×

ภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวนหนัก ทำให้เกิด ‘ผู้ชนะ-ผู้แพ้’ ในหลายอุตสาหกรรม

04.06.2023
  • LOADING...

ภูมิอากาศที่กำลังแปรปรวนและคาดเดาได้ยากมากขึ้นเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญ รวมทั้งภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่มากขึ้นในระยะหลัง เช่น น้ำท่วม คลื่นความร้อน ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจและบรรดาผู้บริหารกองทุนทั่วโลกรับมือได้ยากขึ้น

 

จากรายงานฉบับล่าสุดของ United Nations เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระบุว่า โลกเราจะเผชิญกับความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก และจะเป็นเช่นนั้นอีกยาวนาน 

 

คลื่นความร้อนทั่วโลกทำให้รูปแบบของสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป อย่างในสเปนและโปรตุเกสเพิ่งจะเผชิญกับเดือนเมษายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อินเดียเผชิญกับอุณหภูมิสูงที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์นับแต่ปี 1901 และยุโรปเริ่มต้นปี 2023 ด้วยวันปีใหม่ที่อุณหภูมิต่ำสุดเป็นสถิติใหม่ 

 

ความแปรปรวนของภูมิอากาศยังได้ส่งผลต่อธุรกิจประกัน เช่น Suncorp Group Ltd. ต้องเผชิญผลขาดทุนจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น Carnival Corp. ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือต้องยกเลิกการเดินทางเนื่องจากเฮอริเคนเมื่อปีก่อน ในมุมกลับกันบางธุรกิจก็อาจจะได้รับผลประโยชน์ในบางช่วงเวลา เช่น ผู้ผลิตกาแฟอย่าง CCL Products (India) Ltd. ที่ได้อานิสงส์จากการที่ผลผลิตออกมาน้อยกว่าปกติ ช่วยหนุนราคาขายและรายได้ 

 

Akshay Panth หัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุนของกองทุน Neev ซึ่งมีนโยบายลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วโลกเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงสุดขั้วสามารถทำให้ภาพธุรกิจเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ” 

 

ทั้งนี้ Bloomberg ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบางส่วนที่อาจเป็นผู้ชนะและผู้แพ้จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 

 

พลังงาน

 

บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเป็นที่จับตามองในฟิลิปปินส์ เนื่องจากบางพื้นที่อาจจะร้อนขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกับในจีน อย่างเมืองเซี่ยงไฮ้ที่กำลังร้อนอบอ้าว หรือเมืองกวางตุ้ง มณฑลไห่หนานที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง โดยจีนต้องการการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญเพื่อทดแทนการใช้ถ่านหิน 

 

Tim Chan นักกลยุทธ์ของ Morgan Stanley กล่าวว่า “การลงทุนในธีมการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านจะช่วยให้นักลงทุนสามารถป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและถี่มากขึ้นได้”

 

ภาวะแห้งแล้งอาจกระทบต่อพลังงานน้ำและนิวเคลียร์ เพราะจะทำให้น้ำที่จำเป็นต่อการผลิตลดลง อย่างที่เกิดขึ้นต่อบริษัท Electricite de France SA เมื่อปีก่อน อย่างไรก็ดี สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างหนักอาจหนุนความต้องการใช้พลังงานสะอาด ส่งผลดีต่อบริษัทอย่าง Scatec ASA ในยุโรป, First Solar Inc. ในสหรัฐอเมริกา และ Adani Green Energy Ltd. ในเอเชีย

 

ประกัน

 

อุตสาหกรรมประกันต่างกำลังติดปัญหาในการปรับตัวเข้ากับความปกติใหม่ ซึ่งผลขาดทุนเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี 

 

หุ้นของ Suncorp Group, Insurance Australia Group Ltd. และ QBE Insurance Group Ltd. ต่างถูกกระทบจากฝนตกหนักในนิวซีแลนด์จากผลของไซโคลนแกเบรียล 

 

ขณะที่บริษัทรับประกันภัยต่อซึ่งดีลกับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ต้องเพิ่มค่าเบี้ยประกัน อย่างบริษัทประกันที่รับประกันบ้านในรัฐฟลอริดา เท็กซัส และรัฐอื่นๆ ที่อยู่ติดชายฝั่ง มีความเสี่ยงที่จะถูกกระทบจากพายุที่รุนแรง

 

อย่างไรก็ตาม Chamath De Silva กล่าวว่า “บริษัทประกันอาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเหตุการณ์ แต่อาจได้ประโยชน์ในระยะยาวจากค่าเบี้ยที่สูงขึ้นหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป” 

 

ท่องเที่ยว

 

บริษัทที่พึ่งพิงการท่องเที่ยวในฤดูร้อนอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันแพงขึ้นมากด้วย ซึ่งเหล่านี้อาจกระทบต่อกำไรของบริษัทสายการบินและบริษัทเดินเรือท่องเที่ยว เช่นเดียวกับการขับรถท่องเที่ยวก็อาจจะน้อยลง 

 

พายุฤดูร้อนอาจบังคับให้สายการบินและเรือต้องยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง อย่าง Southwest Airlines ถูกกระทบจากสภาพอากาศเมื่อเดือนธันวาคม จนส่งผลให้เกิดผลขาดทุน 380 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนั้น

 

หรือกรณีของเฮอริเคนเอียนเมื่อปีก่อน ทำให้บริษัทอย่าง Carnival และบริษัทเดินเรืออื่นๆ ต้องยกเลิกการเดินทาง และกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัท 

 

เหมือง / สินค้าโภคภัณฑ์ / ก๊าซธรรมชาติ 

 

ประเทศอย่างออสเตรเลียที่มีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างมาก แต่หลายบริษัทได้รับผลกระทบ เช่น Newcrest Mining ซึ่งทำเหมืองทองคำต้องปิดเหมืองประจำปีเร็วกว่าปกติ และกดดันราคาหุ้น เช่นเดียวกับเหมืองถ่านหินบางส่วนที่ผลิตได้น้อยลง หลังจากที่ไซโคลนลูกใหญ่กระทบฝั่งตะวันตกของออสเตรเลีย ตามมาด้วยฝนตกอย่างหนักและน้ำท่วม 

 

การที่พายุเกิดบ่อยและรุนแรงมากขึ้นในเม็กซิโกทำให้ราคาพลังงานในภูมิภาคสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตก๊าซธรรมชาติ ดีเซล และโพรเพน สูงขึ้นตาม ขณะที่อากาศที่ร้อนและแห้งมากขึ้นในแคนาดาเป็นสาเหตุของไฟป่า และกระทบต่อการผลิตก็ผลักให้ราคาพลังงานสูงขึ้น 

 

สินค้าเกษตร

 

นักกลยุทธ์ของ JPMorgan Chase & Co. มองความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญซึ่งวนกลับมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงปี 2023 กระทบต่อผลผลิตการเกษตร การผลิตอุตสาหกรรม และบรรยากาศการลงทุน 

 

Rajiv Batra นักกลยุทธ์ของ JPMorgan กล่าวว่า “จากความไม่ปกติของอุณหภูมิ ผลกระทบส่วนมากจะตกกับสินค้าเกษตรของไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ฟิลิปปินส์อาจได้อานิสงส์จากไซโคลนที่เกิดน้อยลง”

 

ขณะที่อากาศร้อนในอินเดียที่ร้อนมากสุดในรอบศตวรรษ ทำให้วัวตายเป็นจำนวนมากและทำให้ผลผลิตภัณฑ์จากวัว เช่น นมวัว ลดลง เช่นเดียวกับราคากาแฟที่พุ่งขึ้นอย่างมากเพราะผลผลิตในเวียดนามและอินโดนีเซียลดลง ไม่ต่างจากน้ำตาลที่ผลผลิตในอินเดียและบราซิลลดลง จนราคาพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี 

 

เคมิคัล / การขนส่งอุตสาหกรรม

 

Evgenia Molotova ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนอาวุโสของ Pictet Asset Management กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและการที่ไม่สามารถใช้แม่น้ำในการขนส่งได้อย่างที่เคยเป็นมา เป็นผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและเคมิคัล”

 

เมื่อปีก่อนการที่ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ในเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ต่ำลงอย่างมาก ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลดปริมาณการขนส่งสินค้าลงจากปกติ และทำให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งพร้อมกับต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น โดย 80% ของการขนส่งทางน้ำในเยอรมนีต้องผ่านแม่น้ำสายนี้ 

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising