Menu
117442

สตอกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน ต้นกำเนิด Spotify, Avicii, Skype, Byredo, Acne Studios ที่คุณต้องไปสักครั้ง

08.09.2018
  • LOADING...
  • Loading...

“ไปกินมีตบอลที่อิเกียสิ!” คือหนึ่งในประโยคที่เคยมีคนพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น พอบอกว่ากำลังจะกลับไปเที่ยวสวีเดน เพื่อไปหาคุณย่าที่อยู่ทางตอนใต้ประเทศ (ผมเป็นลูกครึ่งไทย-สวีเดน) ซึ่งแม้จะดีใจว่าหนึ่งในอาหารจานสำคัญของสวีเดน จะเป็นที่โปรดปรานของหลายคนทั่วโลกรวมถึงที่ไทย แต่ผมกล้าพูดว่าประเทศสวีเดนมีอะไรให้ค้นหามากกว่าเนื้อทอดกลมๆ เสิร์ฟกับมันบดและซอส Lingonberry โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างสตอกโฮล์ม ที่อาจฟังดูเหมือนโม้ แต่หลายอย่างที่อยู่รอบตัวเราก็เกิดมาจากเมืองนี้ เช่น แอปพลิเคชันเพลง Spotify, บทเพลง ABBA, Avicii, Swedish House Mafia หรือ Robyn, โปรแกรมสื่อสาร Skype, เสื้อผ้า Acne Studios, น้ำหอม Byredo, เครื่องใช้ไฟฟ้า Electrolux หรือถ้าสมัยก่อนก็ต้องโทรศัพท์มือถือ Ericsson

 

ล่าสุดผมได้กลับไปสตอกโฮล์มอีกครั้งช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และถึงแม้การกลับไปครั้งนี้จะรู้สึกว่าหนี้บัตรเครดิตจะทวีคูณ เพราะค่าใช้จ่ายสูงขึ้น (โดยเฉพาะค่าอาหาร) แต่สตอกโฮล์มยังคงเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์หลากหลายรูปแบบที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว และเป็นอีกหนึ่งบรรทัดฐานของรูปแบบเมืองในยุคปัจจุบัน ทั้งความก้าวหน้าของสังคมที่ใกล้ถึงจุดของ Cashless Society อย่างเต็มตัว, ความเท่าเทียมของเรื่องเพศ ซึ่งมีกฎหมายรองรับมนุษย์ทุกรูปแบบ และเป็นประเทศแรกของโลกที่ให้คนข้ามเพศเปลี่ยนสถานะเพศตัวเองหลังแปลงเพศในปี 1972 ทั้งยังผลักดันเรื่องพลังของสตรีเพศในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในรัฐสภาที่จำนวนผู้หญิงและผู้ชายต้องเท่าเทียมกัน

 

สำหรับใครที่สนใจไปเที่ยวสตอกโฮล์ม และอยากสัมผัสวัฒนธรรมสวีเดน ผมได้ลิสต์สถานที่และกิจกรรมต่างๆ ที่ห้ามพลาด รวมถึงทิปส์เล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้ไว้ก่อนไป และหวังว่าครั้งหน้าที่ใครคิดว่า “ไปยุโรปกันเถอะ” จะไม่ใช่แค่ลอนดอน ปารีส หรือมิลาน

 

 

Subway Art

ใครที่มาสตอกโฮล์มครั้งแรกและแพลนจะอยู่ไม่เกินสามวัน แนะนำให้ไปชมงานศิลปะที่ตกแต่งสถานีรถไฟใต้ดินที่มีมากกว่า 90 สถานีทั่วสตอกโฮล์ม ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ยุค 50s จนถึงปัจจุบัน โดยศิลปินสวีเดนชื่อดังกว่า 150 คน ในแต่ละสถานีจะต่างกันทั้งในเรื่องรูปแบบศิลปะที่มีทั้งแบบเพนต์ ปูนปั้น และ Installation เป็นต้น แต่ถ้าจะดูครบทั้งหมดที่มีความยาวร่วมกันกว่า 110 กิโลเมตร คุณคงต้องเริ่มตั้งแต่ตีห้ายันห้าทุ่ม เพื่อเป็นการร่นเวลา ผมแนะนำให้ไปสถานี Solna Centrum, T-Centralen, Stadion, Citybanen Odenplan, Mörby Centrum, Thorildsplan และ Solna Strand ก่อน ซึ่งภาพจากแต่ละสถานีรับรองเป็นมิตรกับจำนวนไลก์อย่างแน่นอน อย่าลืมใส่ #VisitStockholm แฮชแท็กประจำของเมืองด้วย

 

 

Don’t Even Think Twice! Go!

ถ้าต้องเลือกสถานที่สุดโปรดของผมในสตอกโฮล์ม ต้องยกให้ Artipelag สถานที่จัดงานศิลปะที่อยู่ในเขตเทศบาล Värmdö ซึ่งต้องนั่งรถบัส 20 นาทีจากตัวเมือง สถานที่ที่รายล้อมไปด้วยต้นส้นและต้นโอ๊ก ติดทะเล มองเห็นไปยังหมู่เกาะอื่นๆ ในสตอกโฮล์มที่มีเยอะกว่า 30,000 เกาะ

 

เสน่ห์ของ Artipelag อยู่ที่อาคารสีขาวที่ดีไซน์โดย Johan Nyrén ซึ่งกลมกลืนไปกับธรรมชาติ และยังมีทางเดินทำจากไม้ให้คนเดินค้นหางานศิลปะต่างๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในป่าบริเวณนั้น ส่วนถ้าใครอยากลิ้มรสชิมอาหารสวีเดนแบบเต็มสตรีมและมีงบไม่จำกัด บุฟเฟต์อาหารสวีเดนที่คาเฟ่ที่นี่ก็ขึ้นชื่อสุดๆ จนต้องมีคนโทร.จองล่วงหน้าเป็นสัปดาห์

 

 

History Lessons

หากใครอยากเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นมาของชาวสวีเดน และอยากหาสถานที่ให้เด็กๆ วิ่งเล่น ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง Skansen ที่คุณจะได้เรียนรู้การดำเนินชีวิตของคนสมัยก่อนผ่านการจำลอง ทั้งร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ทำการไปรษณีย์ ร้านขนมปัง โบทว์หรือรูปทรงบ้านไม้ของคนสวีเดน ที่ทุกวันนี้ยังเป็นกฎหมายเดิมทั่วประเทศว่า บ้านทุกหลังต้องทาสีตามตัวเลือกเฉดสีที่กำหนดไว้ให้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์และทิวทัศน์ของประเทศ

 

มากไปกว่านั้นที่ Skansen ยังมีสวนสัตว์กับเหล่าบรรดาสัตว์แถบสแกนดิเนเวีย เช่น มูซ กวางเรนเดียร์ เป็นต้น และทุกวันอังคารช่วงซัมเมอร์ก็จะมีคอนเสิร์ต Allsång på Skansen ที่ถ่ายทอดสดทั้งประเทศ พร้อมนักร้องชื่อดังที่ตบเท้ามาเป็นศิลปินรับเชิญตลอด

 

 

Living the Organic Life

สำหรับสายออร์แกนิก สายเฮลตี้ สายรักโลก Rosendals Trädgård ตรงเกาะ Djurgården ใกล้ๆ Skansen ก็เป็นที่ที่คุณต้องเช็กอิน เพราะมีคาเฟ่ที่เสิร์ฟเบเกอรี แซนด์วิช กับสลัดต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่ทำมาจากส่วนผสมตามหลักการเกษตรชีวพลวัตร (Biodynamic) ปลอดสารพิษ ซึ่งจะปลูกล้อมรอบร้าน ส่วนใครที่อยากซื้อของฝาก อาทิ เครื่องปรุง ชีส หรือขนมออร์แกนิก ข้างๆ คาเฟ่ก็มีร้านอยู่ด้วย แต่ต้องโน้ตไว้ว่า ร้านนี้รับแค่บัตรเครดิตอย่างเดียว ด้วยเหตุผลที่ว่า หากต้องมานับเงินสดทุกวันก็จะเสียเวลาพนักงานที่ต้องไปปลูกผัก ปลูกต้นไม้!

 

 

Instagrammable Vibes

สำหรับเหล่ามิลเลนเนียลที่เพลย์ลิสต์เต็มไปด้วย Honne, LANY, The XX, Daniel Caesar และ MGMT และต้องการไปสถานที่ที่เพอร์เฟกต์สำหรับถ่ายรูปลงอินสตาแกรม แนะนำให้แวะไปอุโมงค์ Brunkebergs ความยาว 231 เมตร ซึ่งโดดเด่นด้วยสีเหลืองเฉด Spongebob ด้านข้าง และหลังคาเหล็ก โดยทุกวันนี้อุโมงค์นี้ก็ยังใช้เป็นทางลัดทั้งเดินหรือปั่นจักรยานของชาวสตอกโฮล์ม แถมด้านข้างก็มีร้านอาหาร Urban Deli ที่กำลังฮิตสำหรับชาวฮิปสเตอร์ และมี Rooftop Bar ชื่อ ‘Takbaren Takpark’ ตรงดาดฟ้าที่เพอร์เฟกต์ให้ถ่ายรูปอาหารทุกจานกับอะโวคาโดและขวดคราฟต์เบียร์

 

 

Our Heroes

เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ ‘Stand Up For The People’ ตามสโลแกนของ THE STANDARD ผมเลยไม่พลาดที่จะไปเตือนสติตัวเอง และแวะไปพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก แต่เปี่ยมไปด้วยกลไกอินเตอร์แอ็กทีฟอย่าง Nobel Museum ตรงย่านเมืองเก่า Gamla Stan ซึ่งจะบอกเล่าความเป็นมาของการแจกรางวัลนี้ที่ริเริ่มในประเทศสวีเดน โดย Alfred Nobel ในปี 1985 และแจกรางวัลด้านเคมี, วรรณกรรม, ฟิสิกส์, ยา, เศรษฐศาสตร์ และสันติภาพ ที่บารัก โอบามา, แม่ชีเทเรซา, ออง ซาน ซูจี และมาลาลา ยูซาฟไซ เคยได้รับรางวัลทรงเกียรตินี้

 

 

Just Like the Postcards

ไปศึกษาเรื่องราวของรางวัลโนเบลที่พิพิธภัณฑ์มาแล้ว ก็ถึงเวลาไปที่ Stockholm City Hall สถานที่จัดงานจริงของรางวัล Nobel Prize ในวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งจะมีคนมาร่วม 1,300 คน รวมถึงกษัตริย์ของสวีเดนที่จะมาให้รางวัล (ยกเว้นรางวัล Peace Prize ที่จัด ณ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์) โดย Stockholm City Hall เป็นสถานที่ทำงานของข้าราชการของเมืองที่ดีไซน์โดย รักนาร์ ออสเบิร์ก และสร้างเสร็จในปี 1923 พร้อมห้องต่างๆ ที่ดีไซน์ด้วยสถาปัตยกรรมที่ต่างกันออกไป โดยทุกวันนี้ใช้เป็นทั้งงานทางการ สถานที่แต่งงาน และเป็นที่ประชุมสภา

 

ส่วนถ้าใครอยากออกกำลังกายเผาผลาญแซนด์วิช ไอศกรีม และมีตบอลที่กินเข้าไป ก็เชิญเดินขึ้นบันได 365 ขั้น ที่ตึก City Hall Tower สูง 106 เมตร พร้อมชมวิวของสตอกโฮล์มจากจุดที่สวยเหมือนภาพโปสการ์ดที่ต้องซื้อฝากกัน โดยแต่ละรอบทุก 40 นาที จำกัดไว้ที่ 30 คน และต้องจ่ายค่าขึ้นประมาณ 200 บาท

 

 

Don’t Stop, Just Shop

จะเรียกสตอกโฮล์มว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อปก็คงไม่ผิด เพราะมีตั้งแต่ H&M ตั้งอยู่เกือบทุกหัวมุม ร้าน Arket หรือ Axel Arigato ที่กำลังเทรนดิ้ง ร้านมัลติแบรนด์สโตร์สำหรับนักช้อปบัตรแพลตินัมอย่าง Nathalie Schuterman บูติก Chanel, Gucci, Céline และสำหรับสายบิวตี้ก็ห้ามพลาด Byredo ที่ก่อตั้งในสตอกโฮล์มเมื่อปี 2006 โดย เบน กอร์แฮม

 

แต่สำหรับผมแล้ว ถ้าไม่แวะร้าน Acne Studios ก็ไม่ต้องมาช้อปที่สตอกโฮล์มดีกว่า เพราะบอกเลยว่าที่สตอกโฮล์มราคาถูกกว่าประเทศอื่นถึง 3,000 บาทต่อชิ้น (ฝรั่งเศส ลอนดอน หรือซื้อผ่าน Mr.Porter ก็แพงกว่า) และถ้าไปช่วงซัมเมอร์เซลตอนเดือนกรกฎาคม ราคากางเกงยีนส์บางรุ่นก็ลดสูงสุดถึง 60% ราคาตกอยู่ที่ราว 2,000 บาท ซึ่งยังไม่รวมหัก VAT Refund อีก! แนะนำว่าสาขาที่ควรไปคือ แฟลกชิปสโตร์ตรงจัตุรัส Norrmalmstorg ที่เคยเป็นตึกของธนาคาร Kreditbanken ที่เกิดการปล้นในปี 1973 และทำให้อาการ Stockholm Syndrome เริ่มต้น ซึ่งคืออาการที่มีคนตกหลุมรักผู้ร้าย

 

 

Jeff Koons, Anyone?

สำหรับคนที่รักในศิลปะร่วมสมัย แนะนำให้ไปพิพิธภัณฑ์ Moderna Museet ตรงเกาะ Skeppsholmen ที่เดินไปได้จากใจกลางเมือง และได้เห็นทิวทัศน์ของเมืองที่ประทับใจทุกครั้ง โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เข้าฟรี และจะรวบรวมผลงานของศิลปินชื่อดัง อาทิ ซินดี้ เชอร์แมน, เจฟฟ์ คูนส์, อีฟว์ แกล็ง, ซัลบาโด ดาลี, มาร์แซล ดูว์ช็อง และอ็องรี มาติส เป็นต้น ส่วนสวนด้านนอกก็จะมีบรรดารูปปั้นของศิลปินสาวชาวฝรั่งเศส นิกิ เดอ แซงต์ ฟาลล์ และมีโซนนิทรรศการพิเศษประจำซีซันที่ต้องจ่ายเงิน โดยเริ่มวันที่ 15 กันยายนนี้ ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าที่จะจัดงาน ‘Warhol 1968’ ที่จะเป็นคอนเซปต์นิทรรศการเล่าถึงนิทรรศการของเจ้าพ่อป๊อปอาร์ต แอนดี้ วอร์ฮอล ในปี 1968 ที่จัด ณ พิพิธภัณฑ์นี้เหมือนกัน

 

 

Aperol Spritz, Under The Bridge

ถ้าสายออร์แกนิก Pressed Juice ผลไม้ 25 ชนิด ไม่ใช่สำหรับคุณ และการดื่มเบียร์หรือค็อกเทล Aperol Spritz เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์กว่า คลับเอาต์ดอร์ Trädgården ก็เป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืม เพราะสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใต้สะพาน Skanstull โดยจะแบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้งร้านอาหาร ไนต์คลับที่เปิดเพลงฮิปฮอป คลับกลางแจ้งที่เปิดเพลงอิเล็กทรอนิกส์ ร้านอาหาร Food Truck โซนเล่นปิงปอง และโซนเล่นเกมที่จะฉายโปรเจกเตอร์ไปตรงเสาสะพานลอย โดยถ้าไปช่วงเย็นๆ อาจจะชิลหน่อย แต่พอมืดขึ้น จังหวะเพลงก็จะหนักขึ้น และพอเข้าวันใหม่การเรียกอูเบอร์ก็อาจปลอดภัยที่สุดกับสภาวะร่างกายที่ผ่านค่ำคืนอันยาวนาน

 

 

Stockholm’s Brooklyn

กลับมาเอาใจสายฮิปสเตอร์อีกครั้งกับย่าน Södermalm ที่เปรียบเสมือนบรูกลินของสตอกโฮล์ม พร้อมใส่เสื้อยืดเบสิก กางเกงขาสั้น แว่นตาทรงกลม รองเท้าแตะสาย Velcro และกระเป๋าถุงผ้า เพราะย่านนี้จะเต็มไปด้วยร้านกาแฟ แกลเลอรีงานศิลปะ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ช็อปวินเทจ แบรนด์โลคัล และร้านมัลติแบรนด์สโตร์ต่างๆ ที่คัดสรรของน่าซื้อทุกอย่าง เช่นร้าน Grandpa ที่มีแบรนด์ อาทิ Minimarket, Hay, Our Legacy, Patagonia และ Armor-Lux เป็นต้น แถมถ้าใครช้อปเสร็จจากย่านนี้ ก็ควรเดินแวะไป Fotografiska ศูนย์ถ่ายภาพร่วมสมัยที่เคยจัดนิทรรศการของทั้งแอนนี่ ลีเบอวิตซ์, อิเนซ แวน แลมส์วีด และวินูด มาตาแดง, กาย บัวร์เดน และอัลเบิร์ต วัตสัน มาแล้ว

 

 

Millennials’ Favorite Library

ปิดท้ายด้วยห้องสมุดประจำเมืองสตอกโฮล์ม Stadsbiblioteket ที่โดดเด่นด้วยอาคารสีส้มทรงกลม ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Rotunda ซึ่งกุนนาร์ เอสพลานด์ เป็นคนดีไซน์ และมีหนังสือให้ยืมเป็นล้านเล่มในทุกหมวดหมู่ ทุกแขนง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีเวลามายืมหนังสือ ก็ได้แต่เดินรอบ 360 องศา เพื่อหามุมเพอร์เฟกต์สำหรับการถ่ายรูปและทำให้ฟีดภาพของเราดูมีความรู้มากยิ่งขึ้น

 

 

Basic Information

เกร็ดข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนไปสตอกโฮล์ม!

 

สายการบิน: Thai Airways และ Norwegian Air มีไฟลต์ตรง ส่วนสายการบินหลักอื่นๆ อย่าง Qatar Airways, Emirates Airline, Austrian Airlines ต้องต่อเครื่อง

 

วีซ่า: คนไทยต้องมีวีซ่าเชงเกน สามารถติดต่อสถานทูตสวีเดนได้ที่ตึก Pacific Place One ตรงซอยนานา

 

ค่าเงิน: SEK หรือเรียกว่า Kronor (โครน) ไม่สามารถใช้เงินยูโรหรือดอลลาร์ได้

 

การใช้จ่าย: แนะนำให้พกบัตรเครดิตเป็นหลัก เพราะสตอกโฮล์มรณรงค์เรื่อง Cashless Society หลายร้านไม่รับเงินสด

 

ซิมการ์ด: AIS Sim2Fly, True ซิมท่องโลก, Dtac ซิม Go! อินเตอร์ ใช้ได้หมด

 

น้ำดื่ม: น้ำประปาสะอาดบริสุทธิ์และดื่มได้ เพราะเหตุนี้ราคาน้ำเปล่าเป็นขวดจะค่อนข้างสูงและแพงกว่าน้ำอัดลม

 

ไฟฟ้า: แนะนำให้พกอะแดปเตอร์ไปด้วย เพราะหัวปลั๊กไฟที่สวีเดนเป็นประเภท F หรือที่เรียกว่า Schuko ไม่เหมือนประเทศไทย

 

การเดินทาง: จากสนามบิน Arlanda สามารถเดินทางไปในเมืองโดยแท็กซี่แบบเหมาจ่ายราคา 500 SEK, อูเบอร์ราคา 449 SEK, รถไฟความเร็วสูง Arlanda Express ราคา 280 SEK (ใช้เวลา 20 นาที) หรือรถบัส Flygbussarna ราคา 119 SEK (ใช้เวลา 45 นาที)

 

ภาษี: คนไทยสามารถซื้อสินค้าและขอ Tax Refund ได้สูงสุด 20% โดยต้องรวบรวมใบเสร็จทั้งหมด และไปขอคืนที่สนามบินก่อนเช็กอิน พร้อมแสดงสินค้าให้เจ้าหน้าที่ดู

 

แอลกอฮอล์: กฎหมายสวีเดนให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดจำหน่ายที่ร้าน Systembolaget ที่ภาครัฐเป็นคนดูแลเท่านั้น ส่วนร้านอาหารและบาร์ก็จำหน่ายได้

 

การเดินทาง: แม้สถานที่สำคัญในสตอกโฮล์มอยู่ในระยะที่เดินกันได้ แต่เราแนะนำให้ซื้อบัตร SL Card แบบเหมาจ่าย 24 ชั่วโมง, 72 ชั่วโมง หรือหนึ่งอาทิตย์ที่สามารถใช้ได้กับรถไฟฟ้า เรือ รถบัส และรถรางของ SL ทั้งหมด

 

ฤดูกาล: สตอกโฮล์มเป็นเมืองที่มีสี่ฤดู โดยช่วงหน้าร้อน (เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) อุณหภูมิจะสูงถึง 30 องศาฯ พระอาทิตย์ขึ้นราวตีสาม และตกสามทุ่ม ส่วนหน้าหนาว (เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) ก็มีสิทธิ์หิมะตก เพราะหนาวติดลบ พระอาทิตย์ขึ้นช่วงสาย และตกตอนบ่าย

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US