×

กระเป๋าหรูพากันขึ้นราคา แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าถ้าเลือกถูกใบ

10.03.2023
  • LOADING...
กระเป๋าแบรนด์เนม

และแล้วก็เป็นไปตามคาดว่า เมื่อขึ้นปีใหม่กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังต่างทยอยกันขึ้นราคา ไม่ว่าจะเป็น Hermès หรือ Chanel แต่ถึงราคาจะสูงขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ความต้องการลดลง ดีไม่ดีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้รีบซื้อ เพราะนักสะสมกระเป๋าต่างรู้กันว่าสินค้าหรูหราเหล่านี้ขึ้นราคาทุกปี และเป็นการลงทุนทางเลือกที่ดี โดยต้องคำนึงถึงความคลาสสิก ไร้กาลเวลา จึงจะสามารถทำกำไรได้ 

 

กระเป๋า Hermès Birkin ให้ผลตอบแทน 38% โดยเฉลี่ยในปี 2020 สูงที่สุดในบรรดาของสะสม และราคาก็สูงขึ้นทุกปี ทั้งๆ ที่ในปีนั้นกระเป๋าหรูไม่ได้ถูกให้ความสำคัญมากเท่ากับวิสกี้หายาก รถโบราณ หรือนาฬิกา Rolex ด้วยซ้ำ 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


ว่ากันว่า Hermès Birkin 25 ที่มีราคาอยู่ที่ราวๆ 350,000 บาท หรือ 10,000 ดอลลาร์ สามารถนำไปขายต่อได้ทันที โดยมีมูลค่ามากกว่า 2 เท่าของราคาขายปลีก 

 

โดยรายงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2022 จาก Credit Suisse ระบุว่า ในบรรดาการลงทุนทางเลือก จิวเวลรี กระเป๋าถือ และนาฬิกา เป็นตัวเลือกที่มั่นคงที่สุด โดย Hermès Birkin ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดจากรายงานของทั้ง Deloitte และ Credit Suisse

 

ส่วน Business of Fashion รายงานว่า ในปี 2022 ผู้บริโภคชาวอเมริกัน 40% ซื้อหรือกำลังวางแผนที่จะซื้อสินค้าประเภทเครื่องหนังจากดีไซเนอร์ และคาดการณ์ว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมนี้จะเพิ่มขึ้นจาก 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022 เป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2027

 

ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นทุกปี แบรนด์หรูบางแบรนด์เลือกใช้วิธีเพิ่มสินค้าเพื่อเพิ่มกำไรสูงสุด แต่ก็ทำให้ ​​DNA ของแบรนด์เปลี่ยนไป ผิดกับ Hermès ที่ใช้วิธีควบคุมปริมาณสินค้าและให้ผู้ที่อยากได้ต้องซื้อสินค้าอื่นๆ ก่อน เพื่อเข้าถึงรุ่นคลาสสิกอย่าง Birkin และ Kelly ซึ่งความหายากนี้เองทำให้มีการปรับราคาตั้งแต่เริ่มต้นปี 2023 ประมาณ 8-10% ในทุกสไตล์ หมายความว่ากระเป๋าเป็นการลงทุนโดยธรรมชาติหากซื้อโดยคำนึงถึงระยะยาว

 

และบางครั้งก็อาจมีราคาสูงถึง ‘3 เท่า’ ของราคาขายปลีก โดยลูกค้าที่มีเงินยอมจ่ายแพงเพื่อเป็นเจ้าของรุ่นที่หายาก

 

Volkan Yilmaz คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tanner Leatherstein เป็นช่างทำเครื่องหนังที่เป็นที่รู้จักจากการแยกชิ้นกระเป๋าหรู เพื่อประเมินคุณภาพและมูลค่าที่แท้จริง เขาเคยชำแหละกระเป๋าหรูมาแล้วทั้ง Chanel, Prada และ Loewe แต่ไม่เคยทำกับ Hermès Birkin และ Kelly ด้วยราคาและการเข้าถึงยาก 

 

อย่างไรก็ตาม เขาวิเคราะห์ว่า Hermès ใช้หนังคุณภาพดี อย่างเช่น Togo ซึ่งโรงฟอกหนังบางแห่งขายในราคาประมาณ 160 ยูโร (170 ดอลลาร์) ต่อตารางฟุต เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายของช่างฝีมือที่มีทักษะในยุโรปที่จะมีค่าจ้างอยู่ที่ประมาณ 6,000 ยูโรต่อการผลิตกระเป๋าได้ราวๆ 8 ใบต่อเดือน ค่าแรงต่อกระเป๋า Hermès Birkin หรือ Kelly ก็จะอยู่ที่ประมาณ 800 ยูโร แต่สำหรับนักสะสมและแฟนๆ ต่างรู้ดีว่ามูลค่าของกระเป๋าเกิดขึ้นจากมูลค่าของภาพลักษณ์ และความพึงพอใจที่ได้เป็นเจ้าของกระเป๋าเหล่านั้นต่างหาก โดยปัจจุบันนอกจากการซื้อเพื่อใช้งานแล้ว ผู้ซื้อหลายรายก็คำนึงถึงการทำไรเมื่อขายต่ออีกด้วย 

 

Hermès เพิ่งขึ้นราคาไปเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้ง Birkin และ Kelly มีราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีที่แล้ว โดยส่งสัญญาณมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งก่อนหน้านี้กระเป๋า Hermès ปรับขึ้นเล็กน้อยในช่วงการล็อกดาวน์โควิด 

 

อย่างไรก็ดี ปีที่ผ่านมา Hermès ก็มียอดขายและรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 23% ส่วน Chanel เพิ่งประกาศขึ้นราคารอบแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา หลังเพิ่งประกาศขึ้นราคาเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยรุ่นคลาสสิกทั้งหมดราคาปรับสูงขึ้นมากน้อยแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความฮิตของแต่ละรุ่น โดย Chanel Classic Flap ขนาดกลาง จากราคา 340,000 บาท เป็น 365,000 เพิ่มขึ้น 25,000 บาท ขณะที่ Chanel Boy ไซส์เล็กจากราคา 210,000 บาท เป็น 216,500 บาท  

 

ทั้ง Chanel หรือ Hermès มีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 12% ต่อปี ทำให้การลงทุนกระเป๋าเหล่านี้เป็นการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับสาวๆ ผู้รักแฟชั่น 

 

Hermès Birkin และ Kelly 

 

 

 

Chanel Classic Medium 

 

 

Chanel Boy Small 

 

 

 

Chanel 22 Medium 

 

 

Chanel Small Flap Wallet 

 

 

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising