×

ส่องมุมมองกองทุนระดับโลก ชี้เป้าลงทุน ‘ตลาดเกิดใหม่’ ดักอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว จับธีมเมกะเทรนด์ พลังงานสะอาด-นวัตกรรมแห่งอนาคต

05.03.2021
  • LOADING...
ส่องมุมมองกองทุนระดับโลก ชี้เป้าลงทุน ‘ตลาดเกิดใหม่’ ดักอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว จับธีมเมกะเทรนด์ พลังงานสะอาด-นวัตกรรมแห่งอนาคต

สรุปเนื้อหาจากงานสัมมนาบนเวที THE STANDARD WEALTH FORUM: Catch the Next Curve ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกวันนี้ (5 มีนาคม) ในหัวข้อ ‘Fund Spotlight ปรับพอร์ตลงทุนอย่างไรให้เติบโตท่ามกลางความตกต่ำ’ ผ่านมุมมองของกองทุนระดับโลกและผู้แนะนำการลงทุนชั้นนำของไทย 

 

โดยกองทุนระดับโลกทั้ง Morgan Stanley, UBS รวมถึง BlackRock และผู้แนะนำการลงทุนชั้นนำของไทยอย่าง บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ล้วนมองโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดหุ้นจีน โดยหนึ่งในผู้จัดการกองทุนชื่อดังขีดเส้นใต้ความเชื่อไว้ว่า เศรษฐกิจจีนนั้นยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้าเมิน 

 

แอนดรูว์ ฮาร์มสโตน กรรมการผู้จัดการ Morgan Stanley ระบุถึงธีมการลงทุนที่น่าสนใจในปีนี้  3 ธีม คือ 

 

1. การลงทุนของนักลงทุนรายย่อยจะขับเคลื่อนตลาดหุ้น

ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงเอเชียด้วย นักลงทุนรายย่อยจะเป็นผู้เล่นหลัก และจะเป็นผู้ขับเคลื่อนตลาดเป็นหลัก โดยจะมีการเทรดมาร์จิ้นและใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ มาลงทุน และจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากจนเกินจะประเมินด้วยปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่เห็นการปรับฐานลงอย่างหนักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ รอบนี้ เพราะมีเม็ดเงินจำนวนมาก (จากนักลงทุนสถาบัน) ที่รอเข้าซื้อหุ้นอยู่

 

2. การดำเนินการฉีดวัคซีน  

การฉีดวัคซีนทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาอยู่ ทั้งการกลายพันธุ์ของไวรัส ซึ่งทำให้วัคซีนที่ถูกวิจัยและพัฒนาออกมานั้นมีประสิทธิภาพที่ไม่เท่าทัน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเรื่องการกระจายวัคซีนล่าช้า มีความเป็นไปได้ว่าพื้นที่ที่ต้องการวัคซีนเร็วที่สุดจะไม่ได้รับวัคซีนในเวลาที่เหมาะสม

 

3. การฟื้นตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจในการกลับมารักษาโมเมนตัมของตลาดหุ้น

วัฏจักรเศรษฐกิจรอบนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่ถูกอั้นไว้ (Pent-Up Demand) และการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการลงทุนในพลังงานสะอาดในสหรัฐอเมริกา, เทรนด์การลงทุนในเทคโนโลยี และการถึงรอบลงทุนของภาคเอกชนหลังจากงบประมาณด้านการลงทุนถูกแช่แข็งในช่วง 5 ปี  

 

สำหรับคำแนะนำการลงทุนนั้น แนะนำให้พิจารณาลงทุนในธุรกิจวัฏจักรที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยสินทรัพย์เสี่ยงยังน่าลงทุนอยู่ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพันธบัตรจะสามารถช่วยนักลงทุนในการกระจายความเสี่ยงได้ 

 

บิน ชิ กรรมการผู้จัดการ UBS Asset Management กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นจีนจะเป็นเทรนด์สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากเศรษฐกิจจีนจะเติบโตโดดเด่นและรวดเร็ว โดยที่ในอีก 5 ปีต่อจากนี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีส่วนแบ่งใน GDP ราว 33.9% ซึ่งเรียกได้ว่า ‘Too big too ignore’ หรือยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้าเมิน และเชื่อว่าอีก 2-3 ปีต่อจากนี้จะมีหุ้นจีนครองส่วนแบ่งมากถึง 50% ของทั้งโลก

 

ส่วนประเด็นที่ว่า บริษัทเทคโนโลยีในจีนอย่าง Tencent และ Alibaba มีอำนาจและผูกขาดตลาด บิน ชิ มองว่า การที่รัฐบาลจีนเริ่มลงมาควบคุมมากขึ้นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ไม่เช่นนั้นแพลตฟอร์มเหล่านั้นจะมีอำนาจจนเกินไป

 

ขณะที่ แคธี วูด ซีอีโอ ARK Invest กล่าวว่า ปี 2021 จะเป็นปีที่น่าสนใจที่ 5 แพลตฟอร์มนวัตกรรม ได้แก่ การถอดรหัสของพันธุกรรม, หุ่นยนต์ Automation, การจัดเก็บพลังงาน, ปัญญาประดิษฐ์ AI, และบล็อกเชน จะเข้ามาปฏิวัติโลก ส่งผลให้เกิดการเติบโตอย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น ใน 5 ปีต่อจากนี้ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านคัน จากปีก่อนหน้านี้ที่ 2.2 ล้านคัน และจะครองส่วนแบ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดรถยนต์โดยรวมจากรถยนต์สันดาป

 

ด้าน ธณาพล อิทธินิธิภัค ผู้อำนวยการกลุ่มลูกค้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ BlackRock กล่าวว่า หลังจากควบคุมโควิด-19 ได้แล้ว เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวโดดเด่นจะอยู่ในเอเชียเป็นหลัก โดยเฉพาะจีน และอาจจะมีผลทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก แซงหน้าสหรัฐฯ ได้เร็วมากขึ้น ฉะนั้นจึงแนะนำให้มองหาโอกาสลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) 

 

“อาเซียนเป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ และค่อยๆ เติบโตขึ้นมาตามจีน หลังได้รับอานิสงส์จากความขัดแย้งของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยอินโดนีเซียมีศักยภาพทั้งในแง่ประชากรที่มีจำนวนมากและการดึงดูดการลงทุน ยกตัวอย่างเช่น Tesla ก็เพิ่งเข้าลงทุนตั้งโรงาน” 

 

ก่อนหน้านี้ทาง BlackRock ได้เคยกำหนดเมกะเทรนด์ที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป, สังคมผู้สูงอายุ, การย้ายขั้วอำนาจ, เมืองใหญ่ขึ้น กระจุกตัวขึ้น และเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

 

“โดยส่วนตัวเขามองว่า ประเด็นโลกร้อนและ Climate Change เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เนื่องจากทุกรัฐบาลในแต่ละประเทศเห็นความสำคัญถึงประเด็นนี้ มีความร่วมมือข้อตกลงปารีสเกิดขึ้น และกรอบระยะเวลาการต้องทำปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ชัดเจน”

 

ทั้งนี้ 3 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ คือ การลงทุนในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด ธุรกิจที่ดำเนินการก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีการลดความร้อน (Smart Building) และธุรกิจ Clean Transportation หรือกลุ่มรถไฟฟ้า

 

ด้าน ศรชัย สุเนต์ตา กรรมการผู้จัดการ SCBS-Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า SCBS มีมุมมองเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ต้องระมัดระวังในการเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะหุ้นบางกลุ่มมีลักษณะเหมือน ‘ฟองสบู่’ อยู่เล็กๆ ในตลาด

 

“การที่นักลงทุนรายย่อยเข้าตลาดเพิ่มเป็น 30% ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากเดิม 10% ด้วยการเข้าถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ได้มากมาย และใช้วิธีการกู้มาลงทุน จะถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเร็ว แม้เป็นหุ้นดีแต่ราคาแพง หากมีข่าวมากระทบ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจ ก็จะนำไปสู่การเทขายทำกำไร”

 

ขณะเดียวกันมองว่า การลงทุนในจีนเป็นโอกาสที่ดี โดยในปีนี้เศรษฐกิจจีนจะเติบโตระดับ 7% ด้วยการเติบโตภายในประเทศและเชื่อมต่อกับต่างประเทศ ซึ่งการฟื้นตัวของจีนจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในระยะยาวเช่นกัน 

 

กรรมการผู้จัดการ SCBS แนะนำว่า การลงทุนจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ต เพราะเวลาที่ลงทุน สิ่งที่ดีที่สุดคือการกระจายความเสี่ยง และการลงทุนไม่จำเป็นต้องลงทุนกับหุ้นในตลาดอย่างเดียว เพราะยังมีหุ้นนอกตลาด (Private Equity) ส่วนตราสารหนี้ที่คิดว่าดีคือ ‘ตราสารหนี้ธนาคาร’ โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารยุโรป

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories