×

ทิม คุก ซีอีโอของ Apple มองเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็น ‘โอกาสทอง’ ธุรกิจ พร้อมทำทุกวิถีทางเพิ่มส่วนแบ่งตลาด

20.05.2023
  • LOADING...
Apple

ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอของ Apple มองเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นโอกาสทองธุรกิจ พร้อมเร่งทำตลาดอย่างหนัก ล่าสุดเปิดตัวร้านค้าออนไลน์แห่งแรกในเวียดนาม สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว

 

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ตลาดเวียดนาม อินเดีย และอินโดนีเซีย มีความสำคัญกับ Apple อย่างมาก ซึ่งถ้าเทียบกับที่ผ่านมา จีนถือเป็นศูนย์กลางและเปรียบเป็นเหมือนกระดูกสันหลังของ Apple ทั้งในแง่ของการผลิตและยอดขาย แต่วันนี้ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป ตลาดจีนชะลอตัวลงและมีความเสี่ยงหลายอย่าง

 

แน่นอนว่าทำให้ Apple ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต้องกระจายความเสี่ยง เริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ๆ ที่มีโอกาสและต้นทุนที่ถูกลง 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ทิม คุก ซีอีโอของ Apple กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า บริษัทมองเห็นโอกาสในประเทศใหม่ๆ โดยมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการ ส่วนผลการดำเนินงานในช่วงสามเดือนแรกของปี 2023 ตลาดเม็กซิโก อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงบราซิล มาเลเซีย และอินเดีย เป็นไปอย่างที่คาดการณ์เอาไว้

 

“แต่ Apple ยังต้องเจอแรงกดดัน เพราะยังต้องเผชิญกับความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ โดยเห็นได้ชัดว่าการเติบโตชะลอตัวลงทั่วโลก จึงทำให้ต้องรีบหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ” Daniel Ives กรรมการผู้จัดการของ Wedbush Securities กล่าว

 

ที่สำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อินโดนีเซีย มาเลเซีย และอินเดีย จะกลายเป็นตลาดที่ยังมีช่องว่างให้กับ Apple เห็นได้จากความพยายามเข้าทำตลาดทั้งหน้าร้านและออนไลน์อย่างหนัก 

 

ถึงกระนั้นตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก มีส่วนแบ่งการตลาดของ Apple เพียง 1% เท่านั้น 

 

ทั้งนี้ จากรายงานของ Boston Consulting Group บอกว่า ผู้บริโภคในเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นฐานผู้บริโภคที่ใหญ่ และมีรายได้ระดับปานกลางไปจนถึงระดับสูง ซึ่งคาดว่าจะเติบโตประมาณ 5% ต่อปี ไปจนถึงปี 2030 

 

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดนั้นไม่ง่าย ยังมีความท้าทาย หากย้อนไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา Apple พยายามแข่งขันในตลาดเกิดใหม่ โดยเลือกที่จะพึ่งพาร้านค้าปลีกในท้องถิ่นแทน

 

แต่ด้วยราคา iPhone ซึ่งอยู่ระหว่าง 470-1,100 ดอลลาร์ (16,121-37,730 บาท) ยังเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับลูกค้าในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังต้องเจออุปสรรคเพราะหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ออกข้อกำหนดการทำธุรกิจที่เข้มงวดขึ้น เช่น ส่วนประกอบของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขายในอินโดนีเซีย 35% ต้องผลิตในท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ Apple ต้องปฏิบัติตาม

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising