×

‘ชูอำนาจอเมริกา ขู่ทำลายอิหร่าน เปลี่ยนชื่อ AI’ สรุปสปีชทรัมป์ บนเวที UNGA81

23.09.2026
  • LOADING...
Donald Trump กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ

ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศคำขู่ว่า “จะทำลายล้างอิหร่าน” หากผู้นำอิหร่านปฏิเสธที่จะทำข้อตกลง และวางบทบาทสหรัฐฯ ในฐานะผู้พิชิตเวเนซุเอลา พร้อมทั้งนำเสนอภาพลักษณ์ตนเองว่าเป็น “ผู้แก้ไขปัญหา” ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 ที่นครนิวยอร์ก วานนี้ (22 กันยายน)

 

 

สุนทรพจน์ที่มีเนื้อหายาวของทรัมป์ ยังครอบคลุมหลายประเด็น อาทิ การเปลี่ยนชื่อเรียกเทคโนโลยี AI, การเน้นย้ำถึงแสนยานุภาพของสหรัฐฯ และการทำข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ร่วมกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ขณะที่ทรัมป์ยังกล่าวโจมตีประเทศคิวบาว่า เป็น ‘รัฐล้มเหลว’ จนทำให้คณะผู้แทนคิวบาวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม

 

และนี่คือสรุป 5 ประเด็นสำคัญจากการปรากฏตัวของทรัมป์ บนเวที UNGA81

 

ขู่ทำลายล้างอิหร่าน

 

ทรัมป์ กล่าวถึงประเด็นการทำสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาเกือบ 7 เดือน และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง โดยระบุว่า เขากำลังเผชิญกับ “การตัดสินใจครั้งใหญ่” นั่นคือการทำข้อตกลงที่เปิดโอกาสให้อิหร่านฟื้นฟูประเทศ หรือการ “ทำลายล้างสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ให้สิ้นซากอย่างรวดเร็ว”

 

“ผมควรจะผลักดันพวกเขาลงสู่ขุมนรกโดยไม่เหลือโอกาสรอดและไร้ซึ่งความหวังที่จะกลับมายิ่งใหญ่ในอนาคตสำหรับคนรุ่นหลังเลยหรือ” เขากล่าว ในขณะที่คณะผู้แทนจากอิหร่านนั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

“แต่ผมเชื่อว่า เราจะบรรลุข้อตกลงกันได้หลังการเลือกตั้ง เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะไม่ทำเช่นนั้น พวกเขากำลังรอดูผลงานของผมในการเลือกตั้งกลางเทอมอยู่”

 

ท่าทีของทรัมป์ มีขึ้นในขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่มีการลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน

 

ขณะที่ทรัมป์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และอิหร่านได้จัดการหารือที่เป็นไปอย่างดีเยี่ยมเป็นเวลาหลายชั่วโมงนอกรอบการประชุมสุดยอดครั้งนี้

 

โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยืนยันว่า อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบหารือนอกรอบกับ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง และยังมีจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ ที่ได้เข้าร่วมการหารือดังกล่าวด้วย

 

ย้ำแสนยานุภาพทางทหารสหรัฐฯ ไม่มีใครเทียบได้

 

ทรัมป์ยังใช้โอกาสในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ ชูผลงานของตนและประกาศตัวในฐานะผู้สร้างสันติภาพ ควบคู่ไปกับการกล่าวถ้อยคำข่มขู่ที่มุ่งเป้าไปยังบางประเทศ เช่นอิหร่าน อย่างชัดเจน

 

ข้อความที่ทรัมป์สื่อออกมาอย่างชัดเจนคือ สหรัฐฯ ยังคงพร้อมที่จะใช้แสนยานุภาพทางทหารในทุกที่ที่เขาเห็นว่าจำเป็น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

 

ทรัมป์กล่าวว่าเขากำลัง “ยืนยันถึงอำนาจของสหรัฐฯ อีกครั้ง” และแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “แสนยานุภาพทางทหารที่ไม่มีใครเทียบได้” ของประเทศ

 

“สหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมให้ภัยคุกคามที่มีต่ออเมริกาเข้ามามีอิทธิพลหรือหยั่งรากลึกในพื้นที่ใดก็ตามของซีกโลกตะวันตกอีกต่อไป”เขากล่าว

 

ข้อตกลงความมั่นคง สหรัฐฯ-เดนมาร์ก-กรีนแลนด์ ฉบับใหม่

 

สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ระหว่างการประชุม UNGA ครั้งนี้ โดยเป็นการเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถสร้างฐานทัพแห่งใหม่ 2 แห่งบนเกาะกรีนแลนด์ และกีดกันจีนรวมถึงรัสเซียออกจากการลงทุนทางเศรษฐกิจบนเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

 

โดยขณะนี้สหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะรื้อฟื้นฐานทัพในพื้นที่นาร์ซาร์ซัวก์ (Narsarsuaq) ทางตอนใต้ของกรีนแลนด์ และอีกแห่งหนึ่งที่เมสเตอร์สวิก (Mestersvig) ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ

 

ภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐฯ จะได้รับอนุญาตให้สร้างฐานทัพเพิ่มเติม รวมถึง ปรับปรุงและขยายขอบเขตการดำเนินงานที่ฐานทัพอวกาศพิตูฟฟิก (Pituffik Space Base) ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลของสหรัฐฯ ประจำการอยู่แล้วประมาณ 150 นาย

 

“หากย้อนกลับไปดูรายชื่อประธานาธิบดีในอดีต จะพบว่า เกือบทุกคนต่างเคยเอ่ยถึงเรื่องนี้อย่างน้อยก็สักครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็แค่พูดถึงเฉยๆ บางคนอยากจะทำข้อตกลงให้สำเร็จจริงๆ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ แต่เรากำลังทำให้มันสำเร็จ” ทรัมป์ กล่าว

 

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน โดยมีช่วงหนึ่งที่ทรัมป์ประกาศคำขู่ว่า อาจจะใช้กำลังทหารเข้ายึดครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก

 

คิวบาวอล์กเอาต์

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังใช้เวที UNGA กล่าวโจมตีประเทศคิวบา ซึ่งมีรัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐฯ มายาวนาน

 

โดยทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐฯ ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในสถานการณ์ของคิวบา” และ “จะไม่ยอมให้มีแหล่งกบดานสำหรับศัตรูต่างชาติ ที่จะใช้คิวบาเป็นฐานในการคุกคามสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ใกล้แค่หน้าบ้าน”

 

ขณะที่ทรัมป์ยังกล่าวว่า คิวบานั้น “เป็นรัฐที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง” และระบุว่า “รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในสถานการณ์ของคิวบา”

 

“มันจะต้องล่มสลายลง” เขากล่าว ในขณะที่คณะผู้แทนของคิวบาได้เดินออกจากห้องประชุมระหว่างที่ทรัมป์ยังคงกล่าว

 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุว่า เป้าหมายของตนคือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในคิวบา โดยได้มีการตัดการจัดหาน้ำมันจากเวเนซุเอลาที่จะส่งไปยังคิวบา ซึ่งกำลังประสบปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้งขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวด้วยว่า มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลัง “เจรจาอย่างเข้มข้น” กับทางคิวบาอยู่

 

“ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ทรัมป์กล่าว

 

ด้าน มิเกล ดิอาซ กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “เราจะยังคงต่อสู้เพื่อสันติภาพ ปกป้องอธิปไตยของเรา และร่วมมือกันเพื่อเอาชนะการรุกรานอันโหดร้ายที่รัฐบาลสหรัฐฯ กระทำต่อเรา”

 

เปลี่ยนชื่อเรียก AI – คัดค้านรัฐควบคุม AI

 

ทรัมป์ ซึ่งชื่นชอบการสร้างภาพลักษณ์และ Branding เป็นทุนเดิม ยัง

 

ใช้การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ ตั้งชื่อเรียกใหม่ให้กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial intelligence) โดยเปลี่ยนเป็น Super Intelligence หรือ SI แทน และตั้งเป้าใช้ชื่อนี้ ในการสื่อสารเกี่ยวกับ AI อย่างเป็นทางการ

 

“การใช้คำว่า ‘artificial’ (ประดิษฐ์/เทียม) ทำให้ฟังดูเหมือนของปลอม” เขากล่าว

 

“มันไม่ใช่ของปลอม แต่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ เพียงแต่เราต้องระมัดระวังไว้บ้างยินดีต้อนรับสู่โลกใบใหม่ของ Super Intelligence หรือ SI”

 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยยืนยันว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องเป็นผู้นำในการแข่งขันด้านการพัฒนา AI โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาได้กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ชนะในเรื่อง AI ก็คือผู้ชนะ”

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ จะปฏิเสธข้อตกลงหรือมาตรการระหว่างประเทศใดๆ ที่มุ่งควบคุมเทคโนโลยี AI โดยคัดค้านอย่างหนักต่อการที่ภาครัฐจะเข้ามาควบคุมดูแลหรือกำหนดมาตรการกำกับดูแลใหม่ๆ ซึ่งจุดยืนดังกล่าวถือว่าขัดแย้งกับผู้คนจำนวนมากที่ไปรวมตัวกันในการประชุม UNGA ครั้งนี้

 

ภาพ : White House

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising