×

“Made in China ขายไม่ได้ แต่ Made in Thailand ยังขายได้อยู่ แต่เราจะต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้แข่งขันกับโลกได้”

โดย THE STANDARD TEAM
19.11.2024

ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, THE EM DISTRICT และ Bangkok Mall และรองประธานกรรมการ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด พูดถึงกลยุทธ์การท่องเที่ยวไทยสำหรับการแข่งขันในโลกยุคใหม่ บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2024 บนเวที Reshaping Thai Tourism: A Winning Strategy for Global Competitiveness ปฏิรูปการท่องเที่ยวไทย: กลยุทธ์สู่การแข่งขันระดับโลก

 

หลังการแพร่ระบาดของโควิด ภูมิทัศน์โลกเปลี่ยนแปลงไปในหลายมิติ ทั้งในด้านของสงครามร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้า จึงทำให้แนวคิดโลกที่เคยเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างโลกาภิวัตน์สิ้นสุดลง

 

โดยผลกระทบระหว่างสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้ประเทศมีความจำเป็นที่จะยกระดับกำลังการผลิต และนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีเพื่อที่จะแข่งขันกับประเทศทางฝั่งโลกตะวันตก ทำให้มีความสามารถผลิตสินค้าราคาถูกจำนวนมาก และสินค้าเทคโนโลยีอย่าง EV และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แต่กลับไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศฝั่งตะวันตกได้

 

ศุภลักษณ์ อัมพุช กล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่มีความเป็นกลางไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการกีดกันทางการค้าครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสในการแทรกตัวขึ้นมาเพื่อคว้าโอกาสท่ามกลางความปั่นป่วนของโลกในครั้งนี้ โดยมองว่าประเทศไทยต้องทำ 5 สิ่งคือ

 

1. Trade Center

 

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของเธอมองว่าทางรอดของประเทศไทยไม่ใช่การเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกดังเช่นประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่ต้องเปลี่ยนตัวเองเป็น Trade Center ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

โดยมีฮ่องกงและดูไบเป็นโมเดล จากการที่มีการยกเว้นภาษีในการนำเข้าสินค้า และขายให้กับนักท่องเที่ยวจากการที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากกว่า 30 ล้านคนต่อปี

 

2. Infrastructure and Logistic Hub

 

เพื่อที่จะส่งเสริมการเป็น Trade Center ประเทศไทยจึงจำเป็นที่จะต้องเป็น Logistic Hub ในการกระจายและขนส่งสินค้าของภูมิภาคนี้ ทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก อีกทั้งยังเป็นการดึงดูดให้คนเดินทางมายังประเทศไทยให้เยอะมากขึ้น และสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากในทางภูมิศาสตร์ประเทศไทยอยู่ตรงกลางระหว่างประเทศสำคัญต่างๆ ทั้งประเทศอินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และจีน

 

3. Aviation Hub 

 

จากประเด็นทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ฮ่องกงได้รับผลกระทบในเรื่องการเดินทาง ในปัจจุบันประเทศไทยจึงต้องแข่งขันกับสิงคโปร์ในการเป็น Aviation Hub โดยการขยายสนามบินสุวรรณภูมิทั้งในส่วนของรันเวย์และอาคารผู้โดยสาร โดยต้องตั้งเป้าให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคนต่อปี หรือแม้แต่การเพิ่มจำนวนสนามบินอย่างการสร้างสนามบินอู่ตะเภา และสนามบินอันดามัน เพื่อแข่งขันกับสิงคโปร์ที่จะมีการขยายสนามบินชางงีให้แล้วเสร็จในปี 2030

 

4. Entertainment Complex 

 

ยกระดับประเทศไทยให้มีศูนย์ให้ความบันเทิงครบวงจรตั้งแต่ Shopping Paradise, Food Destination, Entertainment and Attraction, MICE, Festival, Ecotourism และ Cruise Line โดยที่ต้องมีการยกระดับ Start-up และ SMEs ให้สามารถทำงานได้แบบ O2O ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

 

และการสร้าง Entertainment Complex ที่มีโมเดลจากสิงคโปร์ โดยมีส่วนประกอบของคาสิโน, ศูนย์การค้า, ฮอลล์คอนเสิร์ต และความบันเทิงอื่นๆ ที่สามารถมอบประโยชน์ให้กับธุรกิจรายย่อย และเป็นจุดดึงดูดหลักของประเทศไทย

 

5. Artificial Attraction and Regional Office 

 

ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องสร้างการเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ นอกเหนือจากการใช้แหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติ อย่างเช่นการจัดคอนเสิร์ต Taylor Swift ของสิงคโปร์ และการเป็นศูนย์กลางการตั้งสำนักงานขององค์กรระดับโลก

 

โดยสุดท้ายการที่จะทำให้ทั้ง 5 สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ ทุกคนจำเป็นที่จะต้องมีการเสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อสามารถต่อภาพจิ๊กซอว์ทั้ง 5 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยแข่งขันกับโลกได้ในอนาคต

 


 

🔥Rerun Ticket โอกาสสุดท้ายของงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2024🔥

 

ซื้อบัตรรับชมออนไลน์สุดคุ้ม! ราคาพิเศษเพียง 990.- https://bit.ly/tsef2024UDRerunVT

🎟️เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 – 18 พฤษภาคม 2568

⚡เปิดให้เข้ารับชมนานถึง 6 เดือนเต็ม!

⚡พร้อมรับสรุปเนื้อหา Key Takeaway ทุกหัวข้อ

⚡ชมออนไลน์สะดวกจากเว็บไซต์ อยู่ที่ไหนก็ดูได้

⚡เก็บครบประเด็นเศรษฐกิจแห่งอนาคต 3 วันเต็ม กว่า 30 เซสชัน

⚡ฟังผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากทุกแวดวงของไทย เศรษฐกิจ / ภูมิรัฐศาสตร์ / AI / EV


READ MORE






Latest Stories