×

รัฐบาลชี้ความสำเร็จเวที IMF-World Bank 2026 พิสูจน์ศักยภาพไทย เล็งต่อยอดสู่โอกาสทางเศรษฐกิจระดับโลก

โดย THE STANDARD TEAM
19.10.2026
การแถลงข่าวของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความสำเร็จการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank 2026

วันนี้ (19 ตุลาคม) เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความสำเร็จหลังการปิดฉากการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF-World Bank Group) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร

 

โดยระบุว่า งานดังกล่าวได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพและมาตรฐานของประเทศไทยในการรองรับภารกิจระดับโลกที่มีความซับซ้อนสูง พร้อมเดินหน้าต่อยอดความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นสู่โอกาสด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และการจัดงานระดับนานาชาติในอนาคต

 

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้แทนจาก 191 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารภาคเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม

 

ทั้งนี้ ทาง IMF และ World Bank ได้แสดงความขอบคุณคณะทำงานของไทยและทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนจนการประชุมลุล่วงไปได้ด้วยความเรียบร้อย

 

เอกภพกล่าวว่า คำชื่นชมที่ประเทศไทยได้รับตลอดการเป็นเจ้าภาพ สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีความพร้อมอย่างครบครัน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย การเดินทาง เทคโนโลยี การบริการ พิธีการ และวัฒนธรรม ตลอดจนความสามารถในการบูรณาการการทำงานข้ามหน่วยงานภายใต้มาตรฐานเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“สิ่งที่รัฐบาลเห็นจากงานนี้ ไม่ใช่เพียงว่าเราจัดการประชุมใหญ่ได้สำเร็จ แต่ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อทุกฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เราสามารถรองรับภารกิจระดับโลกในมาตรฐานสูงได้ สิ่งนี้เป็นทุนของประเทศที่มีค่ามากกว่าการจัดงานเพียงครั้งเดียว” เอกภพกล่าว

 

นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังย้ำว่า เครดิตจากความสำเร็จในครั้งนี้เป็นของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคง สาธารณสุข การคมนาคม สนามบิน ศูนย์การประชุม ผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำให้ผู้ที่เดินทางมาจากทั่วโลกได้สัมผัสและเห็นประเทศไทยผ่านประสบการณ์จริง

 

“คำชื่นชมที่เราได้รับไม่ใช่ของรัฐบาลหรือหน่วยงานใด แต่เป็นของคนทำงานและประชาชนทุกคนที่ช่วยกันทำให้แขกจากทั่วโลกเห็นประเทศไทยในแบบที่ดีที่สุด ทั้งความเป็นมืออาชีพ ความมีน้ำใจ และความเป็นไทย ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศ” เอกภพกล่าว

 

เอกภพระบุเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งประเด็นที่เห็นผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจนคือ วัฒนธรรมไทยไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของพิธีการ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างการจดจำให้กับประเทศ ทั้งในส่วนของผ้าไทย อาหาร งานหัตถกรรม ดนตรี และการบริการ โดย คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ยังได้กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อผ้าไหมไทยในช่วงปิดการประชุมอีกด้วย

 

จากความสำเร็จดังกล่าว รัฐบาลจึงมองว่ามาตรฐานที่เกิดขึ้นควรถูกนำมาเป็นต้นทุนเพื่อต่อยอดประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการจัดการประชุมระดับนานาชาติ การลงทุน และการท่องเที่ยวคุณภาพ เนื่องจากผู้ที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้จำนวนมาก ล้วนเป็นผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารสถาบันการเงิน และภาคธุรกิจระดับโลก

 

“เราไม่ควรรอให้มีงานใหญ่แล้วจึงแสดงศักยภาพ ประเทศไทยพิสูจน์แล้วว่าทำได้ มาตรฐานที่เราใช้ต้อนรับโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ควรเป็นมาตรฐานที่เรานำไปใช้กับการทำงานของประเทศต่อไป เพื่อให้ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นกลายเป็นโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย” เอกภพกล่าวทิ้งท้าย


READ MORE





Latest Stories