วันนี้ (19 สิงหาคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคเหนือ พร้อมด้วย เจเศรษฐ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ศ.ดร.ยศชนัน ได้เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้นำรถบรรทุกน้ำมาฉีดล้างทำความสะอาดไล่ดินโคลนที่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และให้เตรียมแผนซ่อมแซมฟื้นฟูทันทีหลังสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน
ทั้งนี้ ยังได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์พักพิง และปักหลักค้างคืน เพื่อสั่งการรับมือวิกฤตน้ำท่วมฉับพลันจากร่องมรสุมฝนตกหนักสะสม โดยล่าสุดที่ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย
เปิดเส้นทางมวลน้ำ ‘ท่าวังผา-ภูเพียง-เมืองน่าน’ เฝ้าระวังวิกฤตเที่ยงคืนถึงตี 4
สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำร่วมกับมรสุมกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้มีฝนตกหนักสะสมกว่า 80% ของพื้นที่โซนเหนือ (อำเภอแม่จริม, บ่อเกลือ, เฉลิมพระเกียรติ, สันติสุข, ปัว และท่าวังผา) และไหลลงแม่น้ำสาขา ก่อนจะล้นตลิ่ง
โดยมีการประเมินทิศทางมวลน้ำ ดังนี้
- อำเภอท่าวังผา: ระดับน้ำที่สถานี N64 เพิ่มขึ้นอีก 32 ซม. และแตะระดับสูงสุด ในเวลา 21.00 น. กระทบ 5 ตำบล กว่า 2,000 หลังคาเรือน
- อำเภอภูเพียง และ อำเภอเมืองน่าน (จุดรับมวลน้ำถัดไป): มวลน้ำก้อนใหญ่จากท่าวังผาใช้เวลาเดินทาง 7-8 ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่ อำเภอเมืองน่าน และ อำเภอภูเพียง คาดว่าจะส่งผลกระทบสูงสุดช่วง เที่ยงคืน ถึง 04.00 น.
- การรับมือพื้นที่เศรษฐกิจ/โรงพยาบาล: เทศบาลเมืองน่านมีแนวพนังกันน้ำสูง 8.50 เมตร พร้อมวางบิ๊กแบ็กปิดช่องว่างสะพานที่ต่ำกว่า 8.10 เมตร คาดว่าน้ำจะล้นเข้าเมืองเพียงเล็กน้อย ส่วนโรงพยาบาลน่านเสริมแนวคอนกรีตและเตรียมเครื่องปั่นไฟสแตนบาย 3 วัน ยืนยันไม่ย้ายผู้ป่วยหนัก หากมีผู้ป่วยนอกเพิ่มจะส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลสาธารณสุขระดับจังหวัด
ลุย 6 มาตรการด่วน มอบ มทบ.38 บัญชาการอพยพ-ตั้งโรงครัวพระราชทาน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวเน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของเราคือการรักษาชีวิตของทุกคน พร้อมออก 6 ข้อสั่งการเร่งด่วน ดังนี้
- แจ้งเตือนภัยล่วงหน้า – สั่งการ ปภ. แจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต
- มอบหมายทหารเข้าเผชิญเหตุ – เร่งช่วยเหลือ โดยให้อำนาจมณฑลทหารบกที่ 38 (มทบ.38) เข้าบัญชาการพื้นที่ จัดแบ่งโซนกำลังทหาร อาสาสมัคร และเจ็ตสกี เร่งช่วยอพยพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยด่วนที่สุด
- จัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้ประสบภัย โดยตั้งโรงครัวพระราชทาน ณ วัดบ้านปรางค์ อำเภอปัว แจกจ่ายอาหาร 2,000 กล่อง/มื้อ (รวม 6 มื้อ ถึงเที่ยงวันที่ 21 สิงหาคม) พร้อม อบจ.น่าน สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มเพิ่มอีก 2,000 ชุด
- เฝ้าระวังระดับน้ำ 24 ชั่วโมง – ติดตามสถานการณ์เรียลไทม์ และเตรียมย้ายศูนย์บัญชาการไปยัง อบจ.น่าน เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น
- จ่ายเงินเยียวยา – อบจ. และเทศบาล จ่ายเงินช่วยเหลือฉุกเฉินทันทีหลังน้ำลด (ค่านุ่งห่ม เครื่องนอน เครื่องครัว) พร้อมสั่งการเกษตรจังหวัดเร่งสำรวจพื้นที่เสียหาย และประสานงบสำนักนายกรัฐมนตรีเยียวยากรณีผู้เสียชีวิต
- สแตนด์บายเครื่องจักรฟื้นฟู – เตรียมเครื่องจักรขนาดใหญ่ อาทิ รถบรรทุกน้ำ รถตัก เพื่อฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเครื่องจักรกลหนักสำหรับเคลียร์เส้นทางที่ถูกปิดกั้นจากดินโคลนและเศษซาก เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรและพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในกรณีจำเป็นอื่นๆ ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 วัน
ด้าน เจเศรษฐ ระบุว่า จากการประเมินภาพถ่ายมุมสูง สถานการณ์ที่ อำเภอภูเพียง ค่อนข้างน่าเป็นห่วง มวลน้ำไหลเชี่ยวและเริ่มเข้าพื้นที่แล้ว ได้สั่งการให้นายอำเภอและ อบต. ในแนวเส้นทางน้ำเร่งพาประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที แม้บางส่วนยังลังเลไม่อยากออกจากบ้าน แต่ต้องเร่งช่วยเหลือเพื่อป้องกันความสูญเสีย
ช่วงท้าย รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงประสบภัยในพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งให้เฝ้าระวังสถานการณ์และภัยที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เตรียมแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถดำเนินการเยียวยาและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างเร่งด่วนทันทีที่สถานการณ์คลี่คลาย ทั้งนี้ คณะของรองนายกฯ ยศชนัน จะพักค้างคืนที่จังหวัดน่าน เพื่อบัญชาการและคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด












