พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมความมั่นคงแชงกรีลาว่า สหรัฐฯ คือชาติหนึ่งในแปซิฟิก และไม่มีประเทศใดรวมถึงจีนสามารถแผ่อิทธิพลครอบงำภูมิภาคได้ ขณะที่เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันตนเองมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
เฮกเซธกล่าวอะไรบ้าง
วันนี้ (30 พฤษภาคม) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมความมั่นคงแชงกรีลา จัดโดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์แห่งลอนดอน (International Institute for Strategic Studies: IISS) โดยเริ่มเปิดประเด็นไปที่การผลักดันให้ชาติพันธมิตรเพิ่มการใช้จ่ายป้องกันตนเองมากขึ้น
เฮกเซธกล่าวว่า สหรัฐฯ คาดหวังให้พันธมิตรและหุ้นส่วนในเอเชียเพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศขึ้นเป็น 3.5% ของ GDP โดยยุคที่สหรัฐฯ ต้องอุดหนุนเงินให้กับประเทศที่ร่ำรวยจบลงแล้ว
“เราต้องการหุ้นส่วน ไม่ใช่รัฐในอารักขา เราจะไม่มีความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งเลย หากทุกคนไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบ จะไม่มีการเกาะกินกันฟรีๆ อีกต่อไป”
“เราไม่ต้องการการประชุมเพิ่มเติม เราต้องการกำลังรบที่มากขึ้น ผมเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้ที่นี่ ได้โปรดลดการประชุมแชงกรีลาลง เพิ่มเรือรบ เพิ่มเรือดำน้ำ”
“สิ่งที่เราแสวงหา… คือความสมดุลที่มั่นคงอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งชาวอเมริกันและพันธมิตรของเรา นั่นคือความสมดุลแห่งอำนาจที่เอื้ออำนวยแต่ยั่งยืน ไม่มีรัฐใดรวมถึงจีน ที่จะสามารถแผ่อิทธิพลครอบงำ และทำให้ความมั่นคงหรือความเจริญรุ่งเรืองของชาติเราและพันธมิตรต้องตกอยู่ในความเสี่ยง”
เฮกเซธยังกล่าวชื่นชมพันธมิตรและหุ้นส่วนในเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ส่วนญี่ปุ่นกำลังดำเนินการเพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศ โดยสหรัฐฯ มุ่งมั่นรักษาสภาพแวดล้อมที่รับประกันสันติภาพ และความรุ่งเรืองในภูมิภาค ในฐานะมหาอำนาจที่ทำงานเพื่อรักษาสมดุล ไม่ใช่มหาอำนาจที่สร้างความปั่นป่วน
เขาย้ำต่อว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับขีดความสามารถในการทำลายล้าง ขณะที่ยังดำเนินยุทธศาสตร์การป้องปรามแบบสกัดกั้นตามหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
นอกจากนี้ เฮกเซธยังประกาศจุดยืนตรงไปตรงมาว่า สหรัฐฯ และประเทศหุ้นส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก มีเป้าหมายสำคัญคือการสกัดกั้นไม่ให้จีนใช้ความก้าวร้าวทางทหาร โดยเฉพาะต่อไต้หวัน
“อย่าเข้าใจผิด เพราะอเมริกาคือชาติแห่งแปซิฟิก เรายืนกรานให้จีนเคารพจุดยืนที่มีมาอย่างยาวนานของเราในภูมิภาคนี้”
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการหายไปของ ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน ซึ่งเป็นคู่เจรจาของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว เพราะปีนี้ จีนส่งผู้แทนระดับล่างจากมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศเข้าร่วมเท่านั้น
กล่าวถึงจีน แต่ไม่ได้กล่าวถึงไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม เฮกเซธย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ดีกว่าที่เคยเป็นในรอบหลายสิบปี โดยมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกองทัพมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ก็พยายามพบปะกับทางการจีน และรักษาช่องทางสื่อสารตลอด
“เกี่ยวกับการขายอาวุธให้ไต้หวัน ผมอยากจะแยกเรื่องอิหร่านกับไต้หวันออกจากกันให้ชัดเจน” เฮกเซธย้ำว่า สหรัฐฯ รู้สึกพอใจกับคลังอาวุธที่มีอยู่ และพร้อมที่จะกลับมาต่อสู้กับอิหร่านหากจำเป็น
ทั้งนี้ ริชาร์ด วอล์กเกอร์ (Richard Walker) บรรณาธิการบริหารข่าวต่างประเทศของ DW ตั้งข้อสังเกตว่า เฮกเซธไม่ได้กล่าวถึงไต้หวันเลยแม้แต่ครั้งเดียวในสุนทรพจน์ของเขา และเมื่อถูกถามเกี่ยวกับการระงับการขายอาวุธให้ไต้หวัน เขาก็ตอบว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เท่านั้น
ขณะที่ จอร์จ แมตเทส (Georg Mattes) หัวหน้าสำนักข่าว DW ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกวิเคราะห์ว่า ประเด็นสำคัญในสุนทรพจน์ของเฮกเซธคือการส่งสัญญาณว่า เวทีแชงกรีลามีความจำเป็นน้อยลง แต่สิ่งที่จำเป็นมากขึ้นคือการสั่งสมกำลังทหารและการป้องปราม
“ผมคิดว่า นั่นเป็นสถานการณ์ที่น่าหนักใจเล็กน้อยสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เขาประมวลเหตุการณ์
ภาพ: Edgar Su / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.dw.com/en/shangri-la-dialogue-hegseth-says-no-state-including-china-must-dominate-asia/a-77353001
- https://www.channelnewsasia.com/asia/pete-hegseth-us-defense-secretary-shangri-la-dialogue-2026-6150881
- https://asia.nikkei.com/politics/defense/us-seeks-stable-equilibrium-against-china-hegemony-hegseth-says


