นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2026 กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบ K-shaped ไปสู่ E-shaped ซึ่งสะท้อนภาพการฟื้นตัว และ พฤติกรรมการใช้จ่ายที่แตกต่างกันชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางที่เริ่มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าครองชีพที่ยังคงสูงอยู่
อย่างไรก็ตาม การประเมินภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าอยู่ในภาวะดีหรือแย่ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจหลายด้านยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนที่ยังขยายตัวได้ดี
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจความเชื่อมั่นกลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป โดยพบว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันจำนวนมากไม่ได้รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีเหมือนกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ปรากฏออกมา
Heather Long หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Navy Federal Credit Union กล่าวว่า ในช่วงเวลานี้ ข้อมูลเศรษฐกิจหลายชุดกำลังสะท้อนคนละภาพกัน โดยหากพิจารณาจากตัวชี้วัดด้านเงินเฟ้อ จะพบว่าแรงกดดันด้านราคาของสหรัฐฯ เริ่มชะลอลงอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับข้อมูลจาก U.S. Bureau of Labor Statistics รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ปรับลดลงจากระดับสูงสุดราว 9% ในเดือนมิถุนายน 2022 และ เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับประมาณ 3% นับตั้งแต่กลางปี 2023 เป็นต้นมา
ขณะเดียวกัน ดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐใช้ติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจ อยู่ที่ 2.9% ในเดือนธันวาคม 2025 และตลอดปีที่ผ่านมาแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
แม้เงินเฟ้อจะเริ่มชะลอลง แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนค่าจ้างเมื่อปรับตามเงินเฟ้อแล้วก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ทำให้กำลังซื้อของประชาชนยังคงถูกกดดันอยู่
หากย้อนกลับไปในปี 2025 นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในลักษณะ K-shaped ซึ่งหมายถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มรายได้ โดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงยังคงใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง แม้ราคาสินค้าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มรายได้น้อยต้องลดการใช้จ่ายลงเพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้บริโภครายได้สูงยังหันไปเลือกสินค้าและบริการระดับพรีเมียมมากขึ้น ส่งผลให้หลายธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร โรงแรม และสายการบิน เร่งเพิ่มสินค้าและบริการระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้
และในทางกลับกัน กลุ่มชนชั้นกลางเริ่มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายพื้นฐานได้ โดยนักเศรษฐศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Costco Economy ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้ตื่นตระหนกเต็มที่ แต่เริ่มหันไปซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกและค้าส่งราคาประหยัด เช่น Costco และ Walmart เพื่อยืดกำลังซื้อให้นานที่สุด
ขณะที่กลุ่มรายได้น้อยมีแนวโน้มพึ่งพาบัตรเครดิตมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายในลักษณะซื้อก่อนจ่ายทีหลัง โดยข้อมูลจาก Federal Reserve รายงานว่า ในกลุ่มผู้ถือบัตรเครดิต 59% ของผู้ที่มีรายได้ระหว่าง 25,000–49,999 ดอลลาร์ เคยค้างชำระหนี้บัตรเครดิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา
ภาพรวมทั้งหมดจึงสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีสัญญาณความแข็งแกร่งในหลายด้าน แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มรายได้กำลังแตกต่างกันมากขึ้น และกำลังก่อตัวเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจแบบ E-shaped ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำและความระมัดระวังในการใช้จ่ายของชนชั้นกลางมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ภาพ:Roman Samborskyi/shutterstock
อ้างอิง:

