×

ศบก. แถลงรับมือสู้รบตะวันออกกลาง ตั้งคณะทำงานดึงเรือไทยพ้นช่องแคบฮอร์มุซ คุมเข้มสต๊อกน้ำมัน ด้านพาณิชย์อัดงบช่วยค่าปุ๋ยเกษตรกร

โดย THE STANDARD TEAM
30.03.2026
  • LOADING...
ภาพการประชุม ศบก. เพื่อแถลงมาตรการรับมือสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง การช่วยเรือไทยจากช่องแคบฮอร์มุซ และมาตรการด้านพลังงาน-พาณิชย์

วันนี้ (30 มีนาคม) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และมาตรการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบ

 

 
 
 

ศบก.ตั้งคณะทำงานเร่งช่วยเรือไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ

 

ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้มีความตึงเครียดสูงขึ้นหลังจากอิหร่านประกาศห้ามเรือที่เกี่ยวข้องกับบางประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างทะเลแดง โดยเฉพาะช่องแคบบับเอลมันเดบ

 

นอกจากนี้ ทางกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ยกระดับคำเตือนการโจมตีไปยังสถาบันการศึกษาของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าว เพื่อตอบโต้เหตุการณ์โจมตีมหาวิทยาลัยในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ขอให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนนักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบ อยู่ห่างจากสถานศึกษาสังกัดสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางส่วนสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย และยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเร่งเจรจากับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ศบก. ได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานบูรณาการเพื่อเร่งนำเรือไทยที่ยังตกค้างอยู่ออกมาอย่างเป็นระบบ

 

สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล แม้จะมีการปิดน่านฟ้าแต่สถานทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ประสานงานกับสถานทูตในประเทศข้างเคียงอย่างจอร์แดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ในโอมานและเยเมน แม้จะมีการโจมตีกองกำลังบำรุงของสหรัฐฯ แต่ขณะนี้ยังไม่พบรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์เราได้ช่วยคนไทยเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 1,532 คน

 

ก.พลังงาน เผยเริ่มขาย B20 ให้กลุ่มชาวประมง

 

ด้าน วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์พลังงานที่กำลังผันผวนอย่างหนักจากเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกดดันอุปทานพลังงานโลกอย่างต่อเนื่อง โดยราคาตลาดโลกของน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงกว่า 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 72 ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูปกลุ่มดีเซลราคาสูงทะลุ 200-240 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

 

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 38.90 บาทต่อลิตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E10 อยู่ที่ 11.05 บาทต่อลิตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ถือว่าไทยมีการปรับขึ้นราคาในอัตราที่ต่ำกว่ามาก

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้กำกับดูแลให้อยู่ในกรอบเฉลี่ยประมาณ 2 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤต ขณะที่ปริมาณการผลิตยังคงเพียงพอต่อความต้องการ โดยมีการผลิตดีเซลถึง 85 ล้านลิตร และเบนซิน 32 ล้านลิตร เพื่อเป็นการป้องกันการขาดแคลนและกักตุน กระทรวงพลังงานได้ออกมาตรการคุมเข้มผู้ค้ามาตรา 7 ให้แสดงราคาและปริมาณน้ำมันคงเหลืออย่างชัดเจน พร้อมบังคับให้รายงานข้อมูลต่อกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน

 

นอกจากนี้ยังได้บูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน 53 แห่งทั่วประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีผู้ลักลอบเก็บน้ำมันอย่างผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

วีรพัฒน์กล่าวอีกว่า กระทรวงพลังงานได้เร่งส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 โดยกำหนดส่วนต่างราคาให้ถูกกว่า 5 บาทต่อลิตร ปัจจุบันมีผู้สนใจใช้น้ำมัน B20 เป็นกลุ่มประมงและได้มีการเริ่มจำหน่ายที่ปั๊มบางจากแล้วที่คลังพระโขนง และ ปตท. ที่คลังสงขลาและคลังสระบุรี ส่วนเชลล์จะเริ่มจำหน่าย B20 ในเดือนเมษายนนี้

 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันว่าได้มีการติดตามปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้การส่งเสริมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มบริโภคของประชาชน

 

ราคาน้ำมันตลาดโลก​ปรับตัวสูงขึ้น​ เหตุสหรัฐฯ​ประกาศโจมตีเกาะคาร์ก​-​ฮูตี​ปิดทะเลแดง

 

เมื่อถามว่า​ ขณะนี้สถานะของกองทุนน้ำมันติดลบจำนวนเท่าใด หลังจากที่เข้าไปช่วยพยุงราคาน้ำมัน รองปลัดกระทรวง​พลังงาน​ กล่าวว่า สถานะของกองทุนน้ำมันหลังจากที่มีการชดเชยและไหลออกประมาณเดือนละ 1,300 ล้านบาท ขณะนี้ติดลบอยู่ 42,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่มีการชดเชยและการไหลออกแบบรายวัน แต่ กบน. ก็พยายามที่จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และภาครัฐมีหลายมาตรการที่เข้ามาช่วย ซึ่งจะดูแลให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุดโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีการใช้พลังงานจำนวนมาก

 

รองปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวอีกว่า​ น้ำมันที่อยู่ทุกคลัง​ขณะนี้ ในกรณีที่หากไม่สามารถจัดหาน้ำมันได้เลย จะอยู่ได้ประมาณ​ 106 วัน ซึ่งรวมไปถึงน้ำมันดิบที่มีการจัดซื้อเรียบร้อย​แล้ว​ และลอยลำอยู่ด้วย พร้อมกับย้ำถึงความพยายามในการจัดหาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง​ ซึ่งปริมาณน้ำมันที่หายไปจากช่องแคบฮอร์มุซ​ คิดเป็น 1 ใน​ 5 และอีกหลายแห่งในทั่วโลก​ ก็ยังมีการขายน้ำมันอยู่ ยอมรับว่าจะต้องไปแย่งกันในราคาที่สูงขึ้น และจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศโจมตีเกาะคาร์กประเทศอิหร่าน รวมไปถึงกลุ่มฮูตีที่ประกาศจะปิดทะเลแดงส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับ

 

พาณิชย์เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยทดแทน-หาตลาดส่งออกใหม่

 

ประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ประจำส่วนกลาง) เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ผนึกกำลังกับผู้ประกอบการและผู้ผลิต เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย นำสินค้ากว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุดถึง 50% โดยจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 เมษายน 69 ควบคู่กับโครงการธงฟ้าราคาประหยัดที่จะขยายจุดจำหน่ายมากกว่า 500 จุด รวมถึงรถโมบายเคลื่อนที่เพื่อให้บริการในพื้นที่ห่างไกล โดยจะเริ่มในเดือนเมษายนที่จังหวัดปราจีนบุรี และดำเนินการต่อเนื่องหลังเทศกาลสงกรานต์

 

กระทรวงฯ ยังมีมาตรการสนับสนุนวัตถุดิบราคาพิเศษให้กับร้านอาหาร เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาอาหารปรุงสำเร็จ ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกร ประคัลร์ระบุว่า ได้ยกระดับมาตรการปุ๋ยธงเขียวพลัส โดยต่อยอดจากโครงการเดิมที่ให้ส่วนลดกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อราย และเพิ่มสิทธิประโยชน์อีก 200 บาท สำหรับเกษตรกรที่มีบัตรดินดี หรือผ่านมาตรฐาน GAP หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน รวมทั้งคูปองอีก 200 บาท

 

สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้ได้รับความช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย โดยจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน ที่จังหวัดกำแพงเพชรเป็นแห่งแรก ก่อนขยายไปยังพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมาย 1 ล้านกระสอบ ครอบคลุม 50 จังหวัด

 

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้า รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาเรือขนส่งวัตถุดิบของไทยที่ติดค้างเส้นทางในขนส่งช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน เร่งจัดหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยทดแทน และหาตลาดส่งออกใหม่ เสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว รวมถึงสั่งการให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกเร่งขยายโอกาสทางการค้า และรักษาระดับการส่งออกของไทยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising