เศรษฐกิจเวียดนามชะลอตัวลงในไตรมาสแรกของปี 2026 เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายได้ดันต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและสร้างอุปสรรคต่อเส้นทางการค้าโลก ส่งผลให้เป้าหมายการเติบโตระดับ 2 หลักของเลขาธิการ โต เลิม เผชิญแรงกดดันมากขึ้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศขยายตัว 7.83% เมื่อเทียบเป็นรายปี ลดลงจากระดับ 8.46% ในไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนหน้า แม้จะยังสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 7.6% และสูงกว่าระดับ 7.05% ในไตรมาสแรกของปี 2025
สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า “สภาพแวดล้อมโลกในไตรมาสแรกของปี 2026 ยังคงมีความซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้ โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายได้ทำให้ราคาพลังงานผันผวน เกิดการชะงักของอุปทาน และเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น”
วิกฤตพลังงานตะวันออกกลางกดดันเศรษฐกิจ
เป้าหมายการเติบโตระดับ 10% ในปีนี้กำลังเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากเวียดนามพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 80% ของอุปทานทั้งหมด สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักไปโดยปริยาย
ข้อมูลจาก Petrolimex ชี้ว่าราคาน้ำมันเบนซินในประเทศพุ่งขึ้น 21% ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งถึง 84% ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น 10.81% เป็นตัวการหลักที่ดันดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคมให้ปรับตัวสูงขึ้น 4.65% เร่งตัวจากระดับ 3.35% ในเดือนกุมภาพันธ์
รัฐบาลได้ดึงเงินจากกองทุนเชื้อเพลิงฉุกเฉินมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ปรับลดภาษีเชื้อเพลิง อุดหนุนราคา และสนับสนุนให้พนักงานทำงานจากบ้านเพื่อลดการบริโภค ขณะที่สายการบินต้องลดเที่ยวบินลงเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ระดับสูงยังเร่งหาแหล่งน้ำมันทดแทนจากกลุ่มอ่าวอาหรับ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
แรงหนุนจากต่างชาติท่ามกลางภาวะขาดดุล
ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ยอดส่งออกเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 20.1% แตะ 4.64 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.51 ล้านล้านบาท) ขณะที่การนำเข้าพุ่งขึ้น 27.8% แตะ 4.71 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.53 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ขาดดุลการค้าประจำเดือน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.18 หมื่นล้านบาท)
เมื่อมองภาพรวมตลอดไตรมาสแรก ยอดส่งออกขยายตัว 19.1% เป็น 1.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.01 ล้านล้านบาท) แต่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 27% เป็น 1.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.12 ล้านล้านบาท) ทำให้ขาดดุลรวม 3.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.18 แสนล้านบาท) ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมขยายตัว 6.9% ชะลอจากระดับ 8.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดค้าปลีกรายไตรมาสเพิ่มขึ้น 10.9%
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศยังส่งสัญญาณเชิงบวก โดยยอดเงินทุนไหลเข้าในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 9.1% แตะ 5.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.76 แสนล้านบาท) ขณะที่ยอดคำมั่นสัญญาลงทุนใหม่ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้เงินทุนในอนาคตเพิ่มขึ้น 42.9% เป็น 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.95 แสนล้านบาท)
เหงียน ถิ เฮือง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติยอมรับว่า “เมื่อก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรค และการบรรลุเป้าหมายการเติบโตยังเป็นภารกิจที่ท้าทาย”
นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ระบุว่าจะยังคงรักษาเป้าหมายการเติบโต 10% โดยเน้นย้ำถึงแผนเพิ่มการลงทุนภาครัฐและสร้างความหลากหลายให้ตลาดส่งออก “ประเทศของเรายังคงเผชิญกับข้อจำกัด ข้อบกพร่อง และความยากลำบากมากมาย รวมถึงความท้าทายและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแรงกดดันด้านการบริหารเศรษฐกิจมหภาคและการรับประกันความมั่นคงทางพลังงาน” เขากล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.63 บาท ณ วันที่ 5 เมษายน 2569
ภาพ: Daniel_Ferryanto / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-03/trump-budget-seeks-to-fund-nasa-s-lunar-base-cut-total-spending
- https://asia.nikkei.com/economy/vietnam-economic-growth-slows-to-7.8-as-iran-war-disrupts-oil-supply

