×

นายกฯ นำแถลงผลปฏิบัติการลุยสแกมเมอร์-นอมินี-บ่อนเถื่อน ย้ำไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี

โดย THE STANDARD TEAM
30.04.2026
  • LOADING...
ภาพ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการปราบปรามสแกมเมอร์ นอมินี และบ่อนเถื่อน

วันนี้ (30 เมษายน) เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทุจริตสวมตัว แปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมายว่า หนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา คือการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ โดยดำเนินคดียึดอายัดทรัพย์สินในหลายกรณี

 

ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาล และหน่วยงานในสังกัด ที่ต้องการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง วันนี้จึงมีผลงานการปราบปรามเพิ่มเติมที่จะรายงานต่อประชาชนในภาพรวม ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ เรื่องการปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์และสัญชาติ กระทรวงมหาดไทยได้จำแนกรายการเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์สแกมเมอร์ ได้แก่ เครือข่ายก๊ก อาน และเครือข่ายลียง พัด

 

หลังจากการตรวจพบทางทะเบียนของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมดำเนินคดีขยายผลไปยังเครือข่าย โดยปรากฏผลการจับกุมและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขบวนการเหล่านี้ไม่ได้แยกกันทำ แต่มีความเกี่ยวเนื่องซัพพอร์ตกัน เชื่อมโยงได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วนใหญ่คือแก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงิน ขนของเถื่อน และบ่อนการพนัน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด

 

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลัก ได้แก่ กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ง. หน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ รวมถึงกองทัพ ที่ให้ความร่วมมือในการเข้าปราบปรามผู้กระทำผิด ซึ่งทุกฝ่ายรับทราบแนวทางการดำเนินการแล้ว

 

ดังนั้น กรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงบุคคลที่มีอิทธิพล มีชื่อเสียง หรือมีอำนาจ ทีมปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายจะดำเนินการตามนโยบายรักษาความสงบของชาติ และการจัดระเบียบสังคม โดยยึดหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม”

 

นอกจากนี้ มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มอบนโยบายแล้วปล่อยไป โดยมีการตรวจสอบข้อมูลทั้งจากในและนอกวงจร พร้อมทีมประเมิน พบว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีความมั่นใจและพร้อมดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่กังวล

 

พร้อมย้ำว่า หากกระทำผิดแล้วไม่สามารถเคลียร์ได้ ก็จะดำเนินคดีจนถึงที่สุดทุกกรณี จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลเอาจริงกับการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ล่าสุดมีการจับกุมบ่อนพนันรูปแบบใหม่ตามโรงแรมในต่างจังหวัด จึงขอเตือนผู้ประกอบการว่า หากปล่อยให้มีการเปิดบ่อน หรือซ่องสุมทำผิดกฎหมายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร อาคาร หรือบ้านพัก จะถือว่ามีความผิดร่วม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ หากสนับสนุนการกระทำผิด ใบอนุญาตจะถูกเพิกถอน และถูกดำเนินคดี ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

 

ทั้งนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะสนับสนุนทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ถือเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ง. ป.ป.ท. และกระทรวงยุติธรรม

 

“ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเคลียร์ หรือการใช้อามิสสินจ้างใด ๆ ในการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ เราไม่จำเป็นต้องร่ำรวยจากสิ่งผิดกฎหมาย แต่การทำหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติมีคุณค่ามากกว่า” นายกรัฐมนตรีระบุ

 

เมื่อถามถึงการทุจริตสวมตัว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นในพื้นที่ภาคเหนือ และขยายผลพบอีกหลายพันกรณี ขณะนี้สามารถระบุเครือข่ายได้แล้ว เชื่อว่าการกระทำรูปแบบเดิมจะลดลง และหากเปลี่ยนรูปแบบก็จะทำได้ยากขึ้น

 

เมื่อถามว่า จะมีการถอนสัญชาติกลุ่มดังกล่าวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีการดำเนินการครบทุกด้าน ทั้งถอนสัญชาติ ยึดทรัพย์ และหากใช้บุคคลเป็นนอมินี ธุรกรรมจะถือเป็นโมฆียะ ไม่มีผลทางกฎหมาย ส่วนการจับกุมเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองและตำรวจ ขณะที่ ป.ป.ง. ป.ป.ท. และดีเอสไอ ร่วมดำเนินการด้านการเงินและการยึดทรัพย์

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร-สัญชาติไทย พบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใช้ช่องโหว่กฎหมายสร้าง ตัวตนปลอม เพื่อฟอกเงินและถือครองทรัพย์สิน โดยคดีสำคัญเริ่มจากปฏิบัติการ ตัดหมอกเวียงแหง (พฤศจิกายน 2568) จังหวัดเชียงใหม่ จับกุม 14 ราย พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง 11 ราย ต่อด้วย สลายหมอกเชียงดาว (มกราคม 2569) จับ 6 ราย และตัดบัตรกรุงเก่า (มีนาคม 2569) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบย้ายทะเบียนบ้านเท็จ 214 ราย จับ 6 ราย

 

ปฏิบัติการย้อนเกล็ดมังกร (29 เมษายน 2569) ทลายขบวนการจีน จ้างชายไทยจดทะเบียนสมรสกับหญิงจีน ก่อนแจ้งเกิดบุตรด้วยข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สัญชาติไทย ใช้เป็นช่องทางฟอกเงินและตั้งนอมินี จับกุมแล้ว 6 ราย (ชาวจีน 2 ราย ชายไทยรับจ้าง 3 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐ 1 ราย) พบเชื่อมโยงอย่างน้อย 5 กรณี ดำเนินคดีอาญา 34 ราย และดำเนินการทางวินัยเจ้าหน้าที่รัฐ 19 ราย

 

ขณะเดียวกัน ยังเร่งปราบบ่อนพนันผิดกฎหมาย เปิดปฏิบัติการ ROSE GARDEN จังหวัดนครราชสีมา จับ 89 ราย เงินหมุนเวียนกว่า 60 ล้านบาทต่อเดือน และ สิงห์ปราบปรปักษ์ ใน กทม. 2 จุด จับรวม 106 ราย เงินสะพัดหลายสิบล้านบาทต่อเดือน

 

การปราบปรามบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ได้ดำเนินการตามนโยบายจัดระเบียบสังคม รวม 3 คดี อีกทั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัด 76 ชุด และระดับอำเภอ 878 ชุด มีผลการดำเนินงานจับกุมผู้กระทำความผิด 5,510 คดี และออกตรวจตรา จุดตรวจจุดสกัด และการหาข่าว รวมทั้งสิ้น 339,184 ครั้ง

 

ภาพ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการปราบปรามสแกมเมอร์ นอมินี และบ่อนเถื่อน 1ภาพ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการปราบปรามสแกมเมอร์ นอมินี และบ่อนเถื่อน 2ภาพ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการปราบปรามสแกมเมอร์ นอมินี และบ่อนเถื่อน 3ภาพ นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการปราบปรามสแกมเมอร์ นอมินี และบ่อนเถื่อน 4

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising