กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ออกมาตรการเรียกร้องให้ภาคธุรกิจทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ชี้เป็นการประหยัดน้ำมันจากวิกฤตพลังงานในสงครามอิหร่าน ขณะที่วางแผนยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง
วันนี้ (10 มีนาคม) รัฐบาลเวียดนามประกาศนโยบาย Work from Home โดยระบุว่า ประเทศได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตพลังงานเชื้อเพลิงจากสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล-อิหร่าน หลังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ในแถลงการณ์ชี้แจงว่า หากเป็นไปได้ ภาคธุรกิจควรสนับสนุนนโยบายทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางและการขนส่ง พร้อมกับขอให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจลดการกักตุนหรือเก็งกำไรน้ำมัน หลังปรากฏภาพชาวเวียดนามนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่อคิวเติมน้ำมันตามปั๊มในกรุงฮานอยช่วงเช้านี้อย่างเนื่องแน่น
ปัจจุบัน ฟาม มิงห์ จิญห์ (Pham Minh Chinh) นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้หารือทางโทรศัพท์กับผู้นำคูเวต, กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อขอความร่วมมือในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน เวียดนามยังยกเลิกภาษีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราว จนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ โดยระบุว่า เป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน รักษาเสถียรภาพตลาดภายในประเทศ และรับประกันความมั่นคงของชาติ
รัฐบาลเวียดนามยังระบุว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อและการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป จะทำให้แหล่งน้ำมันทางเลือกในตลาดโลกหายากมากขึ้น และยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานของประเทศ
ปัจจุบัน สำนักข่าว CNA รายงานว่า ราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามอยู่ที่ 2.7 หมื่นดองต่อลิตร (ประมาณ 39 บาท) นับเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 21% หรือสูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2022
ภาพ: Khanh Vu / Reuters
อ้างอิง:


