Menu
221085

#trashtag เทรนด์ใหม่ท้าคนไปเก็บขยะแล้วถ่ายรูปโชว์

13.03.2019
  • LOADING...
  • Loading...
trashtag Tag Your Friends

เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้งานเว็บไซต์ Reddit ที่ใช้ชื่อแอ็กเคานต์ว่า TwistyTurret ได้โพสต์ภาพ ‘ก่อนและหลัง’ ของป่าแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยขยะเกลื่อนกลาดจนแทบมองไม่เห็นพื้น พร้อมชายหนุ่มชุดดำมาดเท่นั่งอยู่กลางภาพ และภาพที่สองเป็นภาพของชายคนเดียวกัน กับกองขยะที่ถูกเก็บมัดใส่ถุงเรียบร้อย และป่าที่ดูสะอาดตาขึ้น โดยมีชื่อหัวเรื่องว่า ‘#trashtag Tag Your Friends’

 

trashtag Tag Your Friends

 

โพสต์ดังกล่าวได้รับยอด upvote (คล้ายๆ กับยอดไลก์ในโซเชียลมีเดีย) ถึงกว่า 21,400 upvote ภายในเวลา 2 วัน พร้อมคอมเมนต์ชื่นชมผู้ที่ริเริ่มชาเลนจ์จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ครั้งนี้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เทรนด์ #trashtag นั้นเริ่มต้นขึ้นในปี 2015 โดยแบรนด์ UCO แบรนด์อุปกรณ์เอาต์ดอร์ที่ทำแคมเปญชวนให้คนออกมาเก็บขยะในพื้นที่บ้านตัวเอง แล้วถ่ายรูปการเก็บขยะของตัวเองลงในอินสตาแกรม พร้อมติด #trashtag และแท็กแอ็กเคานต์@UCOTRASHTAGPROJECT (ซึ่งตอนนี้แอ็กเคานต์ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น @aac_trashtagchallenge) เพื่อลุ้นรับของรางวัลจาก UCO

 

Steven Reinhold ทูตประจำ UCO People เริ่มไอเดียการทำแคมเปญ #trashtag ขึ้นมา เพราะเขารู้สึกผิดที่ครั้งหนึ่งเคยทำใบเสร็จที่ตัวเองช้อปปิ้งปลิวหล่นออกนอกหน้าต่าง เขาจึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะออกเก็บขยะให้ได้ 100 ชิ้นตลอดโรดทริปของตัวเอง ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จ และติดต่อไปยังทีม UCO เพื่อต่อยอดให้กลายเป็นแคมเปญดังกล่าวในเวลาต่อมา

 

และแม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 3 ปี แต่เทรนด์ของ #trashtag ก็ถูกนำกลับมาโปรโมตอีกครั้งผ่านเว็บไซต์ต่างๆ จนตอนนี้ชาวเน็ตหลายๆ คนแห่มาโพสต์ภาพ Before-After ของตัวเองเก็บขยะในสถานที่ต่างๆ แล้วแชร์ลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็ทำให้แคมเปญดังกล่าวกลายเป็นจุดสนใจของสื่อต่างๆ ตามมาด้วย

 

นอกจากเทรนด์นอน Planking, กิน Tide Pods ไปจนถึงเต้นพร้อมรถที่ขยับอยู่ (Shiggy Challenge) ที่ทำให้เราตั้งคำถามว่า ‘จะทำไปทำไม’ แต่ #trashtag ถือเป็นชาเลนจ์ใหม่ที่น่าสนับสนุน สมเหตุสมผล และน่าทำตามจริงๆ

 

trashtag Tag Your Friends

trashtag Tag Your Friends

trashtag Tag Your Friends

trashtag Tag Your Friends



ภาพ: www.reddit.com

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES