×

ทรัมป์ คุย 7 ประเทศ คุ้มกันเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นไปได้แค่ไหน ใครตอบรับบ้าง?

16.03.2026
  • LOADING...
ทรัมป์ คุย 7 ประเทศ คุ้มกันเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยวานนี้ (15 มีนาคม) ว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับ 7 ประเทศ เกี่ยวกับการช่วยรักษาความปลอดภัยและปกป้องเรือต่างๆ ในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านเดินหน้าปิดกั้น ไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือจากประเทศสหรัฐฯ อิสราเอลและชาติพันธมิตร เดินทางผ่านช่องแคบ ซึ่งสร้างความกังวลต่อผลกระทบที่รุนแรงไปยังทั่วโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ เปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักในการขนส่งน้ำมันกว่า 1 ใน 5 ของโลก

 

ความพยายามของทรัมป์ มีขึ้นท่ามกลางสงครามและความขัดแย้งที่ยังเดินหน้าสร้างความวุ่นวายไปทั่วตะวันออกกลางและเขย่าตลาดพลังงานโลกในสัปดาห์ที่ 3 ซึ่งทรัมป์ยืนยันว่าประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียอย่างหนัก มีหน้าที่ ‘รับผิดชอบ’ ในการปกป้องช่องแคบนี้

 

“ผมเรียกร้องให้ประเทศเหล่านี้เข้ามาปกป้องดินแดนของตนเอง เพราะมันเป็นดินแดนของพวกเขา มันเป็นสถานที่ที่พวกเขาได้รับพลังงาน” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ระหว่างเดินทางจากฟลอริดาไปยังวอชิงตัน

 

โดยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศอย่างแข็งกร้าวว่า จะปิดช่องแคบนี้ต่อไป ท่ามกลางคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเตหะรานว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นเกิน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ทางออกของทรัมป์ในการดึงเอาชาติต่างๆ เข้าร่วมพิทักษ์เส้นทางเดินเรือสายสำคัญนี้จะใช้ได้ผลหรือไม่ และมีความท้าทายอะไรรออยู่บ้าง?

 

ทรัมป์พูดอะไรบ้าง?

 

ณ ตอนนี้ ทรัมป์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันภายในเกี่ยวกับการเริ่มต้นก่อสงครามนี้ ร่วมกับอิสราเอลโดยไม่ไร้จุดจบหรือเป้าหมายภารกิจ ที่เป็นทางออกที่ชัดเจน

 

“ที่ช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาไม่มีแผนอะไรเลย”

 

คริส เมอร์ฟี วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต โพสต์บน X ชี้ว่าทรัมป์ยัง ‘ไม่มีแผน’ และยัง ‘ไม่รู้วิธี’ ที่จะสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

 

ทรัมป์ ไม่ได้ระบุชื่อทั้ง 7 ประเทศที่กำลังเจรจาให้เข้าร่วมปกป้องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างชัดเจน แต่ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า “หวังว่าจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดที่สร้างขึ้นนี้ จะส่งเรือไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เป็นภัยคุกคามจากประเทศที่ถูกตัดหัวอย่างสิ้นเชิงอีกต่อไป”

 

Financial Times รายงานความเห็นของทรัมป์ ที่เตือนไปยัง NATO ว่าอาจเผชิญกับอนาคตที่ ‘เลวร้ายอย่างมาก’ หากพันธมิตร NATO ไม่ช่วยคุ้มกันเรือและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

ส่วนกรณีของจีน ซึ่งทรัมป์ มีแผนที่จะเดินทางไปเยือนปักกิ่งปลายเดือนนี้ ล่าสุด ทรัมป์ เผยในการให้สัมภาษณ์ Financial Times ว่าเขาคาดหวังว่า จีนจะช่วยในภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่เขาจะเดินทางไปเยือนและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเดิมกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึง 2 เมษายน แต่หากไม่มีการตอบรับใดๆ เขาอาจเลื่อนการประชุมที่วางแผนไว้ออกไป

 

“ผมคิดว่าจีนควรช่วยด้วย เพราะจีนได้รับน้ำมัน 90% จากช่องแคบนี้” ทรัมป์กล่าว

 

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์อ้างว่า “ศักยภาพทางทหารของอิหร่านนั้นถูกทำลายไปแล้ว 100%” แต่ชี้ว่าอิหร่านยังคงสามารถ ‘ใช้โดรนโจมตี ทุ่นระเบิด หรือยิงขีปนาวุธระยะใกล้ไปยังที่ใดที่หนึ่งตามแนวช่องแคบได้

 

“ในระหว่างนี้ สหรัฐฯ จะทิ้งระเบิดชายฝั่งอย่างหนัก และยิงเรือของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม เราจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิด ปลอดภัย และเป็นอิสระในไม่ช้า!” เขากล่าว ก่อนจะเชิญชวน “ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่รับน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” ให้ส่งเรือรบเข้าร่วมด้วย พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ “จะให้การสนับสนุนอย่างมาก” แก่ประเทศที่เข้าร่วม

 

อย่างไรก็ตาม Wall Street Journal รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์วางแผนที่จะประกาศในสัปดาห์นี้เรื่องการจัดตั้งพันธมิตรนานาชาติ เพื่อคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังมีการหารือกันอยู่ว่า ภารกิจคุ้มกันดังกล่าวจะเริ่มต้นก่อนหรือหลังสิ้นสุดการโจมตีด้วยขีปนาวุธในอิหร่าน

 

อิหร่านมีท่าทีอย่างไร?

 

อาลีเรซา ตังซีรี (Alireza Tangsiri) ผู้บัญชาการกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวในแถลงการณ์ว่า ข้อกล่าวอ้างของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการทำลายกองทัพเรือของอิหร่านหรือการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันให้ปลอดภัยได้นั้นเป็นเท็จ

 

“ช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ถูกปิดกั้นทางทหาร และอยู่ภายใต้การควบคุมเท่านั้น” เขากล่าว

 

ขณะที่ อับบาส อะรอกชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเปิดให้เรือเดินสมุทรระหว่างประเทศผ่านได้ ยกเว้นเรือบรรทุกน้ำมันและเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร

 

“ช่องแคบฮอร์มุซเปิดอยู่ ปิดเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันและเรือของศัตรูของเรา เฉพาะผู้ที่โจมตีเราและพันธมิตรของพวกเขาเท่านั้น เรือลำอื่น ๆ สามารถผ่านไปมาได้อย่างอิสระ”

 

ท่าทีดังกล่าว สอดคล้องกับโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ที่กล่าวในแถลงการณ์แรกของเขาภายหลังได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งต่อจากบิดาว่า “ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดต่อไป” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในสงครามนี้ และเตือนว่าเรือที่แล่นผ่านมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตี

 

ความท้าทายในช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร?

 

ช่องแคบฮอร์มุซ มีความกว้างเพียง 21 ไมล์ทะเล (39 กิโลเมตร) ในจุดที่แคบที่สุด เป็นเส้นทางเดินเรือเพียงแห่งเดียวที่เข้าสู่ทะเลอาหรับ (อ่าวเปอร์เซีย)

 

ขณะที่น่านน้ำในช่องแคบนี้ ซึ่งแบ่งออกเป็นน่านน้ำฝั่งอิหร่านด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งเป็นน่านน้ำโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้เส้นทางเดินเรือยิ่งแคบและเสี่ยงต่อการโจมตีมากยิ่งขึ้น

 

ความเห็นจาก อเล็กซานดรู ฮูดิสเตอานู (Alexandru Hudisteanu) ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลซึ่งเคยรับราชการในกองทัพเรือโรมาเนียเป็นเวลา 13 ปี ที่ให้สัมภาษณ์ Al Jazeera มองว่า ความร่วมมือในรูปแบบพันธมิตรเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทรัมป์กำลังพูดถึงนั้น สิ่งที่เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด คือ ‘ความสามารถในการทำงานร่วมกัน’

 

“นั่นคือความสามารถของเรือลาดตระเวนที่จะทำงานร่วมกันหรือกับหน่วยงานต่างๆ และหลักการที่แตกต่างกัน เมื่อการสื่อสารขั้นพื้นฐานจะเป็นปัญหา” เขากล่าว

 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซ โดยฮูดิสเตอานู ชี้ว่า “สภาพแวดล้อมของช่องแคบ นั้นไม่เอื้ออำนวยอย่างมากต่อการเดินเรือท่ามกลางภัยคุกคามในภาวะสงครามเช่นนี้ โดยเฉพาะภัยคุกคามจากขีปนาวุธ ทุ่นระเบิดหรือโดรนซึ่งอาจสร้างความเสียหายหรือทำลายเรือได้”

 

ขณะที่การจัดเรือคุ้มกันให้กับเรือต่างๆ ยังเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายสูง และจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเรือรบต่างชาติที่เข้าร่วมจากความเป็นไปได้ในการโจมตีของอิหร่าน ซึ่งอาจดึงประเทศอื่นๆ เข้าสู่สงครามที่กำลังดำเนินอยู่มากขึ้น

 

ความท้าทายสำคัญอีกประการสำหรับชาติพันธมิตรที่พยายามรักษาความปลอดภัยผ่านเส้นทางเดินเรือนี้ คือระยะเวลาของการปฏิบัติการ

 

“การรักษาความปลอดภัยของช่องแคบสามารถทำได้ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการเวลามากแค่ไหนและทรัพยากรมากแค่ไหน การเร่งรีบอาจส่งผลเสียต่อความปลอดภัยของภารกิจและภูมิภาค”

 

ประเทศต่างๆ มีท่าทีอย่างไร?

 

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดตอบรับหรือตกลงอย่างเป็นทางการต่อคำเรียกร้องของทรัมป์ ในการส่งเรือรบไปรักษาความปลอดภัยและคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

รัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยว่ากำลัง ‘พิจารณาอย่างเข้มข้น’ ว่าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือได้อีกครั้ง โดยเอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า “กำลังพิจารณาอย่างเข้มข้นร่วมกับพันธมิตรถึงสิ่งที่สามารถทำได้” และย้ำว่า “การเปิดช่องแคบอีกครั้งมีความสำคัญอย่างยิ่ง”

 

ทำเนียบดาวน์นิงสตรีทชี้ว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ได้พูดคุยกับทรัมป์ เกี่ยวกับความสำคัญของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อยุติการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมัน

 

นอกจากนี้สตาร์เมอร์ ยังได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ของแคนาดาทางโทรศัพท์ด้วย ซึ่งพวกเขาเห็นพ้องต้องกันถึงความสำคัญของการยุติการปิดช่องแคบ

 

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนยังคงย้ำจุดยืนในการ “เรียกร้องให้ยุติการสู้รบ” และชี้ว่า “ทุกฝ่ายมีหน้าที่รับผิดชอบในการรับประกันการจัดหาพลังงานที่มั่นคงและไม่ติดขัด”

 

ขณะที่ญี่ปุ่นมองว่าเกณฑ์ในการส่งเรือรบไปปฏิบัติภารกิจดังกล่าวนั้น “สูงมาก” โดยทาคายูกิ โคบายาชิ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของพรรครัฐบาล LDP กล่าวว่า “ในทางกฎหมาย ญี่ปุ่นไม่อาจตัดความเป็นไปได้ออกไป แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ความขัดแย้งนี้กำลังดำเนินอยู่ เขาเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง”

 

ด้านฝรั่งเศสก็ยืนยันเช่นกันว่าจะไม่ส่งเรือไปเข้าร่วมภารกิจของทรัมป์ โดยกระทรวงการต่างประเทศและกิจการยุโรปกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า “ท่าทียังไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นการป้องกัน” ซึ่งอ้างถึงคำกล่าวของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่ว่าฝรั่งเศสจะไม่เข้าร่วมทำสงครามกับอิหร่าน

 

ส่วนเกาหลีใต้ซึ่งนำเข้าน้ำมัน 70% จากอ่าวเปอร์เซีย เผยว่ากำลัง “ติดตามอย่างใกล้ชิด” ต่อท่าทีของทรัมป์ และ “พิจารณาและสำรวจมาตรการต่างๆ อย่างรอบด้านเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของเส้นทางการขนส่งพลังงาน”

 

ประเทศใดบ้างที่กำลังเจรจากับอิหร่าน?

 

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีบางประเทศที่ทำการเจรจากับอิหร่านเพื่อขออนุญาตขนส่งปิโตรเลียม

 

อินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตามอง เนื่องจากพึ่งพาเส้นทางขนส่งนี้ในการนำเข้า LPG มากถึง 80% ซึ่งก่อนหน้านี้เรือบรรทุกน้ำมันติดธงอินเดีย 2 ลำ ได้บรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

ขณะที่โมฮัมหมัด ฟาธาลี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำอินเดีย เปิดเผยว่า อิหร่านอนุญาตให้เรืออินเดียบางลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่ไม่ได้ยืนยันจำนวนเรือ

 

นอกจากนี้ พบว่าเรือสัญชาติตุรกีลำหนึ่งก็ได้รับอนุญาตในทำนองเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่รัฐบาลอังการาเจรจาโดยตรงกับเตหะราน ขณะที่ยังมีเรือตุรกีอีก 14 ลำกำลังรอการอนุมัติ

 

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าฝรั่งเศสและอิตาลีก็ได้เปิดการเจรจากับอิหร่านเช่นกัน เพื่อขออนุญาตให้เรือของตนผ่านช่องแคบได้ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

 

บริษัทน้ำมันกังวลแค่ไหน?

 

Financial Review รายงานว่า ผู้บริหารของหลายบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ ได้เตือนไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามในอิหร่านมีแนวโน้มที่จะเลวร้ายลง

 

ผู้บริหารได้ส่งข้อความไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังไม่มีวี่แววจะบรรเทาลง ในขณะที่ทรัมป์ ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ของการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง

 

Wall Street Journal รายงานว่า ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซีอีโอของ ExxonMobil, Chevron และบริษัทอื่นๆ ได้ประชุมหลายครั้งกับรัฐมนตรีมหาดไทย และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และเตือนว่า สงครามจะยังคงสร้างความผันผวนในตลาดพลังงานโลกต่อไป

 

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี ออกมาตอบโต้ทรัมป์ ผ่านโซเชียลมีเดียว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการเจรจาหรือหยุดยิงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

 

ทั้งนี้ เควิน แฮสเซ็ตต์ (Kevin Hassett) หัวหน้าสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว กล่าวว่า “เพนตากอนประเมินว่า สงครามซึ่งดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่ 3 แล้ว จะใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์”

 

ท่าทีดังกล่าว มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศที่มีต่อทรัมป์ ขณะที่แฮสเซ็ตต์ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ที่ออกมาเรียกร้องให้ชาวอเมริกันอดทน ในขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงเกินกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 

อ้างอิง:

 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories