×

ซีอีโอ ‘โทฟุซัง’ ช็อก! โดนซัพพลายเออร์ขึ้นราคาวัตถุดิบ 40% ทั้งที่สั่งล่วงหน้า ลั่น นี่ไม่ใช่ดีล แต่คือทางตันที่ผู้ผลิตไร้ทางเลือก

02.04.2026
  • LOADING...
โทฟุซัง

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวในตลาดนมไฮโปรตีน ล่าสุด ‘สุรนาม พานิชการ’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทฟุซัง จำกัด ออกมาให้มุมมองต่อสถานการณ์ต้นทุนธุรกิจ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะสร้างความกังวลให้หลายฝ่าย แต่ในภาพรวมผู้ประกอบการจำนวนมากอาจยังรู้สึกว่าสถานการณ์ยังพอประคับประคองได้

 

 
 

พร้อมยังเตือนว่า ผลกระทบที่หนักกว่ากำลังจะเกิดขึ้นในระลอกถัดไป โดยเฉพาะในช่วงที่ Safety Stock ของวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรมเริ่มลดลงหรือหมดลง ซึ่งจะทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในระบบเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น ทั้งในส่วนของวัตถุดิบหลัก บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนแฝงตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

ซัพพลายเออร์ส่งสัญญาณวัตถุดิบขาดตลาด – บีบผู้ผลิตรับต้นทุนพุ่งถึง 40%

 

สุรนามกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทเริ่มเผชิญผลกระทบดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะในฝั่งบรรจุภัณฑ์ แม้ก่อนหน้านี้จะมีการวางแผนล่วงหน้าและเปิดคำสั่งซื้อ (PO) ไว้ตั้งแต่ 3-4 เดือนก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

 

แต่ในทางปฏิบัติ ซัพพลายเออร์บางรายกลับไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ เนื่องจากเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตขาดตลาด ทั้งที่ปกติควรมีการจัดซื้อสำรองไว้ตามคำสั่งซื้อที่รับไปแล้ว

 

ส่วนสาเหตุสำคัญมาจากการคาดการณ์ผิดพลาดก่อนเกิดวิกฤต โดยผู้ผลิตบางส่วนคาดว่าราคาเม็ดพลาสติกจะปรับตัวลดลง จึงไม่ได้เร่งสต็อกสินค้า เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนทันที

 

ผลที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการปลายน้ำต้องเผชิญแรงกดดันต้นทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยซัพพลายเออร์บางรายเสนอเงื่อนไขให้ยกเลิก PO เดิม และเปิดออร์เดอร์ใหม่ในราคาต้นทุนที่สูงขึ้นถึง 40%

 

สถานการณ์ดังกล่าวแทบไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการถูกบีบภายใต้ข้อจำกัดของเวลา เนื่องจากในทางปฏิบัติ ผู้ผลิตไม่สามารถเปลี่ยนซัพพลายเออร์ได้ทันที จากข้อจำกัดด้านแม่พิมพ์ ฉลาก และระบบการผลิตที่ผูกอยู่กับผู้ผลิตรายเดิม ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนในการย้ายฐานการผลิต

 

สุรนามย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่เป็นการที่ภาคธุรกิจต้องพยายามประคองทั้งระบบ ไม่ให้ผลกระทบถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วและรุนแรงเกินไป และในส่วนของโทฟุซังและ Sunshine Dairy บริษัทมีจุดยืนว่าจะยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าในระยะนี้ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยจะพยายามบริหารจัดการภายในให้มากที่สุด และตรึงราคาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 
 

ย้อนกลยุทธ์บริหารต้นทุน รับมือวิกฤตต้นทุนโลก

 

ก่อนหน้านี้ สุรนามได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ถึงแนวทางบริหารต้นทุนและความเสี่ยงในภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังไม่แน่นอน โดยเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

  • บริหารวัตถุดิบและต้นทุนอย่างยืดหยุ่น บริษัทเลือกใช้แหล่งวัตถุดิบที่มีต้นทุนแข่งขันได้ เช่น การนำเข้า Milk Protein Concentrate (MPC) จากนิวซีแลนด์ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า รวมถึงการทำ Hedging ค่าเงิน และปรับโครงสร้างต้นทุนหลังบ้านให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ควบคู่กับลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เพื่อสร้างสินค้าโปรตีนทางเลือก เช่น โปรตีนจากพืช นมโอ๊ต และเครื่องดื่มผสมโปรตีน เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภค
  • ใช้ Economy of Scale ลดต้นทุนต่อหน่วย ปัจจุบันโรงงานมีศักยภาพการผลิตประมาณ 700,000 ขวดต่อวัน และมีแผนขยายสู่ 1 ล้านขวด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเลือกขยายกำลังการผลิตอย่างระมัดระวัง โดยเพิ่มเพียงเล็กน้อยตามแนวโน้มตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากต้นทุนจม หลังบทเรียนในช่วงโควิด
  • รับมือความผันผวนของราคาพลังงาน โดยปกติแล้วค่าขนส่งอยู่ที่ 8-10% ของต้นทุนทั้งหมด แต่หากราคาน้ำมันพุ่ง อาจเพิ่มเป็น 16-20% แนวทางรับมือคือ การล็อกราคาและปริมาณวัตถุดิบ การกระจายซัพพลายเออร์สำรองและการทำประกันความเสี่ยง
  • ขึ้นราคาจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ในระยะสั้นผู้ผลิตควรแบกรับต้นทุนไว้ก่อน โดยเฉพาะในช่วง 3-6 เดือนแรก และใช้สต็อกเดิมมาถัวเฉลี่ยต้นทุน มองว่าการขึ้นราคาสินค้าจะเร็วเกินไป อาจกระทบกำลังซื้อ และส่งผลเสียต่อยอดขายมากกว่าภาระต้นทุน ดังนั้น การปรับราคาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อธุรกิจเข้าสู่ภาวะขาดทุนต่อเนื่องและได้พยายามลดต้นทุนภายในจนถึงที่สุดแล้วเท่านั้น

 

ซีอีโอ โทฟุซัง ทิ้งท้ายว่า ในช่วงเวลาที่แรงกดดันเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งระบบ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครจะอยู่รอด แต่คือการร่วมกันลดแรงกระแทก เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้รับความเสียหายมากกว่านี้

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories