โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 27 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ได้กลายเป็น ‘ฝันร้าย’ ครั้งล่าสุดที่สร้างความสะเทือนใจและจุดชนวนการตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของไทยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
แม้สาเหตุของไฟไหม้และโศกนาฏกรรมยังอยู่ในระหว่างตรวจสอบและสอบสวน แต่หลายสิ่งก็บ่งชี้ไปถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น ทางหนีไฟที่ไม่มีป้ายบอกชัดเจน หรือความแออัดของสถานที่ รวมถึงมีการตั้งคำถามถึงการอนุญาตให้เปิดสถานประกอบการดังกล่าว ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึง ‘ความล้มเหลวเชิงโครงสร้างและการบังคับใช้กฎหมาย’ ที่หมักหมมมาอย่างยาวนาน พร้อมกระตุ้นให้สังคมต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า เหตุใดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูงจึงยังคงเปิดให้บริการและกลายเป็น ‘กับดักมรณะ’ สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บทความชิ้นนี้จะพาไปสำรวจมาตรฐานความปลอดภัยของสหราชอาณาจักร รวมถึงประเทศที่มีอัตราการเกิดภัยพิบัติอัคคีภัยในอาคารที่ต่ำเป็นพิเศษในระดับโลกอย่างสิงคโปร์ว่า ทั้งสองประเทศนี้มีกฎหมายความปลอดภัยที่เข้มงวดมากแค่ไหน และบังคับใช้ระบบกฎหมายความปลอดภัยแบบ ‘ไม่อะลุ่มอล่วย’ (Zero-Tolerance) อย่างไร ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการถอดบทเรียนและอุด ‘ช่องโหว่ขนาดใหญ่’ ในระบบบ้านเรา และชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน
ทำไมกฎหมายความปลอดภัยของสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์ถึง ‘เข้มงวดมาก’
กฎหมายด้านความปลอดภัยในสหราชอาณาจักร และสิงคโปร์มีความเข้มงวดสูง ส่วนหนึ่งเกิดจากการเรียนรู้จากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในอดีต เช่น เหตุเพลิงไหม้สนามฟุตบอล Bradford City ในอังกฤษ ปี 1985 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 56 คนในเวลาไม่ถึง 4 นาที รวมถึงเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในสิงคโปร์ ปี 1972 และอีกหลายบทเรียนจากต่างประเทศ ทำให้ทั้งสองประเทศตระหนักว่า การปล่อยปละละเลย หรือปล่อยให้เกิดช่องโหว่ อาจนำไปสู่ความสูญเสียอย่างมหาศาล จึงนำไปสู่การปฏิรูประบบความปลอดภัยให้มีความเข้มงวดอย่างมาก
กรอบกฎหมายและการออกใบอนุญาตสถานบันเทิง
ในสหราชอาณาจักรการเปิดสถานบันเทิงถูกควบคุมอย่างเข้มงวดภายใต้กฎหมาย Licensing Act 2003 และ Regulatory Reform (Fire Safety) Order 2005 (FSO) โดยกำหนดให้ ‘ผู้รับผิดชอบ’ (Responsible Person – RP) ซึ่งอาจเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ ต้องจัดทำ ‘การประเมินความเสี่ยงจากอัคคีภัย’ (Fire Risk Assessment – FRA) หากเป็นสถานบันเทิงที่ซับซ้อนจะต้องใช้ผู้ประเมินความเสี่ยงที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หากตรวจพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสาธารณะ ใบอนุญาตประกอบการสามารถถูกระงับหรือเพิกถอนได้ทันที
ขณะที่สถานประกอบการสาธารณะและสถานบันเทิงในสิงคโปร์นั้น ต้องอยู่ภายใต้ Fire Safety Act โดยต้องได้รับใบอนุญาต Fire Safety Certificate (FSC) ก่อนเปิดใช้งาน และจะต้องต่ออายุใบอนุญาต Fire Certificate (FC) เป็นประจำทุกปี เพื่อยืนยันว่าระบบความปลอดภัยยังทำงานได้ดี นอกจากนี้ สถานบันเทิงหรืออาคารที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก จำเป็นต้องแต่งตั้ง ‘ผู้จัดการด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย’ (Fire Safety Manager – FSM) ที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานดับเพลิงสิงคโปร์ (SCDF) เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับสถานบันเทิง
กฎหมายของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงจำนวนคนเข้ากับความกว้างของประตูทางออกในเชิงคณิตศาสตร์ เช่น ในสหราชอาณาจักร ประตูต้องกว้าง 1,050 มม. สำหรับ 200 คน โดยประตูจะต้องเปิดออกด้านนอกเสมอ ห้ามล็อกกุญแจ และต้องมีคานผลัก (Panic Bars)
กฎหมายสหราชอาณาจักรยังมีข้อกำหนดว่า ระบบเสียงดนตรีในไนต์คลับหรือสถานบันเทิงจะต้องตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ เมื่อสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น เพื่อให้พนักงานและลูกค้าได้ยินเสียงเตือนและอพยพได้ทันที นอกจากนี้การใช้พลุไฟ (Pyrotechnics) หรือไฟเย็นในที่ร่มถูกควบคุมและแบนอย่างเด็ดขาดหากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงหากถูกใช้งาน
นอกจากนี้กฎหมายควบคุมอาคารในบางประเทศ อาจไม่มีข้อบังคับที่เข้มงวดเพียงพอเกี่ยวกับการใช้วัสดุทนไฟในการตกแต่งภายใน ทำให้สถานบันเทิงหลายแห่ง ใช้วัสดุซับเสียงที่ติดไฟง่าย ซึ่งอาจเป็นตัวการที่มีส่วนทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเกิดควันพิษได้
กลไกการลงโทษและบทบาทของบริษัทประกันภัย
หน่วยงานดับเพลิงของสหราชอาณาจักร มีอำนาจออก ‘คำสั่งห้าม’ (Prohibition Notice) ซึ่งสามารถสั่งปิดสถานบันเทิงได้ ‘ทันที’ ก่อนที่ลูกค้าคนต่อไปจะเดินเข้าประตู หากพบว่ามีความเสี่ยงร้ายแรง เช่น ประตูหนีไฟถูกล็อก โดยผู้กระทำผิดมีโทษปรับไม่จำกัดจำนวนและจำคุกสูงสุด 2 ปี
ขณะที่หน่วย Singapore Civil Defence Force (SCDF) เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยในปี 2019 ได้มีการแก้กฎหมายเพื่อใช้มาตรการ ‘ฟ้องร้องดำเนินคดีทันที’ (Immediate Prosecution) สำหรับความผิดร้ายแรงที่คุกคามต่อชีวิต เช่น การล็อกบันไดหนีไฟ โดยไม่ต้องออกใบเตือนล่วงหน้า โทษสูงสุดคือปรับ 200,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ/หรือจำคุก 24 เดือน
การเปิดสถานบันเทิงที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางเศรษฐศาสตร์ สำหรับสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์ เพราะจะไม่สามารถทำประกันภัยได้ โดยสถานบันเทิงในสิงคโปร์จะไม่สามารถยืนยันการจัดงานได้ หากไม่มีประกันภัยความรับผิดชอบ (Event Liability Insurance) ซึ่งประกันจะไม่คุ้มครองหากอาคารไม่มีใบอนุญาตด้านอัคคีภัย
ในส่วนของวิศวกรสิงคโปร์ (QP) หรือผู้ประเมินความเสี่ยงในสหราชอาณาจักรก็ต้องมีประกันวิชาชีพ (Professional Indemnity) หากเซ็นรับรองสถานบันเทิงที่ไม่ได้มาตรฐาน พวกเขาจะต้องเผชิญกับการถูกยึดใบประกอบวิชาชีพ การถูกฟ้องล้มละลาย และอาจถึงขั้นถูกจำคุก ขณะที่ในหลายประเทศการบังคับใช้กฎหมาย มักใช้แนวทาง ‘ดุลยพินิจ’ และเผชิญกับปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบ
ความปลอดภัยของสถานประกอบการสาธารณะคือ ‘พันธสัญญา’ ที่รัฐและผู้ประกอบการมีต่อชีวิตของประชาชน โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศไทย ตั้งแต่เหตุเพลิงไหม้ ซานติก้าผับในปี 2009 ตลอดจนเหตุเพลิงไหม้ เมาท์เทน บี ในปี 2022 มาจนถึงเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุดนี้ ล้วนเป็นเครื่องตอกย้ำถึง ‘ความล้มเหลว’ ในการบังคับใช้กฎหมายที่ฝังรากลึก ตราบใดที่มาตรฐานความปลอดภัยยังสามารถ ‘ต่อรองได้’ ผ่านการทุจริตและการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ โครงสร้างความปลอดภัยของไทยก็จะยังคงพังทลายและเป็นอันตรายต่อไป
ตัวแบบจากสหราชอาณาจักรและสิงคโปร์ที่ใช้แนวทางการบังคับใช้กฎหมายแบบ ‘ไม่อะลุ่มอล่วย’ นี้ คือ หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ไทยต้องเร่งนำมาปฏิรูป และสร้างมาตรฐานใหม่ที่ทำให้การละเลยความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ ทั้งในทางโครงสร้างและเศรษฐศาสตร์ เพื่อปิดตาย ‘บทเรียนราคาแพง’ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในไทยเสียที
ภาพ: กรุงเทพมหานคร
อ้างอิง:
- https://www.channelnewsasia.com/asia/bangkok-bar-fire-27-killed-rong-beer-na-lat-phrao-6249566
- https://www.aljazeera.com/news/2026/7/12/fire-engulfs-popular-bangkok-pub-killing-27-people-and-injuring-63
- https://www.legislation.gov.uk/uksi/2005/1541/contents
- https://www.gov.uk/government/publications/people-with-duties-under-fire-safety-laws/a-guide-for-persons-with-duties-under-fire-safety-legislation-accessible
- https://www.london-fire.gov.uk/safety/the-workplace/nightclubs-bars-and-pubs-fire-safety/
- https://www.theguardian.com/theguardian/1985/may/13/fromthearchive
- https://openjicareport.jica.go.jp/pdf/11710399.pdf
- https://gcoe.tus-fire.com/archive_cms/kobayashi-k/cms/wp-content/uploads/2012/01/e4de54d4cac1559b1e30c89f53282872.pdf
- https://download.asa.or.th/03media/04law/cba/cba22-upd60.pdf
- https://www.ganintegrity.com/country-profiles/thailand/
- https://www.scdf.gov.sg/fire-safety-services-listing/fire-code-2023
- https://sso.agc.gov.sg/Act/FSA1993
- https://structures.com.sg/the-qualified-person-qp-singapore-roles-responsibilities-liabilities/
- https://sageshield.com/kranji-warehouse-fire-singapore-fire-safety-case-study/


