ถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวใหญ่ของวงการวิ่งเทรลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ เหยา เหมียว (Yao Miao) ยอดนักวิ่งระดับ Elite ผู้ได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งวงการวิ่งเทรล” ตัดสินใจครั้งสำคัญในการย้ายจากค่าย Salomon ที่เธอร่วมงานมาอย่างยาวนาน มาเป็นสมาชิกใหม่ของ ACG อย่างเป็นทางการ
การก้าวเข้ามาเป็นไอคอนคนสำคัญใต้ชายคา Nike ACG ในวันนี้ คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าตำแหน่ง ‘ราชินี’ ที่เธอครอบครองอยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาหรือความบังเอิญ หากมันคือผลลัพธ์จากการทุ่มเทและแลกมาด้วยทุกสิ่งเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะให้ได้ เพื่อพาตัวเองออกจากหมู่บ้านเกษตรกรรมเล็กๆ ไปสู่จุดสูงสุดของโลก
หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น เส้นทางของเหยาไม่ได้ปูด้วยพรมแดงอย่างใครเขา เธอเติบโตในหมู่บ้านเกษตรกรที่ห่างไกลในมณฑลกุ้ยโจว เป็นลูกสาวคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 6 คน ชีวิตวัยเด็กของเธอคือการทำงานหนักในนาข้าวเคียงข้างพ่อแม่ แต่ลึกๆ ในใจ เธอมักจะมองข้ามขอบฟ้าและเทือกเขาที่ล้อมรอบหมู่บ้านเสมอ เพราะเธอรู้ดีว่ามีโลกที่กว้างใหญ่กว่านั้นรออยู่
โอกาสทองเปลี่ยนชีวิตมาถึงในช่วงมัธยมต้น เมื่อเหยาได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 นักเรียนที่โดดเด่นที่สุดในพื้นที่ ให้เข้าไปเรียนในโรงเรียนกีฬาของรัฐเพื่อฝึกฝนสู่การเป็นนักกีฬาระดับ Elite
แม้ช่วงแรกจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ทั้งความโดดเดี่ยว การคิดถึงบ้าน และสภาพร่างกายที่ต้องรับศึกหนักจากการฝึกซ้อมที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่ในสมรภูมิแห่งการเคี่ยวกรำนั้นเอง ที่ทำให้เธอค้นพบ ‘หัวใจ’ ของการเป็นนักวิ่งเทรล
แต่เส้นทางสู่ดวงดาวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากจบการศึกษาในปี 2016 เหยาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เมื่อเธอไม่ถูกเลือกเข้าทีมอาชีพหรือมหาวิทยาลัย ทำให้ความฝันในการเป็นนักกีฬาระดับ Elite ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงตรงนั้น
“ตอนนั้นฉันรู้สึกหลงทางมาก ต้องไปแจกใบปลิวตามยิม ไปช่วยพี่สาวทำร้านแต่งหน้า ฉันไม่ได้ซ้อมแบบนักกีฬาอีกแล้ว” เธอเล่าถึงช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน
ในตอนนั้นเธอต้องใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปที่สู้เพื่อปากท้อง ทั้งไปรับจ้างแจกใบปลิวตามยิม หรือไปช่วยพี่สาวเฝ้าร้านแต่งหน้า เธอไม่ได้ฝึกซ้อม และเกือบจะลืมความรู้สึกของการเป็นนักวิ่งไปแล้ว
แต่สุดท้ายความว่างเปล่านั้นเองที่บอกเธอว่า “เธอขาดการวิ่งไม่ได้” เธอตัดสินใจลงแข่งเทรลอีกครั้ง และแม้ครั้งนั้นจะวิ่งไม่จบ แต่ความล้มเหลวกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงมาจุดไฟในตัวเธอว่า ต้องกลับมาพิสูจน์ตัวเองเพื่อเป็นนักวิ่งเทรลที่เก่งที่สุดให้ได้
ความพยายามของเธอสัมฤทธิ์ผลในปี 2018 เมื่อเธอสร้างประวัติศาสตร์เป็นหญิงเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์ UTMB-CCC (ระยะ 101 กม.) แต่ทว่าในปีถัดมา ณ สนามใหญ่ 168 กม. ร่างกายที่ผ่านการกรำศึกหนักเกินขีดจำกัดก็ส่งสัญญาณเตือนที่น่ากลัวที่สุด
เหยาเกิดอาการ ‘ตาบอดชั่วคราว’ ระหว่างการแข่งขันจนต้องถูกสั่งให้ถอนตัวทันที และวินาทีนั้นความกลัวเข้าเกาะกินหัวใจ เธอกลัวว่าจะมองไม่เห็นและไม่ได้กลับมาวิ่งอีกตลอดไป แม้การมองเห็นจะกลับมาในภายหลัง
(หมายเหตุ: ภาวะตาบอดชั่วคราวเกิดจากอาการกระจกตาบวม หรือ Corneal Edema ที่เป็นผลมาจากร่างกายขาดออกซิเจนและเผชิญสภาพอากาศที่รุนแรงบนเขาสูง)
“ฉันกลัวมาก กลัวว่าจะมองไม่เห็นอีก และกลัวว่าจะกลับไปวิ่งไม่ได้อีกแล้ว” เหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียความมั่นใจจนต้องหยุดพักแข่งไปในปี 2020
แต่คนอย่าง เหยา เหมียว ไม่เคยสะกดคำว่ายอมแพ้ ความรักในการวิ่งบนขุนเขาเรียกเธอกลับมาอีกครั้งในปี 2023 และระเบิดฟอร์มคว้าแชมป์ OCC-UTMB ในปี 2024 และ 2025 ได้อย่างสง่างาม
ถึงตรงนี้… คำว่า ‘ราชินีแห่งวงการวิ่งเทรล’ สำหรับ Yao Miao อาจไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การเป็นผู้คว้าชัยในการแข่ง หรือการมีฝีเท้าและร่างกายที่เก่งกาจเหนือใครเท่านั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง นิยามความเป็นราชินีของเธอยังหมายถึง ‘ความพยายามที่ไม่มีวันสิ้นสุด’ ในการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองและโชคชะตา
และในวันที่เธอก้าวถึงเส้นชัยแห่งชีวิต เป้าหมายบนเส้นทางวิ่งของเธอกำลังเปลี่ยนไป เพราะโฟกัสในใจไม่ได้หยุดอยู่แค่การคว้าชัยชนะอีกแล้ว แต่ความตั้งใจจริงของเธอคือการใช้ทุกก้าวที่วิ่ง ส่งต่อไฟแห่งแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่รัก และกล้าที่จะฝันให้ไกลกว่าขอบฟ้าที่ตัวเองเคยมองเห็น
เพราะสำหรับ เหยา เหมียว… ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการทำให้ผู้คนเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าคุณจะมาจากที่ไหน หากคุณมีหัวใจที่รักในสิ่งที่ทำ และมีความพยายามอันแรงกล้า… สุดท้ายแล้วทุกคนก็สามารถพบ ‘เส้นชัย’ บนเส้นทางของตัวเองได้ เหมือนที่เธอได้ค้นพบแล้วในวันนี้



ภาพ: nike, yaomiao / instagram


