โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศมาตรการที่แข็งกร้าวโดยระบุว่า จะไม่มีน้ำมันหรือเงินทุนจากเวเนซุเอลาส่งไปยังคิวบาอีกต่อไป พร้อมกดดันให้คิวบาต้องเปิดอกคุยกับสหรัฐฯ และทำข้อตกลงระหว่างกัน ‘ก่อนที่จะสายเกินไป’ แม้จะไม่ได้เปิดเผยและระบุรายละเอียดของข้อตกลงนั้นอย่างชัดเจนก็ตาม
นอกจากนี้ทรัมป์ยังส่งสัญญาณบางอย่าง ด้วยการรีโพสต์ข้อความใน Truth Social ที่มีคนเสนอว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ อาจเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของคิวบา พร้อมระบุข้อความในทำนองที่เห็นด้วยว่า ‘Sounds good to me!’
การปิดล้อมเส้นทางน้ำมันจากเวเนซุเอลา
เวเนซุเอลาถือเป็น ‘แหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุด’ ของคิวบา โดยในปีที่ผ่านมา (2025) เวเนซุเอลาได้ส่งออกน้ำมันดิบไปยังคิวบาราว 26,500 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งช่วยชดเชยการขาดแคลนน้ำมันของคิวบาได้ถึง 50%
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า ไม่มีสินค้าออกจากท่าเรือเวเนซุเอลาไปยังคิวบาเลย นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่กองกำลังสหรัฐฯ จับกุมตัว นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมภริยา เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้การขนส่งน้ำมันไปยังคิวบาเป็นอัมพาต ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดล้อมเส้นทางน้ำมันอย่างเข้มงวดของสหรัฐฯ
ปฏิกิริยาโต้ตอบจากรัฐบาลคิวบา
ผู้นำคิวบาออกมาตอบโต้คำขู่ของทรัมป์อย่างดุเดือด โดยมิเกล ดิแอซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบายืนยันว่าคิวบาเป็นชาติที่มีอธิปไตย ไม่รับคำสั่งจากใคร และพร้อมที่จะปกป้องมาตุภูมิ
ขณะที่ บรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบา ประณามสหรัฐฯ ว่าเป็น มหาอำนาจที่ทำตัวเป็นอาชญากรและอยู่เหนือการควบคุม และยืนยันสิทธิของคิวบาในการนำเข้าถึงน้ำมันจากแหล่งใดก็ได้ พร้อมปฏิเสธข่าวลือเรื่องการรับค่าตอบแทนจากการให้บริการด้านความมั่นคงแก่ประเทศอื่น
วิกฤตการณ์ภายใน คิวบา
คิวบากำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุด’ นับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 (ยุคหลังโซเวียตล่มสลาย) ประชาชนต้องทนทุกข์กับปัญหาไฟดับ การขาดแคลนอาหาร และผลผลิตทางการเกษตรที่ล้มเหลว
การถูกตัดขาดจากน้ำมันเวเนซุเอลาจะ ‘ซ้ำเติม’ สถานการณ์นี้ให้แย่ลงไปอีก แม้ว่าเม็กซิโกจะกลายเป็นผู้จัดหาน้ำมันรายสำคัญในขณะนี้ แต่ปริมาณก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไปได้ทั้งหมด
สหรัฐฯ กับมุมมองชาวอเมริกัน
สหรัฐฯ มีความเคลื่อนไหวทางทหารอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำ ได้เคลื่อนย้ายจากทะเลแคริบเบียนเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อเข้าใกล้คิวบามากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางยุทธศาสตร์
ในขณะที่ทรัมป์มุ่งเน้นนโยบายต่างประเทศที่ดุดัน สื่อต่างประเทศหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากกลับต้องการให้ทรัมป์สนใจ ‘ปัญหาปากท้องในประเทศ’ มากกว่านี้ เนื่องจากค่าครองชีพ ที่อยู่อาศัย และประกันสุขภาพมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งขัดแย้งกับคำสัญญาในช่วงหาเสียง ‘America First’
แฟ้มภาพ: Matt McClain / The Washington Post via Getty Images
อ้างอิง:


