รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาออกกฎหมายเพื่อถอดถอน แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ อดีตเจ้าชาย ดยุกแห่งยอร์ก ออกจากสายการสืบราชสันตติวงศ์อย่างถาวร ซึ่งขณะนี้ แอนดรูว์อยู่ลำดับที่ 8 ในการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ ต่อจาก ลิลิเบต ไดอานา เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ หรือ เจ้าหญิงลิลิเบตแห่งซัสเซ็กส์ พระธิดาของเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 7
ลุค พอลลาร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า รัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับพระราชวังบักกิงแฮมในเรื่องนี้ และมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำ ไม่ว่าผลการสืบสวนของตำรวจจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม
การสืบสวน อดีตเจ้าชายแอนดรูว์
แอนดรูว์ถูกจับกุมและได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา เพื่อรอการสืบสวนในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่สาธารณะ ซึ่งเขาได้ ‘ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด’ ขณะนี้ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจค้นที่พักของเขา (Royal Lodge) อย่างต่อเนื่อง
โดยรัฐบาลจะรอให้การสืบสวนของตำรวจเสร็จสิ้นก่อนจึงจะผลักดันกฎหมายนี้ ก่อนหน้านี้เขาได้ถูกถอดถอนยศฐานันดรศักดิ์ รวมถึงตำแหน่ง ‘เจ้าชาย’ ไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากประเด็นความเชื่อมโยงกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมทางเพศที่มีเครือข่ายระดับโลก
การเปลี่ยนลำดับการสืบราชบัลลังก์
การเปลี่ยนแปลงลำดับการสืบราชสันตติวงศ์จะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติโดยรัฐสภา และต้องได้รับการเห็นชอบจาก 14 ประเทศในเครือจักรภพที่มีพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็นประมุข เช่น แคนาดา จาไมกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆ เช่น พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats) และพรรค SNP รวมถึง สส. พรรคแรงงานบางส่วน ต่างแสดงท่าทีสนับสนุนการออกกฎหมายนี้ อย่างไรก็ตาม สส. พรรคแรงงานบางคนที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์มองว่า การออกกฎหมายนี้อาจไม่จำเป็นนัก เนื่องจากโอกาสที่แอนดรูว์จะได้ขึ้นครองราชย์นั้นมีน้อยมากอยู่แล้ว
หากมีการถอดถอนเกิดขึ้นจริง แอนดรูว์จะถูกริบตำแหน่ง ที่ปรึกษาแห่งรัฐ (Counsellor of State) ซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนองค์พระมหากษัตริย์ในยามประชวรหรืออยู่ต่างประเทศไปด้วยโดยอัตโนมัติ
เดวิด โอลูโซกา นักประวัติศาสตร์เชื้อสายอังกฤษประเมินว่า ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอย่างยิ่งยวดของทั้งรัฐบาลและสำนักพระราชวังที่ต้องการจะสร้าง ‘ไฟร์วอลล์’ (Firewall) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้วิกฤตการณ์ส่วนตัวของแอนดรูว์ ลุกลามไปกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษ
แฟ้มภาพ: Toby Melville / File Photo / Reuters
อ้างอิง:


