครื่องติดตั้งห้องปลอดฝุ่นครบวงจร นวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือสู้วิกฤต PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยต้นทุนเพียง 3,600 บาทต่อห้อง

 

ก่อนตรวจเยี่ยม ศ.ดร.ยศชนัน ได้หยิบเครื่องวัดฝุ่นพกพาขึ้นมาตรวจวัดคุณภาพอากาศนอกอาคารด้วยตนเอง พบค่าฝุ่นพุ่งสูงถึง 150-180 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤตที่กระทบสุขภาพประชาชนโดยตรง ท่ามกลางกลุ่มควันที่ปกคลุมทั่วจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์นี้รอไม่ได้ต้องลงมือแก้ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริงทันที

 

ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้า 2 แนวทางคู่ขนาน คือ ระยะสั้น นำเทคโนโลยีฝีมือคนไทยมาแก้ปัญหาให้คนไทยในราคาประหยัด โดย ‘ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร’ ผลงานวิจัยของ มช. ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ ระบบความดันบวก ร่วมกับ เครื่องฟอกอากาศ DIY และ เซนเซอร์ IoT วัดฝุ่น ซึ่งจะทำงานประสานกันทั้งเติมอากาศใหม่และเก็บกวาดฝุ่นภายในห้อง สามารถติดตั้งเสริมในอาคารเดิมได้ทันที พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ท้องถิ่นและช่างชุมชนผลิต-ซ่อมบำรุงได้เอง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจริงและยั่งยืนในพื้นที่

 

สำหรับระยะยาว รัฐบาลจะเดินหน้านำ deep tech มาใช้สืบค้นต้นตอของปัญหาฝุ่น พัฒนาระบบตรวจจับไฟป่าแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ร่วมพัฒนากับผู้ใช้งานจริง อาทิ อาสาสมัครดับไฟป่า พร้อมตั้งเป้าให้ใช้งานได้จริงภายใน 1 ปี เพื่อลดปัญหาฝุ่นที่ต้นเหตุ โดยผ่านการทำงานร่วมกันข้ามกระทรวง ทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. พร้อมเร่งผลักดันให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนและคลอดออกมาให้เร็วที่สุด

 

สำหรับเฟสแรกจะขยายผล ‘ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร’ ไปยัง 83 แห่ง ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย พร้อมเป้าหมายระยะถัดไปขยายสู่ทั่วประเทศในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยจากมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ

 

นอกจากนี้ คณะยังได้เดินทางไปยังสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อำเภอแม่ริม เพื่อประชุมบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติการบรรเทาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ

 

ระหว่างการประชุม ศ.ดร.ยศชนันยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่มีศักยภาพในการผลิตนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นได้เองมานานแล้ว ซึ่งควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นทางการเพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานในพื้นที่ เช่นเรื่องห้องความดันบวก และมุ้งกันฝุ่นที่เป็นนวัตกรรม DIY ราคาถูก และสามารถดึงสถานศึกษาในเครืออาชีวะ มหาวิทยาลัยราชมงคล หรือราชภัฏ เข้ามาเป็นแกนกลางในการช่วยดำเนินการให้ชุมชนได้ทันที

 

ด้าน นิกรกล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวง พม. ที่ต้องเร่งคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ผ่านการขยายผล ‘ห้องปลอดฝุ่น’ ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน 8 จังหวัดภาคเหนือที่มีความต้องการเร่งด่วน (Quick Win) รวม 83 แห่ง ซึ่ง พม. จะบูรณาการร่วมกับกระทรวง อว. เพื่อนำนวัตกรรมมาสร้างพื้นที่ปลอดภัย พร้อมจัดทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (RRU) ลงพื้นที่ห่างไกล และมีแผนขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางกว่า 2.3 ล้านคนใน 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

 

ศ.ดร.ยศชนัน และ นิกร ลงพื้นที่ เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นนวัตกรรมไทยเพื่อสู้ PM 2.5 1ศ.ดร.ยศชนัน และ นิกร ลงพื้นที่ เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นนวัตกรรมไทยเพื่อสู้ PM 2.5 2ศ.ดร.ยศชนัน และ นิกร ลงพื้นที่ เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นนวัตกรรมไทยเพื่อสู้ PM 2.5 3ศ.ดร.ยศชนัน และ นิกร ลงพื้นที่ เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นนวัตกรรมไทยเพื่อสู้ PM 2.5 4ศ.ดร.ยศชนัน และ นิกร ลงพื้นที่ เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นนวัตกรรมไทยเพื่อสู้ PM 2.5 5ศ.ดร.ยศชนัน และ นิกร ลงพื้นที่ เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมห้องปลอดฝุ่นนวัตกรรมไทยเพื่อสู้ PM 2.5 6

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising