วันนี้ (6 มีนาคม) ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ขณะนี้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงอ่อนไหว โดยฝ่ายประเทศอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังโจมตีซึ่งกันและกัน โดยมีการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ และการปะทะยังขยายวงไปประเทศข้างเคียงหลายประเทศ นอกเหนือจากเลบานอนที่ได้ชี้แจง ยังมีประเทศอาเซอร์ไบจาน ที่ถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บ และโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ซึ่งต่อมาทางรัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประกาศว่าพร้อมตอบโต้ ทำให้สถานการณ์น่ากังวลมากยิ่งขึ้น
ส่วนสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ยังคงปิดน่านฟ้า ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบีย และโอมาน ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนออกนอกภูมิภาคทางอากาศ
ปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
ขณะที่ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เช่น ประเทศอิหร่าน มีความคืบหน้าตัวเลข จากเดิม 117 คน เพิ่มเป็น 125 คน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มที่ต้องการเดินทางออกทางบก รอบแรกในวันที่ 7 มีนาคม จะเดินทางออกมาก่อน 69 คน รอบที่ 2 ในวันที่ 10 มีนาคม จะเดินทางออกมา 56 คน โดยกระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในประเทศอิหร่านที่ต้องการกลับเพิ่มเติม รีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน โดยทันที เพื่อประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที
สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่จะเดินทางถึงเมืองวาน ของประเทศตุรกี ในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค. 69) จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมพร้อมต้อนรับและจัดหาอาหารไว้ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้า
ในส่วนของกรณีตุรกีตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ของประเทศตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะอพยพออกจากประเทศอิหร่าน และบินกลับมาที่ประเทศไทย อีกทั้งจะเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานด้วย เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออยู่
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้แนะนำคนไทยที่เที่ยวบินถูกยกเลิก เนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูล ต้องรองรับสายการบินอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ที่หลีกเลี่ยงการบินหรือแวะผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ดังนี้ ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อรอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่ และหากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซา ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบิน และซื้อบัตรโดยสารเที่ยวบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทั้งนี้ คนไทยสามารถพำนักในตุรกีได้โดยไม่ต้องใช้วีซาเป็นเวลา 30 วัน
ส่วนประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยังเปิดน่านฟ้าอยู่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียงที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ เพื่อนำคนไทยเดินทางข้ามแดน และเดินทางกลับไทยโดยเครื่องบิน
ส่วนกรณีประเทศ UAE ไทยมีสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ที่กรุงดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดสถานกงสุลใหญ่ ณ กรุงดูไบ ได้จัดหาเที่ยวบินเพื่อส่งคนไทยที่ติดค้างออกนอกประเทศแล้ว 25 คน และจะสนับสนุนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในการเดินทางออกต่อไป
แม้น่านฟ้า UAE ยังคงปิดอยู่ แต่สายการบินเอทิฮัด เอมิเรตส์ และแอร์อาระเบีย ยังคงเปิดเส้นทางบินบางส่วน เพื่อพาคนชาติต่างๆ ที่ตกค้างกลับประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีพำนักเกินกำหนด สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ยังคงอำนวยความสะดวก และให้ข้อมูลแก่พี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะกลับประเทศ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสาร


