×

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา

โดย THE STANDARD TEAM
06.01.2026
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา

วันนี้ (6 มกราคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการดำเนินคดีที่กล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต รอง ผบ.ตร.) กับพวกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ให้สินบนทองคำกับหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.

 

โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาเพื่อกลั่นแกล้งหรือน็อคใครเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่เป็นการทำเพื่อเรียกร้องความถูกต้องและความเป็นธรรมให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประชาชน โดยมุ่งเน้นที่พยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นหลัก มิใช่การทะเลาะเบาะแว้งด้วยทัศนคติส่วนตัว

 

รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าการดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูงรายนี้มีความซับซ้อน เปรียบเสมือนการจับผี เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหามีความเชี่ยวชาญในการหลบเลี่ยงและสร้างพฤติกรรมที่ไร้ร่องรอย ดังนั้น หลักฐานที่รวบรวมได้จะต้องมีความชัดเจนที่สุด

 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก รวมถึงการทำแผนประกอบคำให้การและจำลองเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ โดยใช้รถยนต์รุ่นเดียวกัน พบข้อเท็จจริงว่า ภายในรถมีบุคคลโดยสารมาด้วยกัน 4 คน หนึ่งในนั้นคือกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งจากการจำลองเหตุการณ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย (ผู้กล่าวหา) ได้ให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งระยะการมองเห็นและรายละเอียดต่างๆ ประกอบกับมีคลิปวิดีโอหลักฐานยืนยันความถูกต้องของคำให้การ

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตัดสินใจนำหลักฐานทั้งหมดมามอบให้พนักงานสอบสวน ว่าเกิดจากความกดดันทางจิตใจและครอบครัว โดยเฉพาะบิดาของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 25 ที่รักในศักดิ์ศรีขององค์กรตำรวจ ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังอดีตรอง ผบ.ตร. เพื่อขอความชัดเจน แต่กลับถูกตัดสายทิ้ง เหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจให้แก่บิดาจนถึงขั้นเปรยเรื่องการฆ่าตัวตาย เนื่องจากข่าวที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล

 

ด้วยความกตัญญูและแรงกดดันจากการที่ผู้บังคับบัญชาพยายามโยนความผิดให้ลูกน้องตามที่ปรากฏในคลิป ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ รู้สึกสะเทือนใจและต้องการกู้ภาพลักษณ์ของตำรวจคืน จึงตัดสินใจ “เปิดประตูให้กับน้องๆ ที่ถูกจองจำมานาน” โดยนำความจริงและหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีเจตนามาแฉ แต่เป็นการพูดความจริงเพื่อความถูกต้อง

 

นอกเหนือจากคดีเว็บพนัน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังเปิดเผยข้อมูลเรื่องการทารุณกรรมผู้ใต้บังคับบัญชา โดยระบุว่านายตำรวจท่านนี้มีอารมณ์รุนแรง มักทำร้ายร่างกายลูกน้องในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น การถือเสื้อไปขูดกับรถ ก็จะถูกทำร้ายจนกว่าจะพอใจ โดยเฉพาะตำรวจชั้นประทวน (นายสิบ) จะถูกกระทำรุนแรงกว่า ถึงขั้นล้มลงไปกองกับพื้นแล้วยังถูกเตะซ้ำ ซึ่งขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์จำนวนมาก และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่เคยตกเป็นเหยื่อ

 

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้สำนวนอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ซึ่งตำรวจกำลังดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการกลั่นแกล้งหรือช่วยเหลือ หากพบความผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาทันที

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ทิ้งท้ายว่า ส่วนตัวเชื่อว่าหากคดีมีความชัดเจนจนถึงที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาอาจจะตัดสินใจหลบหนี เพราะเป็นบุคคลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ จากเดิมที่เคยพูดคุยกันดี แต่ปัจจุบันกลับส่งทนายความมาฟ้องร้องดำเนินคดี ม.157 กับตน ยืนยันว่าแม้จะเคยเป็นพี่น้องกัน แต่เมื่อทำผิดก็ต้องรับสภาพตามกฎหมาย


READ MORE






Latest Stories