ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เปิดเผยทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทกับเพจเฟซบุ๊กจำนวน 10 เพจ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา โดยระบุว่ากลุ่มเพจดังกล่าวมีพฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสีและเข้าข่ายเป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ซึ่งมีรูปแบบคล้ายคลึงกับเครือข่ายที่ผู้ให้บริการเฟซบุ๊กเคยสั่งลบบัญชีไปเมื่อปี 2564 พร้อมเตรียมนำหลักฐานประสานตำรวจไซเบอร์เพื่อให้ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ร่วมกับทางเฟซบุ๊กต่อไป
ฐปณีย์ได้เข้าพบ พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา และ พ.ต.ท.พงศ์ศักดิ์ พรหมเกตุ พนักงานสอบสวน ในวันนี้ (18 เมษายน) เพื่อยื่นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี โดยรวบรวมข้อมูลโพสต์จำนวนประมาณ 15 โพสต์ จาก 10 เพจเฟซบุ๊ก ที่เผยแพร่ในช่วงวันที่ 13-18 เมษายนที่ผ่านมา
ฐปณีย์ให้ข้อมูลว่าเนื้อหาในโพสต์ดังกล่าวมีลักษณะใส่ร้าย ดูหมิ่น และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ฐปณีย์ระบุว่าเพจเหล่านี้มีลักษณะการทำงานเป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร โดยบางส่วนดำเนินการในรูปแบบเพจ และบางส่วนเป็นบัญชีบุคคล การเข้าแจ้งความในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามคำแนะนำของตำรวจไซเบอร์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลทางกฎหมายในการตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ร่วมกับทางบริษัทเฟซบุ๊ก
นอกจากนี้ อ้างอิงรายงานขององค์กร iLaw ที่เคยเปิดเผยรายงานของเฟซบุ๊กเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ในชื่อ ‘February 2021 Coordinated Inauthentic Behavior Report’ ซึ่งในรายงานฉบับดังกล่าว เฟซบุ๊กได้ดำเนินการลบบัญชีเฟซบุ๊ก 77 บัญชี กลุ่มเฟซบุ๊ก 18 กลุ่ม และบัญชีอินสตาแกรม 18 บัญชี โดยระบุว่ามีที่มาจากประเทศไทยและมีเป้าหมายเป็นผู้ชมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
รายงานของเฟซบุ๊กในขณะนั้นระบุถึงการสืบสวนที่พบความเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคง โดยเครือข่ายดังกล่าวใช้ทั้งบัญชีจริงและบัญชีปลอมในการดำเนินการ และระบบได้ตรวจพบบัญชีบางส่วนพร้อมปิดใช้งานอัตโนมัติ เนื่องจากพบเนื้อหาของหลายเพจที่มีความตรงกัน
ข้อมูลจากรายงานของเฟซบุ๊กในปี 2564 ระบุชื่อเพจที่ถูกสั่งปิด เช่น เพจทันข่าวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพจรู้ทันขบวนการ และเพจความจริงปัตตานีบ้านฉัน ซึ่งฐปณีย์ระบุว่ามีความสอดคล้องกับรูปแบบการตั้งชื่อและเนื้อหาของเพจที่กล่าวหาตนในปัจจุบัน ได้แก่ เพจทันข่าวภาคใต้ เพจเรื่องราวชายแดนใต้ เพจข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้ เพจใต้พรมชายแดนใต้ เพจค้นข่าวชายแดนใต้ และเพจเปิดโปงขบวนการ BRN จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
ฐปณีย์ชี้แจงว่า ในฐานะสื่อมวลชนตนยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการนำข้อมูลจากกลุ่มปฏิบัติการ IO ไปขยายความด้วยถ้อยคำหยาบคายและข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะการกล่าวอ้างว่ามีบุคคลอยู่เบื้องหลัง
“จึงขอดำเนินการตามกฎหมาย ป้องกันไม่ให้เรื่องขยายความไปมากกว่านี้ เพราะที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง และที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเท่านั้น ไม่มีใครอยู่ เบื้องหลังอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด” ฐปณีย์ระบุ


