×

สภาล่างสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกระตุ้น 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งต่อ ‘ไบเดน’ ลงนามศุกร์นี้ ปลดล็อกงบมหาศาลฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
11.03.2021
สภาล่างสหรัฐฯ ไฟเขียวแผนกระตุ้น 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งต่อ ‘ไบเดน’ ลงนามศุกร์นี้ ปลดล็อกงบมหาศาลฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 220 ต่อ 211 เสียง สนับสนุนมาตรการฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนับเป็นขั้นสุดท้ายในกระบวนการพิจารณาของสภาคองเกรส ซึ่งหลังจากนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะส่งต่อให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ลงนามอนุมัติเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 ระบาดฉบับนี้ นับเป็นมาตรการเยียวยาฉบับที่ 3 ของสหรัฐฯ แต่ถือเป็นฉบับแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และเป็นฉบับที่มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังนับเป็นความสำเร็จก้าวแรกของประธานาธิบดีไบเดน หลังสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความแสดงความยินดีทันทีที่รับทราบผล ขณะที่ Jen Psaki ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีไบเดนจะลงนามอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในวันศุกร์นี้

ด้านสถานีโทรทัศน์บีบีซีรายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ยกเว้นหนึ่งเสียงล้วนโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่ ส.ส. จากพรรครีพับลิกันทั้งหมดล้วนโหวตไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าปริมาณงบที่ใช้นั้นมากเกินความจำเป็น แสดงให้เห็นถึงการทำงานของรัฐสภาชุดใหม่ที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก

สำหรับรายละเอียดของมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่นี้ หมายรวมถึงการอัดฉีดเงินให้กับพลเรือนอเมริกันทุกคนโดยตรงมูลค่า 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ ขยายระยะเวลาจ่ายสิทธิประโยชน์การว่างงานมูลค่า 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัวไปจนถึงเดือนกันยายนปีนี้ จัดสรรงบมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับหน่วยงานรัฐและรัฐบาลท้องถิ่น ปันงบ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยในการเปิดโรงเรียน จัดงบ 49,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสนับสนุนงานวิจัยและทดสอบโควิด-19 และอีก 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเดินหน้าแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19

ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มส่วนลดภาษีสำหรับครอบครัวที่มีบุตร และช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ส่วนข้อเสนอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จาก 7.25 ดอลลาร์สหรัฐมาเป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงนี้ ไม่มีอยู่ในมาตรการเยียวยาครั้งนี้

ขณะที่สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับทางบวกจากชาวอเมริกัน โดยสอดคล้องกับการสำรวจความเห็นของศูนย์วิจัย Pew Research Center เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า 70% ของชาวอเมริกันสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว โดยจำนวนนี้เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนของพรรครีพับลิกันถึง 41%

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า ผลลัพธ์ของมาตรการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 ครั้งนี้ จะเป็นหนึ่งในตัวตัดสินสำคัญที่จะชี้วัดการทำงานในเทอมแรกของประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯ รายนี้

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญอีกส่วนหนึ่งประเมินว่า มาตรการบรรเทาชุดใหม่นี้จะให้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กมากขึ้นกว่าเดิมภายใต้โครงการ Paycheck Protection Program หรือ PPP ซึ่งมุ่งนำเสนอเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและสวัสดิการการว่างงาน โดยมีรายงานว่า ธุรกิจภัตตาคารร้านอาหารจะกลายมาเป็นผู้ที่ได้รับส่วนแบ่งความช่วยเหลือโดยตรงก้อนใหญ่ที่สุด ด้วยงบประมาณ 28,600 ล้านดอลลาร์ ที่มีจุดประสงค์เพื่อประคับประคองผู้ประกอบการที่สูญเสียรายได้หนักในช่วงปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายนี้จะอนุมัติจำนวนเงินช่วยเหลือสูงสุดสำหรับธุรกิจร้านอาหารไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อบริษัท และไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อสาขา โดยมีเงื่อนไขว่า บริษัทเหล่านี้ไม่มีสาขามากกว่า 20 แห่ง และต้องไม่ใช่บริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยรายละเอียดในร่างกฎหมายนี้ยังมีการจัดสรรงบ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับร้านอาหารที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ สมาคมภัตตาคารร้านอาหารแห่งชาติ (National Restaurant Association) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยด้วยว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้เพิ่มเงินอีก 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับงบดั้งเดิมจำนวน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ระบุไว้ในร่างกฎหมายฉบับแรก แม้ว่างบรวมล่าสุดนี้จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1 ใน 10 ของรายได้จริงที่อุตสาหกรรมนี้สูญเสียไปในช่วงเกิดวิกฤตก็ตาม

โดยข้อมูลจาก National Restaurant Association และระบุว่า ภัตตาคารร้านอาหารในสหรัฐฯ กว่า 110,000 แห่งต้องปิดตัวลงชั่วคราวหรือเป็นการถาวร ณ วันที่ 1 ธันวาคมของปีที่แล้ว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 17% ของธุรกิจที่เปิดให้บริการอยู่ก่อนเกิดวิกฤต

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:


READ MORE






Latest Stories