×

ยูเอส โอเพน 2026: เมื่อไร้ ‘ซินเนอร์’ ประตูสำหรับทุกความเป็นไปได้ก็ถูกเปิดออก

25.08.2026
  • LOADING...
ภาพนักเทนนิสชาย โนวัค ยอโควิช, การ์ลอส อัลการาซ และ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ

ข่าวการถอนตัวของ ยานนิก ซินเนอร์ อาจจะทำให้ใครหลายคนกังวลว่าความเข้มข้นของยูเอส โอเพน ในปีนี้อาจจะหายไป จนไม่เหมือนหลายปีที่ผ่านๆ มา

 

แต่บางครั้งคำถามที่มาต่อจากนั้น ก็กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน “เมื่อคนที่ควรจะเป็นเต็งหนึ่งหายไป ใครจะกล้าก้าวเข้ามายึดพื้นที่นั้นแทน”

 

ย้อนเวลากลับเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงมากมายภายในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง ภาพของการแข่งขันประเภทชายเปลี่ยนไปแทบทั้งหมด

 

เหตุการณ์ในวันนั้น เริ่มต้นจาก การ์ลอส อัลการาซ ยืนยันว่าเขาจะกลับมาป้องกันแชมป์ที่ฟลัชชิง เมโดวส์ หลังหายจากการแข่งขันไปมากกว่า 4 เดือนด้วยอาการบาดเจ็บข้อมือขวา ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้น ยานนิก ซินเนอร์ มือหนึ่งของโลกและผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในช่วงที่อัลการาซหายไป จะถอนตัวจากการแข่งขันเพราะอาการบาดเจ็บหัวเข่า

 

จากเดิมที่หลายคนอาจคาดว่า ยูเอส โอเพน ครั้งนี้จะมีหัวข้อหลักคือ “ซินเนอร์ vs ทุกคน” กลับกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เปิดกว้างที่สุดครั้งหนึ่งไปแทน

 

และตรงกลางของความไม่แน่นอนนั้น มีทั้งแชมป์เก่าที่เพิ่งกลับจากอาการบาดเจ็บ ตำนานวัย 39 ปีที่ยังไล่ล่าสถิติสูงสุด ตลอดจนกลุ่มนักหวดเจ้าถิ่นที่รู้ดีว่าโอกาสแบบนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

 

ครั้งสุดท้ายที่ การ์ลอส อัลการาซ ลงแข่งขันอย่างเป็นทางการคือวันที่ 14 เมษายน ในบาร์เซโลนา โอเพน ก่อนอาการบาดเจ็บข้อมือขวาจะทำให้เขาต้องหายไปจากทัวร์ยาวนานที่สุดในอาชีพ

 

เขาพลาดรายการใหญ่ทั้งระดับแกรนด์สแลม และ มาสเตอร์ส ไล่ตั้งแต่ มาดริด, โรม, โรลังด์ การ์รอส, ควีนส์, วิมเบิลดัน, แคนาดา และซินซินเนติ เท่ากับว่าเขาหายไปทั้งช่วงคอร์ตดินเกือบทั้งหมด ฤดูกาลหญ้าทั้งหมด และแทบทั้งช่วงฮาร์ดคอร์ตในอเมริกาเหนือ

 

นั่นคือเหตุผลที่ต่อให้ชื่อของอัลการาซยังน่ากลัวแค่ไหน การกลับมาครั้งนี้ก็เต็มไปด้วยคำถาม

 

การซ้อมกับ โฮลเกอร์ รูน ในมูร์เซียอาจพิสูจน์ว่าข้อมือของเขารับแรงกระแทกได้ แต่การลงเล่นเจ็ดแมตช์แบบ 3 ใน 5 ในแกรนด์สแลม คือบททดสอบคนละระดับโดยสิ้นเชิง

 

อย่างไรก็ตาม หากต้องเลือกสถานที่หนึ่งแห่งให้อัลการาซกลับมาเป็นอัลการาซได้อีกครั้ง สนามที่เต็มไปด้วยพลังงานในนิวยอร์กอาจเหมาะที่สุด

 

ที่นี่คือสถานที่ที่เขาคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิตเมื่อปี 2022 และขึ้นเป็นมือหนึ่งโลกครั้งแรก ก่อนกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในปี 2025 โดยเมื่อเล่นที่นี่ เขาเสียเซตน้อยมากและแพ้เกมเสิร์ฟเพียง 3 เกมจาก 101 เกมตลอดการแข่งขัน

 

นั่นทำให้คำถามเกี่ยวกับอัลการาซไม่ใช่เพียงว่า เขาจะกลับมาได้ดีแค่ไหน แต่คือเขาต้องใช้เวลานานเท่าไรเพื่อกลับเข้าสู่ระดับเดิม และเมื่อซินเนอร์ไม่อยู่ คำตอบอาจไม่จำเป็นต้องเป็น “ทันที” ด้วยซ้ำ

 

ก่อนอัลการาซได้รับบาดเจ็บ เทนนิสชายกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุคที่เขากับซินเนอร์แบ่งกันครองสนามอย่างชัดเจน ทั้งคู่กวาดแชมป์แกรนด์สแลม 9 รายการติดต่อกัน ก่อนที่ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ จะตัดวงจรนั้นด้วยการคว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพนในปีนี้

 

ช่วงที่อัลการาซพักรักษาตัว ซินเนอร์ยิ่งตอกย้ำสถานะของตัวเอง เขาแพ้เพียงไม่กี่แมตช์ตลอดปี คว้าวิมเบิลดัน และทิ้งระยะห่างบนอันดับโลก

 

ดังนั้นการถอนตัวด้วยอาการบาดเจ็บหัวเข่าจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการหายไปของมือหนึ่งโลก แต่เท่ากับการดึง ‘กำแพงที่สูงที่สุด’ ออกจากสายการแข่งขัน

 

อย่างไรก็ตามแม้ในบทวิเคราะห์และสื่อกระแสหลักจะพูดถึงอัลการาซและซินเนอร์มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ตราบใดที่ชื่อ โนวัค ยอโควิช ยังอยู่ในรอบเมนดรอว์ของแกรนด์สแลม เขาก็ไม่มีวันเป็นเพียงตัวประกอบ

 

ยอโควิชกำลังไล่ล่าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 25 ซึ่งจะทำให้เขาขยายสถิติสูงสุดของฝ่ายชาย และเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิส

 

ปัญหาที่ทุกคนรู้ดีก็คือ เขาอายุ 39 ปีแล้ว และในช่วงเวลาที่การแข่งขันแบบห้าเซตต้องการทั้งความเร็ว การฟื้นตัว และความสดของร่างกาย การต้องชนะเจ็ดแมตช์ในสองสัปดาห์ไม่เคยง่ายสำหรับนักกีฬาวัยนี้ ต่อให้คนนั้นชื่อโนวัค ยอโควิชก็ตาม

 

แต่หากมีใครสักคนจะสามารถพิสูจน์ว่าอายุเป็นเพียงหนึ่งตัวแปร มันเป็นเพียงแค่ตัวเลข ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้ายที่จะตัดสินแชมป์ คนคนนั้นก็ต้องเป็นเขา

 

ปีนี้ยอโควิชยังเอาชนะซินเนอร์ได้ในรอบรองชนะเลิศออสเตรเลียน โอเพน ก่อนที่อัลการาซจะหยุดเขาในรอบชิงชนะเลิศ นั่นคือหลักฐานว่าในแมตช์ใหญ่ เขายังสามารถเล่นในระดับสูงสุดได้

 

และเมื่อคู่แข่งที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งหายออกไป ประตูสำหรับแกรนด์สแลมที่ 25 ย่อมเปิดกว้างขึ้นเช่นกัน

 

แต่หากไม่พูดถึงตัวละครเดิมๆ อย่าง โนเล่ ซินเนอร์ หรืออัลการาซ และมองด้วยฟอร์มการแข่งขันแกรนด์สแลมตลอดปี อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ อาจเป็นตัวเลือกที่ “สมเหตุสมผล” ที่สุดในการเป็นตัวเต็งรายการนี้

 

เขาเกือบเอาชนะอัลการาซในรอบรองชนะเลิศออสเตรเลียน โอเพน ก่อนจะปลดล็อกแชมป์แกรนด์สแลมแรกของตัวเองที่ปารีส และไปถึงรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันอีกครั้ง

 

จุดเปลี่ยนสำคัญอาจไม่ใช่แค่เรื่องถ้วยแชมป์ แต่คือความมั่นใจ เพราะตลอดอาชีพที่ผ่านมา ซเวเรฟมักถูกตั้งคำถามว่าเขาจะกล้าเล่นแค่ไหนในช่วงเวลาสำคัญ แต่หลังคว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพน เขาพูดชัดว่าตัวเองเชื่อในวิธีการเล่นที่มีอยู่แล้ว และต้องการแค่ทำมันต่อไป

 

เมื่อลูกเสิร์ฟแรกทำงาน โฟร์แฮนด์กล้าบุก และแบ็กแฮนด์ยังคงเป็นหนึ่งในอาวุธที่ดีที่สุดของทัวร์ ซเวเรฟมีเครื่องมือครบสำหรับฮาร์ดคอร์ตนิวยอร์ก

 

ถ้าอัลการาซยังไม่สมบูรณ์ และยอโควิชไม่สามารถรักษาระดับตลอดสองสัปดาห์ได้ ก็อาจเป็นโอกาสให้ซเวเรฟเปลี่ยนจากแชมป์แกรนด์สแลม 1 รายการ ไปสู่การพิสูจน์ว่าเขาพร้อมอยู่ในกลุ่มหัวแถวอย่างถาวร

 

อีกตัวแปรที่น่าสนใจ คือบรรดานักเทนนิสอเมริกัน ทั้ง เทย์เลอร์ ฟริตช์, เบน เชลตัน และ ฟรานเชส ติอาโฟ ที่มีโอกาสทำผลงานได้โดดเด่นในทัวร์นาเมนต์นี้เช่นกัน

 

ครั้งสุดท้ายที่นักเทนนิสชายอเมริกันคว้าแชมป์แกรนด์สแลมคือ แอนดี ร็อดดิก ในยูเอส โอเพน 2003 ผ่านไป 23 ปี คำถามเดิมที่กลับมาทุกเดือนสิงหาคมบนหน้าสื่อในสหรัฐฯ เป็นคำถามที่ว่า “ปีนี้จะถึงเวลาหรือยัง?”

 

แต่ความแตกต่างในปี 2026 คือครั้งนี้ความหวังไม่ได้ดูเป็นเพียงความหวังปลอบใจ เพราะ เบน เชลตัน เพิ่งคว้าแชมป์ แคนาเดียน โอเพน เขามีทั้งพลังเสิร์ฟ ความกล้า และบุคลิกที่เหมาะกับบรรยากาศของ อาร์เธอร์ แอช สเตเดียม อย่างมาก

 

เทย์เลอร์ ฟริตซ์ เคยเข้าชิงที่นิวยอร์กมาแล้ว และมีเกมเสิร์ฟกับโฟร์แฮนด์ที่สามารถสร้างความเสียหายได้กับทุกคน ขณะที่ ฟรานเซส ติอาโฟ กำลังกลับมาเล่นดี นอกจากนี้ชื่ออย่าง แบรนดอน นากาชิมะ ก็ยังเป็นหนึ่งในนักหวดฮาร์ดคอร์ตที่มีความสม่ำเสมอที่สุดในช่วงซัมเมอร์

 

ทั้งหมดอาจยังไม่มีใครดู “ชัดเจน” พอให้เลือกเป็นเต็งหนึ่ง แต่ในทัวร์นาเมนต์ที่ซินเนอร์ไม่อยู่ อัลการาซไม่รู้ว่าตัวเองพร้อมกี่เปอร์เซ็นต์ และยอโควิชอายุ 39 ปี ความไม่ชัดเจนนั้นกลับกลายเป็นโอกาส

 

ความสนุกของยูเอส โอเพน ไม่เคยเกิดจากเกมเทนนิสเพียงอย่างเดียว มันคือสนามที่เสียงดัง แฟนมีส่วนร่วมกับการแข่งขันสูง อากาศสามารถร้อนจัด ตารางแข่งขันช่วงค่ำอาจลากยาวไปถึงดึก และบรรยากาศรอบ อาร์เธอร์ แอช สามารถทำให้นักกีฬาบางคนยกระดับตัวเองขึ้นมา ขณะเดียวกันก็กลืนบางคนหายไปได้เหมือนกัน

 

ยูเอส โอเพน จึงเป็นแกรนด์สแลมที่เหมาะอย่างยิ่งกับสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนแบบปีนี้ เพราะมันอาจเป็นอัลการาซที่กลับจากอาการบาดเจ็บแล้วคว้าแชมป์เหมือนไม่เคยหายไปไหน อาจเป็นยอโควิชที่ขยับตัวเลขแกรนด์สแลมเป็น 25 อาจเป็นซเวเรฟที่คว้าแชมป์รายการที่สอง หรืออาจเป็นนักหวดอเมริกันคนใดคนหนึ่งที่ใช้เสียงเชียร์ของแฟนเจ้าถิ่นยุติการรอคอย 23 ปี

 

หากซินเนอร์ลงเล่นเต็มสภาพ เราอาจเริ่มต้นยูเอส โอเพนด้วยคำถามว่า “ใครจะหยุดเขา” แต่เมื่อเขาถอนตัว คำถามของการแข่งขันเปลี่ยนไปทันที

 

สำหรับอัลการาซ คือเรื่องของการกลับมา, สำหรับยอโควิช คือเรื่องของประวัติศาสตร์, สำหรับซเวเรฟ คือการพิสูจน์ว่าแชมป์ที่ปารีสไม่ใช่ปลายทาง และสำหรับนักหวดอเมริกัน นี่อาจเป็นช่องว่างที่ดีที่สุดในรอบหลายปีสำหรับการพาถ้วยกลับมาอยู่กับเจ้าภาพอีกครั้ง

 

ไม่มีใครรู้ว่าอัลการาซจะพร้อมกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครรู้ว่าร่างกายของยอโควิชจะรับเจ็ดแมตช์ไหวหรือไม่ และไม่มีใครรู้ว่านักหวดเจ้าถิ่นคนไหนจะรับแรงกดดันได้จนถึงวันสุดท้าย

 

แต่บางทีนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ยูเอส โอเพน ในปีนี้ คือการแข่งขันที่น่าดูมากที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน

 

อ้างอิง

 

ภาพ: / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising