มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลไทยอย่างรุนแรงที่ส่งตัวชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนกลับจีน ซึ่งอาจส่งผลให้พวกเขาต้องเผชิญการข่มเหง บังคับใช้แรงงาน และถูกทรมาน
“เราขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อกรณีที่ไทยผลักดันชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนกลับประเทศจีน ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในประเทศที่ตนไม่มีสิทธิเข้าถึงกระบวนการอันควรตามกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่ชาวอุยกูร์เคยถูกข่มเหง บังคับใช้แรงงาน และทรมาน”
ขณะที่รูบิโอแสดงความกังวลว่าการดำเนินการของไทยอาจเสี่ยงต่อการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไทย ‘ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง’ ว่าทางการจีนปกป้องสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์หรือไม่
“ในฐานะพันธมิตรที่ยาวนานของไทย เรารู้สึกวิตกกังวลกับการกระทำนี้ ซึ่งเสี่ยงที่จะขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมานของสหประชาชาติ และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการถูกบังคับหายสาบสูญ
“การกระทำนี้ขัดต่อประเพณีอันยาวนานของคนไทยในการปกป้องผู้ที่เปราะบางที่สุด และขัดต่อพันธกรณีของไทยในการปกป้องสิทธิมนุษยชน เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศที่ชาวอุยกูร์แสวงหาความคุ้มครอง ไม่ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนโดยใช้กำลัง” แถลงการณ์ระบุ และกล่าวหาพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าได้ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยมุ่งเป้าไปที่ชาวอุยกูร์ที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลัก รวมถึงสมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในซินเจียง
ด้านโฆษกผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่แถลงการณ์ ระบุว่า “สหภาพยุโรปเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการที่ประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์จำนวน 40 คนกลับไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการไม่ส่งตัวกลับ (Non-Refoulement) และพันธกรณีของประเทศไทยต่อกฎหมายทั้งในระดับชาติและในระดับระหว่างประเทศ ในฐานะสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ”
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลจีนปฏิบัติตามพันธกรณีของตนภายใต้กฎหมายระดับชาติ รวมถึงรัฐธรรมนูญของประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คนที่ถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีน
นอกจากนี้ หลายองค์กรระหว่างประเทศก็มีการแสดงท่าทีต่อการที่ไทยส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับไปยังจีน
โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) แสดงความเสียใจต่อการบังคับส่งกลับชาวอุยกูร์จำนวน 40 คน หลังจากอยู่ในศูนย์กักกันในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ และภาระผูกพันของรัฐบาลไทยที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
“นี่เป็นการละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ และภาระผูกพันของรัฐบาลไทยที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศ” รูเวนดรินี่ เมนิคดิเวล่า ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติด้านการให้ความคุ้มครองกล่าว
ขณะที่สภาอุยกูร์โลก (World Uyghur Congress: WUC) เผยแพร่แถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อการเนรเทศผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คนจากไทยไปยังจีน โดยชี้ว่าการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าวทำให้บุคคลเหล่านี้ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง
“สภาอุยกูร์โลกประณามอย่างรุนแรงต่อการเนรเทศผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คนจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน การกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายนี้ทำให้บุคคลเหล่านี้ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง เนื่องจากขณะนี้พวกเขามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกข่มเหง ทรมาน และละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ จากทางการจีน
“ประเทศไทยสูญเสียความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศจากปัญหานี้ ประเทศไทยต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งนี้ นอกจากนี้ UNHCR ยังล้มเหลวในภารกิจในการปกป้องกลุ่มเปราะบางที่เผชิญกับอันตรายร้ายแรงและการกดปราบผู้ลี้ภัยข้ามชาติ” ตูร์กุนจัน อาลอดูน ประธานสภาอุยกูร์โลกกล่าว
ด้าน Human Rights Watch เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า “รัฐบาลไทยละเมิดกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศ ด้วยการส่งชายชาวอุยกูร์อย่างน้อย 40 คนไปยังจีน ที่ซึ่งพวกเขาอาจถูกทรมาน กักขังโดยพลการ และจำคุกเป็นเวลานาน”
โดย เอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ Human Rights Watch กล่าวว่า “ไทยเพิกเฉยต่อกฎหมายในประเทศและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ด้วยการส่งชาวอุยกูร์เหล่านี้ไปยังจีนเพื่อเผชิญกับการกดขี่ข่มเหง”
ขณะที่ ซาราห์ บรูคส์ ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศจีน เผยว่า การบังคับส่งตัวบุคคลเหล่านี้กลับไปยังจีน หรือชาวอุยกูร์คนใดก็ตาม เสี่ยงทำให้พวกเขาตกอยู่ในภาวะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชี้แจงสถานะของพวกเขาโดยทันที
“พวกเขาต้องเผชิญกับความเลวร้ายอย่างน่าหวาดหวั่น พวกเขาหนีจากการปราบปรามในจีน แต่มาถูกควบคุมตัวโดยพลการในประเทศไทยนานกว่าทศวรรษ ความจริงที่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจถูกบังคับส่งตัวกลับไปยังประเทศที่ชาวอุยกูร์และกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ใช่ชาวฮั่นในซินเจียงต้องเผชิญกับการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย การควบคุมตัวโดยพลการ และการบังคับให้สูญหาย เป็นสิ่งที่โหดร้ายเกินจะจินตนาการ”
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/us-condemns-thailands-return-40-uyghurs-china-2025-02-27/
- https://www.unhcr.org/news/press-releases/unhcr-condemns-forced-returns-from-thailand
- https://www.uyghurcongress.org/en/wuc-condemns-deportation-of-48-uyghur-refugees-from-thailand-to-china/
- https://www.hrw.org/news/2025/02/27/thailand-40-uyghurs-forcibly-sent-china
- https://www.amnesty.org/en/latest/news/2025/02/thailand-deportation-of-uyghurs-to-china-unimaginably-cruel/
- https://www.eeas.europa.eu/eeas/thailand-statement-spokesperson-deportation-uyghurs-china_en?fbclid=IwY2xjawIuHUNleHRuA2FlbQIxMAABHdD9PAlepD-mxpUkAda-I8HOCPVcCztbpDvp2asVSfInLgDxRLw1SfNiIg_aem_WgtDZWETIRHovyK1Wb8qvA