วันนี้ (21 เมษายน) แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยความคืบหน้ากรณีการพิจารณาพักการลงโทษของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ล่าสุดทักษิณได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 7 เดือน 12 วัน ซึ่งใกล้ครบกำหนด 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน ทำให้เข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยคาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 และจะรับการคุมประพฤติต่อเนื่องอีก 4 เดือน จนกระทั่งพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569
สำหรับกระบวนการพิจารณาอนุมัติการพักโทษนั้นได้ดำเนินมาตามลำดับขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบของกรมราชทัณฑ์ เริ่มจากเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรม มีมติเห็นชอบให้ผู้ต้องขังเด็ดขาดจำนวน 10 ราย ซึ่งรวมถึงทักษิณ ผ่านเกณฑ์พิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป
จากนั้นภายในวันที่ 24 เมษายน คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ นำโดยสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ จะจัดประชุมเพื่อกลั่นกรองและตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารและเงื่อนไขต่างๆ ก่อนเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังระดับกระทรวงยุติธรรม
ต่อมาในวันที่ 29 เมษายน คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ระดับกระทรวงยุติธรรม จะจัดการประชุมเพื่อพิจารณาขั้นสุดท้าย โดยพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อวินิจฉัยให้ความเห็นชอบตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52
ทั้งนี้ การพิจารณาให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการฯ จะประเมินจากปัจจัยตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ทั้งพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ พฤติกรรมระหว่างถูกคุมขังที่แสดงให้เห็นถึงการกลับตัวเป็นคนดี ผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม และผลการเข้าร่วมโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูภายในเรือนจำ
ส่วนการพิจารณาว่าจะต้องติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ในช่วงคุมประพฤติหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์และระดับกระทรวงยุติธรรม โดยจะนำปัจจัยด้านสุขภาพและข้อจำกัดด้านอายุที่เกินกว่า 70 ปี มาพิจารณาร่วมกับสภาพแวดล้อม ความปลอดภัยของสถานที่พักอาศัย และความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ
เมื่อได้รับการอนุมัติและปล่อยตัวแล้ว กรมราชทัณฑ์จะมีหนังสือแจ้ง พนักงานคุมประพฤติและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในท้องที่รับทราบ โดยทักษิณมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติภายในระยะเวลา 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัว
หากระบุสถานที่พักอาศัยเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร จะต้องเข้ารายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในเขตพื้นที่ดังกล่าว และจะต้องเข้ารายงานตัวเป็นประจำทุกเดือนตามเกณฑ์มาตรฐานที่ถูกใช้กับผู้ถูกคุมประพฤติรายอื่นๆ ต่อไป


