วันนี้ (9 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคดีทุจริตและเรียกรับเงินในการสอบแข่งขันบุคคลเข้าเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ล่าสุดทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปล่อยตัวผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย วิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน , จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต และ ศตพร ธนพชรโภคิน พ้นจากการควบคุมตัวแล้ว
ภายหลังถูกฝากขังครบกำหนด 7 ผลัด รวมระยะเวลา 84 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการสูงสุดไม่ทันตามกรอบเวลา
รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ในส่วนของพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นตามกรอบระยะเวลา 30 วัน พร้อมทั้งส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ต้องหารายอื่นๆ ในกรณีเดียวกัน
สำหรับการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้น เป็นผลมาจากระยะเวลาควบคุมตัวฝากขังครบกำหนดตามกฎหมาย ซึ่งทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหมดอำนาจในการควบคุมตัว เว้นแต่จะมีการกระทำความผิดในคดีใหม่เกิดขึ้น ทั้งนี้ หากผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีในภายหลัง ทาง ป.ป.ช. จะเป็นผู้ส่งเรื่องประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอน
แหล่งข่าวระดับสูงจาก บช.ก. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ยังคงเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้นำหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เข้าจับกุมตัว ภาณี หรือ ปลัดอร นะราศี อายุ 63 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ภายในห้องทำงาน ซึ่งถือเป็นหัวหน้าเครือข่ายสายเรียกรับเงินอีก 1 สาย
การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากพบข้อมูลผู้เสียหายถูกชักชวนและเรียกรับเงินจำนวน 350,000 บาท เพื่อแลกกับการได้บรรจุเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยแนวทางการสืบสวนพบหลักฐานว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกรวบรวมและส่งต่อไปยังนางภาณี
จากการสอบสวนขยายผลเครือข่ายทุจริตสอบท้องถิ่นพบว่า ขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยกลุ่มของ ดร.วิน และ จ่าพิชิต จะรับหน้าที่ด้านปฏิบัติการในการรับแฟลชไดรฟ์รายชื่อ เพื่อนำไปปรับแก้ไขคะแนนหรือคำตอบให้ผ่านเกณฑ์ ขณะที่อีกกลุ่มจะทำหน้าที่เป็นสายวิ่งเต้นและนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบโดยตรง ซึ่งพบว่ามีผู้บริหารท้องถิ่นหลายรายเข้าร่วมขบวนการ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะเร่งสรุปสำนวนคดีในส่วนของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเพิ่มใหม่ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 30 วัน เพื่อนำส่งไปรวมดำเนินการกับทาง ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป


