×

ภราดร จี้ กยศ.เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน แยกให้ออกใครว่างงาน-มีรายได้แต่เบี้ยวหนี้ เก็บได้ 30-40% รัฐแทบไม่ต้องเติมเงิน

โดย THE STANDARD TEAM
22.09.2026
  • LOADING...
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (22 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่องจนทำให้นักศึกษาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ส่งผลให้มหาวิทยาลัยขู่ไม่ให้นักศึกษาเข้าสอบจริงหรือไม่ว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (17 กันยายน) หลังจากที่มีการตอบกระทู้ ตนได้บอกกับรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ว่าจะไปหารือกับยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

 

หลังจากนั้นได้มีการเสนอกฎหมาย ตนก็ได้พูดคุยว่ามีปัญหาเรื่อง กยศ.นิดหน่อย ที่ยังไม่สามารถโอนเงินให้กับมหาวิทยาลัยได้ในช่วงเดือนแรก เพราะยังมีปัญหาอยู่ ทางมหาวิทยาลัยจึงขู่นักศึกษาว่าหากยังไม่โอนเงินให้นักศึกษา จะไม่มีสิทธิ์สอบ ซึ่งหลังจากที่ยศชนันทราบเรื่อง ได้พูดคุยกับทางอธิการบดีทั่วประเทศแล้ว ซึ่งประเด็นนี้น่าจะไม่มีปัญหา

 

ส่วนในเรื่องของเงินงบประมาณในปี 2569 ที่ไม่เพียงพอกับ กยศ.นั้น วันนี้วันที่ 22 กันยายนแล้ว อีก 8 วันจะเริ่มปีงบประมาณใหม่ ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในส่วนของกองทุน กยศ.เพิ่มขึ้นจากปี 2569 เกือบสองเท่า จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท ทั้งที่หน่วยงานอื่นลดลงทั้งหมด จะบอกว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับ กยศ. ถ้าพูดแบบนั้นก็จะเหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับทางรัฐบาล ซึ่งทางรัฐบาลเพิ่มเงิน 9,000 ล้านบาท โดยวันที่ 1 ตุลาคมก็จะสามารถเข้าไปใช้ได้หลังจากที่ประกาศใช้ ซึ่งเงินจะเข้าไปหนุนในระบบของ กยศ.ต่อไป

 

ส่วนปัญหาหลักคือการเบี้ยวหนี้ กยศ.ใช่หรือไม่ ภราดรกล่าวว่า ปัญหาหลักของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น มีคนที่อยู่ในระบบ กยศ.ถึง 3.6 ล้านคน จากตัวเลขที่น่าตกใจคือมีเพียง 1 ล้านคนเท่านั้นที่เป็นลูกหนี้ดี ก็คือเป็นคนที่ชำระหนี้ตามเวลา ส่วนอีก 2.6 ล้านคนเป็นผู้ที่ผิดนัดการชำระหนี้ ถือเป็น 60% ปัญหาใหญ่ที่ กยศ.ไม่สามารถไปดำเนินการกับจำนวนคนที่ไม่สามารถชำระหนี้ตามเวลาได้

 

ต้องย้ำว่าจำนวน 2.6 ล้านคนนี้ต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกยังอยู่ในสภาวะว่างงานอยู่ ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ซึ่งตรงนี้ต้องยกเว้นให้ อย่าไปรีดเลือดกับปู ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่มีรายได้แล้วแต่เลือกที่จะไม่ชำระหนี้ให้กับ กยศ. ซึ่งกลุ่มนี้ต้องไปหาให้เจอว่าอยู่ที่ไหน อย่างไร และจะไปเรียกเก็บหนี้ได้อย่างไร

 

กลุ่มคนที่ชำระอยู่ 1 ล้านคน เป็นคนที่อยู่ในระบบ ซึ่งยังมีกลุ่มที่เป็นข้าราชการบ้าง หรือนักศึกษาที่มีงานทำ อยู่ในบริษัทเอกชน และมีเงื่อนไขที่ตกลงกับบริษัทเอกชนว่าหลังจากเงินเดือนออกแล้ว ให้หักให้กับกองทุน ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ต้องทำอยู่แล้ว กยศ.ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือ เรียกได้ว่าตามน้ำ มีการหักเงินคืนตามระบบอยู่แล้ว

 

ดังนั้นความท้าทายของ กยศ. คือจำนวนคน 2.6 ล้านคนว่าใครคือผู้ที่มีรายได้แล้ว และพร้อมมีสถานะที่จะชำระเงินให้กับ กยศ. และไปพูดคุยในการเก็บหนี้ให้ได้

 

ภราดรกล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่ กยศ.ไม่ทราบว่ามีบุคคลว่างงานและเป็นหนี้ กยศ.อยู่จำนวนเท่าไหร่ รวมถึงไม่มีการระบุสถานะของลูกหนี้ กยศ.ว่าใครอยู่ในสถานะไหน พร้อมชำระหนี้หรือไม่ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ กยศ. พร้อมกล่าวด้วยว่า กยศ.ยังไม่มีการบริหารจัดการได้ดีเท่าที่ควร เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ที่มีรายได้จะมีเงินหมุนเวียนในบัญชี

 

แต่ยังย้ำว่าโจทย์ใหญ่คือการให้คนจำนวน 2.6 ล้านคนที่ค้างชำระหนี้ กยศ.มาชำระให้ได้ ไม่จำเป็นต้องได้ทั้งหมด แต่ขอประมาณ 30-40% ของจำนวนนี้ เพียงแค่หาทางให้กลุ่มคนเหล่านี้มาชำระหนี้ให้ได้ รัฐบาลแทบจะไม่ต้องให้เงินสนับสนุนเข้าไปในระบบ กยศ.

 

ภราดรยังกล่าวถึงกรณีการสวมสิทธิ์กู้ กยศ.ว่า เป็นเรื่องของรายละเอียด ที่ กยศ.ต้องไปประสานงานกับทางมหาวิทยาลัย และคนรับผิดชอบต้องเป็นคนอนุมัติ คนอนุมัติก็คือมหาวิทยาลัย ที่ปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising