บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เผยยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตและการหารายได้ใหม่หลังการปรับโครงสร้างองค์กรสู่บริษัทโฮลดิ้งตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน ควบคู่การขยาย Ecosystem โดยล่าสุดทุ่มเงิน 60.24 ล้านบาท เข้าถือหุ้น บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 25.1% ผ่านการซื้อหุ้น PP เพื่อสร้าง Synergy ทางธุรกิจ พร้อมแสดงความพร้อมเข้าร่วม ‘กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ’
ประเด็นสำคัญ
จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจหลังการปรับโครงสร้างองค์กรสู่บริษัทโฮลดิ้งว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพและความยืดหยุ่นในการขยายการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโฮลดิ้งสามารถจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อให้บริการสนับสนุน (Supporting Services) เช่น ธุรกิจตรวจสำรวจความเสียหาย ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดในการดำเนินงานเดิมของธุรกิจประกันภัย และช่วยส่งเสริมให้ประกันภัยไทยวิวัฒน์ขยายการให้บริการแก่ผู้บริโภคได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในมิติการสร้างการเติบโตและขยายพอร์ตการลงทุน TVH ได้เข้าลงทุนใน บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผ่านการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement หรือ PP) มูลค่ารวมประมาณ 60.24 ล้านบาท ส่งผลให้เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 25.1%
โดยการเข้าถือหุ้นในครั้งนี้ไม่ใช่การควบรวมกิจการ แต่เป็นการเข้าลงทุนเพื่อรับรู้ผลตอบแทนจากเงินปันผล และมุ่งสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Synergy) เนื่องจากทูนประกันภัยมีลักษณะธุรกิจและจุดแข็งที่แตกต่างจากไทยวิวัฒน์ เช่น พันธมิตรกลุ่มสายการบิน ประกันภัยการเดินทาง ประกันสุขภาพ ตลอดจนช่องทางโบรกเกอร์ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ TVH กระจายความเสี่ยงในพอร์ตโฟลิโอ และเพิ่มโอกาสในการรับส่งต่อประกันภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงร่วมกัน โดยเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนครั้งนี้มาจากเงินกองทุนส่วนเกิน (Surplus Fund) ของบริษัท
ขณะเดียวกัน TVH ยังเดินหน้าสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากประกันภัย ผ่านบริษัทลูกอย่าง Thaivivat Asset เพื่อนำสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างที่ดินมาพัฒนาโครงการสร้างรายได้เพิ่มเติม รวมถึงการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) นอกเหนือจากช่องทางดั้งเดิม (Traditional) ไปสู่ช่องทางใหม่ ๆ ทั้งพันธมิตรสายการบิน สื่อมวลชนรายใหญ่ และระบบ Digital Wallet เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงประกันภัยได้สะดวกยิ่งขึ้น
สำหรับประเด็น ‘กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ’ ที่ภาครัฐกำลังผลักดันอยู่นั้น TVH และอุตสาหกรรมประกันภัยมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมือและสนับสนุนนโยบายดังกล่าวเพื่อร่วมสร้างความมั่นคงให้แก่อุตสาหกรรมและประชาชน
ตั้งเป้า Double-Digit Growth – บาลานซ์พอร์ต Motor, Non-Motor ด้วย Cross-Selling
จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงเป้าหมายทางการเงินว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในระดับ Double Digit หรือไม่น้อยกว่า 10% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3-4% ขณะที่ GDP ครึ่งปีแรกเติบโตประมาณ 1-2% โดยมุ่งขยายฐานไปยังกลุ่มผู้ที่ยังไม่เคยทำประกันภัย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์รายบุคคล
ปัจจุบัน พอร์ตประกันภัยรถยนต์ (Motor) มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยคิดเป็นประมาณ 70% ของเบี้ยประกันภัยรวม มีอัตราการเติบโตประมาณ 7% และมีฐานลูกค้าเกือบ 1 ล้านกรมธรรม์ ขณะที่พอร์ตประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) แม้จะมีสัดส่วนเบี้ยที่เล็กกว่า แต่มีการเติบโตสูงถึง 15% หรือคิดเป็นสองเท่าของพอร์ตรถยนต์
กลยุทธ์สำคัญหลังจากนี้ คือการใช้ Thaivivat Application เป็นศูนย์กลางดิจิทัลในการผลักดันการขายข้ามผลิตภัณฑ์ (Cross-selling) ระหว่างลูกค้า Motor และ Non-Motor เพื่อสร้างความสมดุล (Balance) ทั้งในมิติของผลตอบแทนและการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่บริษัทในระยะยาว
ก้าวสู่ปีที่ 75 ‘ประกันภัยไทยวิวัฒน์’ ชูนวัตกรรม ยกระดับ Quality of Life
ด้าน เทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในโอกาสครบรอบ 75 ปี ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ภายใต้สโลแกน “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการดูแลลูกค้า จากเดิมที่เป็นการรับมือเมื่อเกิดเหตุ (Reactive) ไปสู่การดูแลเชิงรุก (Active Care) ที่พร้อมเข้าช่วยเหลือในวินาทีที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต (Quality of Life) ของผู้ถือกรมธรรม์ในทุก ๆ วัน

เทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)
สำหรับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมบริการไฮไลต์ ประกอบด้วย
- ประกันรถยนต์เปิดปิด: นวัตกรรมประกันภัยที่ตอบโจทย์ Insight ผู้บริโภคจนได้รับอัตราการตอบรับและการต่ออายุสูงถึง 90% ล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘Crash Detection’ ระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุอัตโนมัติเมื่อเกิดการชนผ่านแอปพลิเคชัน โดยระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเพื่อให้ทีมงานประสานงานเข้าช่วยเหลือทันทีโดยที่ลูกค้าไม่ต้องร้องขอ
- บริการ Self-Service Claims บน Thaivivat App: พัฒนาระบบให้รองรับการเคลมแห้ง การถ่ายรูปความเสียหาย และการส่งวิดีโอแบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยไม่ต้องรอพนักงานสำรวจภัยเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันจากการเดินทางของพนักงาน รวมถึงการใช้ระบบ QR Code แทนเอกสารกระดาษ ซึ่งถือเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ESG) อีกทางหนึ่ง
- ผลิตภัณฑ์ประกันภัยครอบคลุมไลฟ์สไตล์: อาทิ ประกันภัยการเดินทางพร้อมระบบ Smart Delay, ประกันภัยบ้านพร้อมบริการ Home Care และประกันสุขภาพ Active Health

