×

เสียงกระซิบจากชาวอู่ฮั่นหลังจีนปิดเมือง ‘ไม่เชื่อใจรัฐบาล ยอมตายที่บ้านดีกว่าไปหน่วยกักกัน’

06.02.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • ในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนอย่าง Weibo ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดในการควบคุมเนื้อหายังพบเห็นข้อความจำนวนมากที่ไม่พอใจต่อมาตรการของรัฐบาลจีน
  • Human Rights Watch ระบุว่าทางการจีนพยายามปิดกั้นข้อมูลต่อสาธารณะ ขณะเดียวกันแพทย์บางรายก็มองว่ารัฐบาลจีนไม่มีความพร้อมเพียงพอสำหรับการแพร่ระบาดครั้งนี้
  • สื่อทางการจีนหลายสำนักที่ต่างมุ่งรายงานการรับมือของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามสร้างโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ชื่นชมมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมโรค
  • หญิงชาวจีนในอู่ฮั่นมองว่าพวกเธอขอยอมตายที่บ้านดีกว่า หากไปหน่วยกักกันแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือจนเสียชีวิตเหมือนกับลุงของเธอ

มาตรการเคลื่อนย้ายคนไทยกว่าร้อยชีวิตประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี หลังมีการเรียกร้องจากการที่รัฐบาลจีนประกาศคำสั่งปิดเมืองต่างๆ ในประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เช่นเดียวกับนานาประเทศที่ทยอยรับพลเมืองของตนเองกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง ต่างจากหลายๆ คนในเมืองต้นทางการระบาดอย่างอู่ฮั่นที่ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก

 

ภารโรง วัย 52 ปี ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอู่ฮั่นเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ต่างๆ ที่ตนทำงานอยู่ต่างพยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ส่วนทรัพยากรต่างๆ เริ่มขาดแคลนลงเรื่อยๆ

 

วันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประกาศคำสั่งปิดเมือง ส่งผลให้ประชากรกว่า 50 ล้านคนตกอยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะในอู่ฮั่นเมืองเดียวที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 11 ล้านคน 

 

ภายหลังคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นได้ 5 วัน เขาได้ยินผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์บอกว่ารัฐบาลมีมาตรการที่ ‘โปร่งใสและรวดเร็ว’ ต่อการรับมือโรคระบาดครั้งนี้

 

“เห็นข่าวนี้หรือเปล่า ล้อเล่นหรือเปล่า แพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลของผมเหนื่อยล้าจนจะทนไม่ไหวแล้ว เราอยู่กันคนละจักรวาลเหรอ” เขาเล่าถึงบทสนทนาที่คุยกับลูกชายทางโทรศัพท์หลังเห็นข่าวดังกล่าว

 

รายงานข่าวระบุว่าในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนอย่าง Weibo ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดในการควบคุมเนื้อหายังพบเห็นข้อความจำนวนมากที่ไม่พอใจต่อมาตรการของรัฐบาลจีน โดยชาวอู่ฮั่นหลายคนต่างกล่าวถึงปัญหาในพื้นที่ว่าโรงพยาบาลขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมือ และการแจ้งข่าวสถานการณ์นั้นช้าเกินไป

 

ผู้ใช้รายหนึ่งเผยแพร่ภาพปู่ของเขาที่นอนอยู่กลางโถงทางเดินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมระบุว่า “ปู่ของฉันมีไข้สูงมา 3 วันแล้ว แต่ไม่มีโรงพยาบาลไหนยอมรับเข้ารักษาตัวเลย รัฐบาลจะปล่อยให้พวกเราตายอย่างนี้เหรอ” แต่ภายหลังโพสต์ดังกล่าวก็หายไปแล้ว

 

ชาวอู่ฮั่นรายหนึ่งยังโพสต์วิดีโอผ่านยูทูบ พร้อมบรรยายชีวิตหลังประกาศปิดเมืองว่า “มันเหมือนอยู่ในนรก และทำได้แค่รอความตาย”

 

เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา Human Rights Watch ระบุว่าทางการจีนพยายามปิดกั้นข้อมูลต่อสาธารณะ พร้อมทั้งรายงานยอดผู้ติดเชื้อให้ต่ำกว่าความเป็นจริงด้วย ขณะเดียวกันแพทย์บางรายก็มองว่ารัฐบาลจีนไม่มีความพร้อมเพียงพอสำหรับการแพร่ระบาดครั้งนี้ และบอกว่า “การรับมือเป็นไปอย่างโกลาหล”

 

ท่าทีดังกล่าวดูจะสวนทางจากสื่อทางการจีนหลายสำนักที่ต่างมุ่งรายงานการรับมือของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามสร้างโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ชื่นชมมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมโรค และกล่าวอีกว่าประชาคมระหว่างประเทศต่างประทับใจต่อความรวดเร็วในการรับมือของจีน

 

ตายที่บ้านดีกว่าไปหน่วยกักกัน

หญิงชาวจีน วัย 33 ปี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่าเธอและครอบครัวเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ยังอยู่ในอู่ฮั่น หลังรัฐบาลจีนสั่งปิดเมือง

 

หวังเล่าว่าตั้งแต่โรคเริ่มแพร่ระบาดมา เธอต้องสูญเสียลุงของเธอไป แม่และน้าของเธอก็เริ่มแสดงอาการป่วยมาได้สักระยะ และผลซีทีสแกนยังยืนยันอีกว่าพวกเขาติดเชื้อ ขณะเดียวกันน้องชายของเธอก็เริ่มหายใจติดขัดและไอหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ในบรรดาสมาชิกครอบครัว พ่อมีอาการรุนแรงที่สุด โดยเขามีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส และจำเป็นต้องพึ่งเครื่องผลิตออกซิเจนตลอดเวลา

 

ครั้งหนึ่งพ่อและลุงของเธอพยายามเข้ารับการช่วยเหลือจากหน่วยกักกันในโรงแรมแห่งหนึ่ง เธอระบุว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เข้ามาดูอาการหรือให้การรักษาเลย ทั้งคู่ถูกจับแยกห้องกัน แล้วในเช้าวันถัดมาพ่อก็พบว่าลุงของเธอเสียชีวิตแล้ว

 

ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตรวมทั่วโลก 564 ราย และมีผู้ป่วยมากกว่า 27,626 รายใน 25 ประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 น.)

 

แม้พ่อของเธอจะอาการหนักขึ้น แต่เนื่องจากยังไม่ได้รับการยืนยันผ่านชุดทดสอบ เขาจึงยังเข้ารับการรักษาไม่ได้ ขณะที่แม่และน้าของเธอพยายามเดินไปโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อหาเตียงให้ แต่ก็ไม่มีที่ไหนรับเขาเลย

 

ปัจจุบันรัฐบาลจีนเร่งรัดสร้างโรงพยาบาลและปรับเปลี่ยนอาคารหลายแห่งในอู่ฮั่นเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ เนื่องจากเตียงรับรองผู้ป่วยขาดแคลน อย่างไรก็ตาม หวังมองว่าผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลอื่นๆ น่าจะได้รับการย้ายเข้าไปก่อน

 

หวังย้ำว่าหากรู้ว่าจะมีการปิดเมืองคงพาครอบครัวออกจากเมืองไปแล้ว เพราะเธอไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย และไม่แน่ใจว่าคนที่ทำตามรัฐบาลและเลือกอยู่ในเมืองนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือไม่ เนื่องจากหากอยู่ที่อื่นก็อาจจะยังพอมีความหวังบ้าง “แต่ฉันคิดว่าความตายของลุงก็ได้ตอบคำถามนั้นแล้ว”

 

ปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณจากทางการจีนว่าคำสั่งดังกล่าวจะถูกบังคับใช้ไปถึงเมื่อไร

 

สถานการณ์อันน่ากังวลใจนี้ทำให้เธอตั้งคำถามว่า หากทำตามคำแนะนำของรัฐบาลด้วยการไปหน่วยกักกัน พ่อของเธอก็อาจจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับลุงของเธอก็ได้

 

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตายที่บ้านดีกว่า” เธอกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์



อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories