โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ใหญ่ต่อประชาชน (National Address) ในวันที่ 1 เมษายน เวลา 21.00 ตามเวลาท้องถิ่น ถึงความคืบหน้าของสงครามอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ชัยชนะท่วมท้นเหนืออิหร่าน การคุมยุทธศาสตร์พลังงานโลก และสหรัฐฯ คือมหาอำนาจอันดับ 1 ทุกมิติ คือคำสำคัญในแถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ที่เป็นประเด็นต้องจับตาในภูมิรัฐศาสตร์ขณะนี้
ประเด็นสำคัญ
THE STANDARD สรุปสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐฯ ตลอด 20 นาทีว่า ทรัมป์พูดอะไรบ้าง มีประเด็นไหนที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ และสงครามอิหร่านจะมุ่งหน้าไปยังทิศทางใด
อิหร่านถูกทำลายอย่างย่อยยับ สหรัฐฯ ชนะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ทรัมป์ใช้เวลา 20 นาทีในการแถลงใหญ่ เริ่มต้นกล่าวเปิดด้วยการแสดงความยินดีกับ NASA และนักบินอวกาศทั้ง 4 คน ที่ประสบความสำเร็จในการปล่อยยานภารกิจ Artemis II มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ โดยยกย่องว่า เป็นภารกิจที่น่าทึ่งและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เนื่องจากเป็นการเดินทางโดยมนุษย์ที่ไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมอวยพรขอให้พระเจ้าคุ้มครองคณะเดินทาง
ผู้นำสหรัฐฯ เข้าประเด็นทันทีว่า เป็นเวลา 1 เดือนที่กองทัพสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติมหาพิโรธ (Operation Epic Fury) โดยมุ่งเป้าไปยังอิหร่านในฐานะรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก
ทรัมป์ชี้ว่า ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้สร้างชัยชนะอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และท่วมท้นในสนามรบ ถือเป็นชัยชนะที่ไม่มีใครได้เห็นมาก่อน ขณะที่อิหร่านกำลังเข้าสู่สภาวะจนตรอก
ผู้นำสหรัฐฯอ้างว่า กองเรืออิหร่านหมดสภาพ กองทัพอากาศพังยับเยิน ผู้นำประเทศส่วนใหญ่เสียชีวิตแล้ว ระบบบัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ถูกทำลาย ส่วนความสามารถในการยิงขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านลดลงอย่างมาก เช่นเดียวกับโรงงานอาวุธและฐานยิงจรวดโดนทำลายจนหมดสิ้น
“ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์สงครามที่ศัตรูจะสูญเสียอย่างหนักขนาดนี้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ศัตรูของเรากำลังแพ้ และอเมริกากำลังชนะ ชนะมากกว่าที่เคยเป็นมา” ทรัมป์ย้ำ
เพราะเวเนซุเอลา สหรัฐฯ มีแหล่งพลังงานสำรองเป็นอันดับ 2 ของโลก
ทรัมป์ยังขอบคุณกองทัพสหรัฐฯ สำหรับปฏิบัติการในเวเนซุเอลาที่ยึดประเทศภายในเวลาไม่กี่นาที ถือเป็นเป็นการโจมตีที่รวดเร็ว รุนแรง และทั่วโลกยอมรับ
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้ อเมริกามีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และกำลังร่วมมือกับเวเนซุเอลาในฐานะ ‘หุ้นส่วนด้านพลังงาน’ โดยชี้ว่า ประเทศมีแหล่งสำรองน้ำมันและก๊าซเป็นอันดับ 2 ของโลก
“เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก และกำลังร่วมกันผลิตและขายน้ำมันและก๊าซจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นแหล่งสำรองอันดับ 2 ของโลก ตอนนี้เราไม่ต้องพึ่งพาตะวันออกกลางอีกต่อไป แต่เรายังอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยพันธมิตร” ทรัมป์ระบุ
ไขปริศนา ทำไมสหรัฐฯ ต้องเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
ทรัมป์เริ่มเข้าประเด็นด้วยการอธิบายว่า ทำไมปฏิบัติการมหาพิโรธจึงจำเป็นต่อความปลอดภัยของสหรัฐฯ และโลกเสรี โดยเริ่มกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2015 ที่ลงสมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาเคยสัญญาไว้ว่า จะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์
“ระบอบอันบ้าคลั่งนี้ตะโกนคำขวัญอย่าง ‘ความตายจงอยู่กับอเมริกาและอิสราเอล’ มา 47 ปี”
ทรัมป์ชี้ว่า เครือข่ายตัวแทนของอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สังหารชาวอเมริกัน 241 คน ในเหตุระเบิดค่ายนาวิกโยธินที่กรุงเบรุต, การสังหารทหารอเมริกันหลายร้อยนายด้วยระเบิดแสวงเครื่องข้างถนน, การมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีเรือ USS Cole และก่อเหตุโหดร้ายอีกนับไม่ถ้วน รวมถึงเหตุการณ์ฮามาสโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งเป็นความโหดร้ายที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ระบอบที่โหดเหี้ยมนี้ยังเพิ่งสังหารประชาชนของตนเองถึง 45,000 คน ซึ่งออกมาประท้วงในอิหร่าน…หากผู้ก่อการร้ายเหล่านี้มีอาวุธนิวเคลียร์ จะเป็นภัยคุกคามที่ยอมรับไม่ได้”
ทรัมป์อ้างว่า หากมีอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านในฐานะระบอบรุนแรงและอันธพาลที่สุดในโลก จะก่อการร้าย ข่มขู่บีบบังคับ รุกรานและสังหารหมู่ โดยเขาจะไม่มีวันปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น พร้อมกล่าวโทษว่า ประธานาธิบดีคนก่อนๆ ก็ไม่ควรปล่อย และอิหร่านควรถูกจัดการไปนานก่อนที่เขาจะเข้ารับตำแหน่งแล้ว
ทรัมป์ชี้ว่า เขาได้ทำหลายอย่างเพื่อหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เช่น สังหาร กัสเซม โซเลมานี นายพลอดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ และยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ของ บารัก โอบามา โดยชี้ว่า เป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ เพราะโอบามาส่งเงินสด 1.7 พันล้านดอลลาร์ให้อิหร่าน แต่การยุติโครงการก็ไม่ได้ผล
“ผมเลือกการทูตก่อนเสมอ แต่พวกเขาปฏิเสธ ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ผมจึงสั่งโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใน Operation Midnight Hammer เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยม เราทำลายเป้าหมายทั้งหมด”
ผู้นำสหรัฐฯ ชี้ว่า อิหร่านพยายามสร้างขีปนาวุธใหม่ พัฒนาให้มากที่สุด และทำให้ยิงไปได้ไกลที่สุด ปฏิบัติการมหาพิโรธจึงต้องเกิดขึ้นมา เพื่อมีเป้าหมายทำลายกองทัพอิหร่าน ตัดกำลังสนับสนุนกลุ่มตัวแทน และป้องกันการสร้างนิวเคลียร์
เมื่อสงครามจบ ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเอง ขอให้ชาติอื่นช่วยกันดูแล
ทรัมป์ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว โดยขอรำลึกถึงทหารอเมริกัน 13 นายที่เสียชีวิต พร้อมขอบคุณพันธมิตรในตะวันออกกลางอย่างอิสราเอล, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, คูเวต และบาห์เรน
“ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการโจมตีของอิหร่าน นี่พิสูจน์ว่าอิหร่านไม่ควรมีนิวเคลียร์ เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เรามีการลงทุนกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์ ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุด”
ทรัมป์ย้ำว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 1 ของโลก มากกว่าซาอุดีอาระเบียและรัสเซียรวมกัน และแทบไม่ต้องใช้น้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่า ประเทศอื่นต้องดูแลช่องแคบนี้เอง พร้อมให้ข้อเสนอ คือ ซื้อนำ้มันจากสหรัฐฯ และปกป้องช่องแคบฮอร์มุซด้วยตนเอง
“เมื่อสงครามจบ ช่องแคบจะเปิดเองตามธรรมชาติ นี่คือสิ่งเดียวที่พวกเขาพยายามฟื้นฟู พวกเขาจะต้องการขายน้ำมัน นั่นคือสิ่งเดียวที่พวกเขามีเพื่อใช้ฟื้นฟูประเทศ
“การขนส่งน้ำมันจะกลับมาอีกครั้ง ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็ว และตลาดหุ้นจะฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว” ทรัมป์ระบุ
สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าจนกลับสู่ยุคหิน
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ วางแผนโจมตีอิหร่านหนักต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์ จนต้องกลับไปอยู่ยุคหิน แต่ในระหว่างนี้ การเจรจาจะยังดำเนินอยู่ หากเตหะรานไม่ทำข้อตกลง อเมริกาจะโจมตีโรงไฟฟ้าทั้งหมด
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชี้ว่า ผู้นำอิหร่านชุดใหม่มีความสุดโต่งน้อยกว่า และมีเหตุผลมากกว่า พร้อมหมายเหตุไว้ว่า สหรัฐฯ จะไม่โจมตีโครงสร้างน้ำมัน แม้จะเป็นเป้าหมายที่ง่ายที่สุด เพราะนี่เป็นโอกาสเดียวที่อิหร่านจะอยู่รอดและฟื้นตัวจากทรัพยากรดังกล่าว หากสหรัฐฯ ลงมือจริงก็จะทำลายจนหมดสิ้น และเตหะรานจะไม่สามารถฟื้นตัวได้
ทรัมป์ยังอ้างว่า อิหร่านไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพราะเรดาร์ถูกทำลายทั้งหมด สหรัฐฯ มีไพ่ทั้งหมดอยู่ในมือ แต่อิหร่านไม่มีเลย พร้อมย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ผ่านมาแค่ 32 วัน หากเทียบกับประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เช่น สงครามโลกครั้งที่ 1 ที่กินเวลา 1 ปี 7 เดือน 5 วัน หรือสงครามอิรักที่ใช้เวลา 8 ปี 8 เดือน 28 วัน
“พวกเขาเคยเป็น ‘อันธพาลของตะวันออกกลาง’ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว นี่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของลูกหลานของคุณ ทั้งโลกกำลังจับตามอง และไม่อยากเชื่อในพลังความแข็งแกร่ง และความยอดเยี่ยมที่พวกเขาเห็น
“พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่คือความสามารถของกองทัพสหรัฐฯ คืนนี้ ชาวอเมริกันทุกคนสามารถมองไปข้างหน้าสู่วันที่เราจะเป็นอิสระจากความชั่วร้ายของการรุกรานจากอิหร่าน และภัยคุกคามของการข่มขู่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์
“จากการกระทำของเรา เรากำลังอยู่ในจุดใกล้ที่จะยุติภัยคุกคามของอิหร่านต่อสหรัฐฯ และโลก และผมบอกได้เลยว่า โลกกำลังจับตามอง เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง สหรัฐฯ จะปลอดภัย แข็งแกร่ง มั่งคั่ง และยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา” ทรัมป์ทิ้งท้าย
ภาพ: Alex Brandon / Reuters
อ้างอิง:


