Menu
264932

วันชัยไม่หวั่นถูกร้องปมถือหุ้นสื่อ เผยพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง เชื่อกรณีธนาธร ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาไร้การเมืองครอบงำ

โดย THE STANDARD TEAM
24.06.2019
  • LOADING...
วันชัย สอนศิริ

วันนี้ (24 มิ.ย.) ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เปิดเผยถึงกรณีที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ หรือ กกต. ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ว. ที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากถือหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ตามรัฐธรรมนูญ​มาตรา 98 (3) ว่าด้วยการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ว่าหากตนเองมีชื่อตามที่เรืองไกรยื่นต่อ กกต. ก็พร้อมฟ้องคดีกลับทั้งทางแพ่งและทางอาญา เนื่องจากตนเองไม่ใช่เจ้าของหรือบุคคลที่ถือหุ้นในบริษัทแคน นู ไฮเรอร์ จำกัด ในปัจจุบัน และได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว ซึ่งมีผลทางกฎหมายตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งเป็นเอกสาร วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นก่อนวันที่ตนเองจะได้รับตำแหน่งเป็น ส.ว. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ดังนั้น กรณีดังกล่าวถือเป็นการแจ้งข้อมูลเท็จ และทำให้ตนเสียหาย

 

อย่างไรก็ตาม ตนเองเห็นด้วยที่ทุกฝ่ายจะร่วมตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่กรณีตรวจสอบต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่นำความเท็จสร้างประเด็นทางการเมือง

 

ส่วน ส.ว. อีก 20 คนที่มีชื่อปรากฏตามข่าว ว่า เรืองไกรจะยื่นร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัตินั้น ส่วนใหญ่ไม่มีความกังวล เพราะสามารถต่อสู้ได้ด้วยข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อมีการยื่นเรื่องต่อ กกต. แล้ว คณะทำงานของ ส.ว. จะหารือเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อให้การต่อสู้คดีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

ส่วนกรณีถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน เมื่อถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีบรรทัดฐานเหมือนกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกศาลสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราวหรือไม่นั้น มีความเป็นไปได้หากมีข้อเท็จจริงที่เป็นลักษณะเดียวกันคือ เอกสารการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของธนาธรที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เกิดขึ้นภายหลังอย่างล่าช้าหลังมีการประชุมกรรมการบริหารบริษัทฯ

 

ขณะที่กรณีของ ส.ส. หรือ ส.ว.​ นั้น เป็นคนละข้อเท็จจริงเมื่อเทียบกับกรณีของธนาธร ซึ่งสิ่งที่จะเป็นข้อยุติในเรื่องดังกล่าวคือ ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาโดยยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองใช้อิทธิพลครอบงำหรือแทรกแซงสื่อมวลชน ไม่ใช่พิจารณาเพียงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัทหรือเอกสารบริคณห์สนธิเท่านั้น

 

สำหรับกรณีที่การฟ้องร้องปมถือหุ้นกิจการสื่อมวลชนถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล รวมถึง ส.ว. จะทำให้กลายเป็นปัญหาการเมืองหรือไม่นั้น ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวกลายเป็นเรื่องทางการเมืองที่ควรมีข้อยุติโดยการวางบรรทัดฐานจากศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นถือว่ามีผลผูกพันกับทุกองค์กร

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR