สหรัฐอเมริกากดดันรัฐบาลศรีลังกา ไม่ให้ส่งตัวลูกเรืออิหร่านผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือดำน้ำสหรัฐฯ ยิงเรือรบอิหร่านในมหาสมุทรอินเดียกลับประเทศ รวมถึงลูกเรืออีกจำนวนหนึ่งที่ยังติดค้างจากเรืออีกลำในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ)
เมื่อคืนนี้ (6 มีนาคม) Reuters รายงานพิเศษถึงบันทึกภายในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ระบุว่า รัฐบาลกำลังกดดันศรีลังกาไม่ให้ส่งลูกเรือชาวอิหร่านที่รอดชีวิต จากเหตุการณ์เรือดำน้ำสหรัฐฯ ยิงเรือรบ IRIS Dena ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองท่ากอลล์ทางตอนใต้ของศรีลังกา 19 ไมล์ทะเล เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รัฐบาลศรีลังกายังพยายามช่วยลูกเรือ 208 คนจาก IRIS Booshehr เรือสนับสนุนทางทหารของอิหร่านที่ยังติดอยู่ในเขต EEZ แต่ยังอยู่นอกน่านน้ำอาณาเขต โดยศรีลังกาได้คุ้มกันเรือดังกล่าว และเคลื่อนย้ายลูกเรือไปยังค่ายทหารใกล้กรุงโคลัมโบ
ทั้งนี้ อนุรา กุมารา ดิสซานายาเก ประธานาธิบดีศรีลังกาให้เหตุผลว่า ประเทศมีความรับผิดชอบด้านมนุษยธรรมในการรับลูกเรือเหล่านี้เข้ามาในประเทศ ขณะที่ ฮันซากา วิจเจมุนี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสื่อมวลชนของศรีลังกาให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า อิหร่านได้ขอความช่วยเหลือให้ส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศ แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลา
อย่างไรก็ดี บันทึกภายในของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เจย์น โฮเวลล์ อุปทูตรักษาการประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงโคลัมโบ กดดันรัฐบาลศรีลังกาว่า ไม่ควรส่งตัวลูกเรือ 208 คน และผู้รอดชีวิต 32 คนจากเรือรบ IRIS Dena กลับอิหร่าน โดยอ้างว่า ทางการศรีลังกาควรลดโอกาสที่อิหร่านจะใช้ลูกเรือเหล่านี้ทำการโฆษณาชวนเชื่อ
บันทึกยังระบุว่า โฮเวลล์ได้แจ้งข้อมูลต่อเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำอินเดียและศรีลังกาว่า ยังไม่มีแผนส่งตัวลูกเรือกลับอิหร่าน พร้อมย้ำว่า เรือ IRIS Booshehr จะยังคงอยู่ในการควบคุมของศรีลังกาตลอดความขัดแย้ง ขณะที่ทูตอิสราเอลได้สอบถามกลับว่า มีการติดต่อกับลูกเรือเพื่อชักชวนให้ ‘แปรพักตร์’ หรือไม่
ปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สำนักงานประธานาธิบดีศรีลังกา กระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา และสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในกรุงนิวเดลี ยังไม่ออกมาแสดงท่าทีหรือตอบรับความเห็นจากประเด็นดังกล่าวแต่อย่างไร
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เรือรบ IRIS Dena เดินทางไปยังวิสาขปัตนัม (Visakhapatnam) เมืองท่าบนชายฝั่งตะวันออกของอินเดีย เพื่อเข้าร่วม International Fleet Review 2026 และการฝึกทางทะเล Milan 2026 แต่แหล่งข่าวของ Reuters ระบุว่า สหรัฐฯ ใช้เรือดำน้ำยิงตอร์ปิโดโดยไม่ได้ให้สัญญาณล่วงหน้า ส่งผลให้เรือรบจมภายใน 2-3 นาที
ภาพ: Department of Defense / Reuters
อ้างอิง:


