สหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างเป็นทางการ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเมื่อ 1 ปีผ่านมา พร้อมวิจารณ์ปม ‘เข้าข้างจีน’ มากเกินไป ส่งผลให้หน่วยงานแห่งนี้สูญเสียหนึ่งในประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุด
เมื่อวานนี้ (23 มกราคม) สหรัฐฯ ถอนตัวจาก WHO อย่างเป็นทางการ ถือเป็นผลพวงจากการที่ทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อเริ่มกระบวนการออกจาก WHO ภายใต้กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐฯ (U.S. Department of Health and Human Services: HHS) ใน 1 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ HHS ระบุว่า การตัดสินใจถอนตัวจาก WHO เกิดจากการที่ WHO บริหารจัดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างผิดพลาด, ดำเนินการล้มเหลวในการปฏิรูปองค์กร และบางประเทศสมาชิกมี ‘อิทธิพลทางการเมือง’ มากเกินไป
“WHO เบี่ยงเบนออกจากภารกิจหลัก และได้ดำเนินการหลายครั้งที่ขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนอเมริกัน”
HHS ยังระบุว่า จีนมีส่วนร่วมทางการเงินในสัดส่วนที่น้อยกว่าสหรัฐฯ มาก ขณะที่สหรัฐฯ เป็นผู้อุดหนุนเงินรายใหญ่ แต่ที่ผ่านมา คนอเมริกันไม่เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO เลย หลังจากนี้ สหรัฐฯ จะหันไปดำเนินความร่วมมือประเด็นทางสุขภาพแบบทวิภาคีกับประเทศอื่น เพื่อเฝ้าระวังการป้องกันโรคและการแบ่งปันข้อมูล
ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า สหรัฐฯ ร่วมมือกับประเทศใดบ้าง ขณะที่ประเด็นโรคโปลิโอหรือ HIV มีการเปิดเผยว่า จะร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนและกลุ่มศาสนา ส่วนการแบ่งปันข้อมูลและพัฒนาไข้หวัดใหญ่ประจำปี ทางการยังตอบว่า ‘ไม่แน่ใจ’
อย่างไรก็ตาม WHO ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดย เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ระบุว่า การถอนตัวของสหรัฐฯ ถือเป็นความสูญเสียทั้งต่อสหรัฐอเมริกาและประชาคมโลก พร้อมชี้ให้เห็นว่า ที่ผ่านมาองค์กรพยายามต่อสู้กับโรคต่างๆ ไปจนถึงการผลักดันสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการควบคุมยาสูบ
ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดของ WHO แต่ยังไม่ได้ชำระเงินสมทบสำหรับปี 2024 และ 2025 ส่งผลให้ WHO ต้องแก้ไขปัญหาด้วยการลดตำแหน่งงานในองค์กร
ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของ WHO ระบุว่า สหรัฐฯ มีพันธะต้องชำระเงินค้างจ่าย ซึ่งประเมินไว้ราว 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.1 พันล้านบาท) แต่รัฐบาลวอชิงตันปฏิเสธว่า ไม่เห็นเหตุผลใดที่ต้องชำระเงินดังกล่าว
อนึ่ง สหรัฐฯ ได้ยุติเงินสนับสนุนให้ WHO ทั้งหมด พร้อมทั้งเรียกบุคลากรของสหรัฐฯ กลับจากสำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, สำนักงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงระงับหรือยกเลิกความร่วมมือกับ WHO หลายร้อยรายการ
แฟ้มภาพ: Jonathan Raa / Reuters
อ้างอิง:


